กรีซประท้วงเดือด! ต้านเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนีย หวั่นถูกรุกล้ำดินแดน

กลุ่มผู้ประท้วงกว่า 60,000 คนได้รวมตัวกันเดินขบวนประท้วงในกรุงเอเธนส์ของกรีซเมื่อวานนี้(20 ม.ค. 62) และพยายามบุกเข้าไปในรัฐสภาเพื่อคัดค้านที่รัฐบาลกรีซตกลงเห็นชอบให้มาซิโดเนียเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เป็นชื่อมาซิโดเนียเหนือ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับแคว้นแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของกรีซ โดยกลุ่มผู้ประท้วงต่างไม่ต้องการให้มาซิโดเนียเปลี่ยนมาใช้ชื่อเดียวกับแคว้นดังกล่าว ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่ามาซิโดเนียต้องการรุกล้ำ และอ้างกรรมสิทธิเหนือดินแดนแคว้นมาซิโดเนียเหนือของกรีซ โดยกลุ่มผู้ประท้วงมองว่าตามประวัติศาสตร์มาซิโดเนียถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของกรีซมายาวนานตั้งแต่สมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช ทั้งนี้เหตุประท้วงดังกล่าวได้เกิดบานปลายเป็นความรุนแรง เมื่อกลุ่มผู้ประท้วงปะทะรุนแรงกับตำรวจปราบจลาจล จนทำให้ต้องตำรวจต้องฉีดแก๊สน้ำตาเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วง และทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 10 ราย แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลกรีซได้ตกลงเห็นชอบเรื่องการเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนีย แต่รัฐสภากรีซก็จะมีกำหนดที่ลงมติรับรองการเปลี่ยนชื่อประเทศมาซิโดเนียอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ผู้สูงอายุในกรีซรวมตัวเดินขบวน-ปิดถนน จี้รัฐคืนเงินบำนาญ

กลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุที่รับสวัสดิการรัฐจำนวนหลายพันคน จากทั่วประเทศกรีซ รวมตัวเดินขบวนใจกลางกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศ รวมถึงมีการปิดกั้นถนนสำคัญหลายสาย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายคืนเงินบำนาญส่วนที่ถูกรัฐบาลตัดลดไปเมื่อหลายปีก่อน รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุเหล่านี้ ถูกรัฐบาลกรีซตัดลดเงินบำนาญลงกว่า 40% ตั้งแต่ช่วงปลายปี ค.ศ.2009 หรือเมื่อกว่า 9 ปีก่อน ในยุคที่รัฐบาลกรีซเผชิญภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว และประเทศเกือบประสบภาวะล้มละลายทางเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม ผู้สูงอายุจำนวนหลายพันคนในกรีซได้เคยรวมตัวกันเดินขบวนบนท้องถนนสายหลักของกรุงเอเธนส์มาแล้ว เพื่อประท้วงแผนการตัดลดเงินบำนาญและสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐบาลกรีซ ที่นอกจากจะไม่มีแผนคืนเงินบำนาญส่วนที่เคยตัดลดไปเมื่อ 9 ปีก่อนแล้ว รัฐบาลชุดปัจจุบันของกรีซยังมีนโยบายปรับลดเงินบำนาญ รวมถึงสวัสดิการของผู้สูงอายุเพิ่มเติมอีกมากกว่า 18% เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ค.ศ.2019 เป็นต้นไป ส่งผลให้ผู้สูงอายุ รวมถึงอดีตพนักงานภาครัฐที่เกษียณอายุไปแล้ว ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ รัฐบาลกรีซซึ่งประสบปัญหาด้านหนี้สินและต้องขอรับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากสหภาพยุโรป (อียู) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ได้ประกาศตัดลดสวัสดิการสังคมหลายอย่าง ตามมาตรการรัดเข็มขัดลดการใช้จ่ายภาครัฐ ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

นักโบราณคดีใต้น้ำ พบซากเรือสินค้าเกือบ 60 ลำ นอกชายฝั่งกรีซ

ทีมนักโบราณคดีใต้น้ำของกรีซเผยข่าวการค้นพบซากเรืออย่างน้อย 58 ลำ บริเวณนอกชายฝั่งของเกาะฟูร์นัว ทางตะวันออกของทะเลอีเจียน โดยที่เรือสินค้าหลายลำที่จมอยู่ใต้ทะเลในบริเวณนี้มีอายุเก่าแก่ย้อนกลับไปถึงยุคจักรวรรดิกรีก โรมันและไบแซนไทน์ ขณะที่สภาพอากาศที่เลวร้ายและคลื่นลมในทะเลแถบนี้ น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เรือสินค้าจำนวนมากต้องอับปางลง ทีมนักโบราณคดีใต้น้ำทีมนี้ได้เริ่มการดำน้ำสำรวจซากเรือโบราณที่จมอยู่ในทะเลอีเจียนมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2015 หรือเมื่อ 3 ปีก่อน โดยที่ในปีแรกพวกเขาสามารถพบซากเรือสินค้าที่จมอยู่ก้นทะเลบริเวณนี้จำนวน 22 ลำ ก่อนที่จำนวนเรือสินค้าที่พบจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 58 ลำในขณะนี้ ซึ่งสมาชิกในทีมต่างมั่นใจว่า จำนวนเรือสินค้าโบราณที่พวกเขาพบ จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้ น่านน้ำแถบทะเลอีเจียน และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ถือเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศในยุคโบราณที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง 3 ทวีป คือ ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

ชาวเกาะกรีซผุดแคมเปญ วอนนทท.หยุดขโมยหินชายหาด

ศูนย์วัฒนธรรมเกาะสกีอาโธสของกรีซได้เริ่มรณรงค์ให้เหล่านักท่องเที่ยวยุติการขโมยก้อนหินบริเวณชายหาดลาลาเรียของเกาะสกีอาโธสเป็นที่ระลึก โดยได้มีการติดป้ายประกาศขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวตามชายหาดและท่าเรือต่าง ๆ ซึ่งป้ายเหล่านี้ก็จะเป็นการรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพเก็บความสวยงามของชายหาดไว้ และขอให้นักท่องเที่ยวคืนก้อนหินที่เก็บมาจากชายหาดที่สนามบินบนเกาะด้วย ทางการเกาะสกีอาโธสยังได้ทำงานร่วมกับตำรวจเพื่อออกบทลงโทษนักท่องเที่ยวที่ขโมยก้อนหิน โดยนักท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนจะถูกปรับเป็นเงิน 400 ถึง 1,000 ยูโร หรือกว่า 15,000 ถึง 38,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนก้อนหินที่ขโมยไป ทั้งนี้เกาะสกีอาโธสถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรีซ และเกาะแห่งนี้ยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “มัมมา มีอา” เมื่อปี 2008 ด้วย ติดตามข่าวสารเรื่องราวที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้ที่ อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34

กรีซบุกตรวจยึด ‘กัญชาแปรรูป’ กว่า 1,300 กก. ซ่อนบนเรือประมง คาดส่งยุโรป

เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งของกรีซตรวจยึดกัญชาแปรรูปน้ำหนักรวมมากกว่า 1,300 กิโลกรัมที่ถูกซุกซ่อนอยู่บนเรือสินค้าลำหนึ่งที่กำลังลอยลำอยู่บริเวณน่านน้ำนอกเกาะครีต ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เบื้องต้นคาด กัญชาที่ตรวจยึดได้ทั้งหมดน่าจะมีมูลค่ากว่า 15 ล้านยูโร หรือมากกว่า 580 ล้านบาท การบุกเข้าตรวจยึดกัญชาแปรรูปล็อตนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากเบาะแสที่รัฐบาลกรีซได้รับจากฝรั่งเศส เกี่ยวกับเรือสินค้าต้องสงสัยที่มีชื่อว่าเซลีน สตาร์ ซึ่งดัดแปลงมาจากเรือประมง ว่าอาจมีสิ่งของผิดกฏหมายอยู่บนเรือ ผลการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เรือสินค้าลำนี้เดินทางมาจากประเทศซีเรียในตะวันออกกลางและกำลังมุ่งหน้าสู่ท่าเรือแห่งหนึ่งในยุโรป ก่อนที่กัปตันเรือพร้อมลูกเรืออีก 4 คนจะถูกควบคุมตัว

กรีซประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วเขตอัตติกา ‘น้ำท่วมฉับพลัน’ เสียชีวิตแล้ว 15 ราย

  เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 รายทางตะวันตกของกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ สาเหตุเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่ของหลายเมือง โดยเฉพาะที่เมือง เนอา เปราโมส และเมืองมานดรา ทำให้ทางการกรีซต้องประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วเขตอัตติกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองทั้งสอง และตั้งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันตกเพียง 27 กิโลเมตร นอกเหนือจากจำนวนผู้เสียชีวิตที่พบศพแล้วจำนวนอย่างน้อย 15 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ขณะที่ถนนหลายสาย และบ้านเรือนอีกราว 1,000 หลังถูกน้ำท่วม มีรายงานที่ระบุว่า ทีมกู้ภัยของกรีซยังคงเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้สูญหายอีก 3 คน ที่ยังไม่ทราบชะตากรรม รายงานข่าวระบุว่า ชาวบ้านบางส่วนต้องอพยพหนีน้ำขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านของตัวเอง ขณะเดียวกันก็พบบรรดาผู้โดยสารของรถบัสคันหนึ่งพากันปีนขึ้นไปรอคอยความช่วยเหลืออยู่หลังคารถ หลังจากที่รถของพวกเขาประสบปัญหาเครื่องยนต์ดับ และติดค้างอยู่บนสะพานแห่งหนึ่ง ล่าสุด หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาของรัฐบาลกรีซออกคำเตือนถึงความเป็นไปได้ที่อาจเกิดฝนตกกระหน่ำมากยิ่งขึ้นใน 1-2 วันจากนี้ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเหตุดินถล่ม และน้ำท่วมเพิ่มเติมในหลายพื้นที่ ส่วนพื้นที่ซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุดคือเมืองแมนดรา, เนีย เพรามอส และเมการา ซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมทางตะวันตกของกรุงเอเธนส์ ขณะที่การให้ความช่วยเหลือยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ ด้านนายอเล็กซิส ซีปราส นายกรัฐมนตรีของกรีซได้ประกาศให้ทั่วประเทศไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม และบอกว่ารัฐบาลจะเร่งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้เดือดร้อน และให้ที่พักพิงแก่ผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วมโดยเร็วที่สุด.

ธรณีพิโรธเขย่ากรีซ-ตุรกี 6.7 แมกนิจูด นักท่องเที่ยวดับ 2 ศพ บาดเจ็บกว่า 200 เกิดสึนามิด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวซึ่งสามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 6.7 ตามมาตราแมกนิจูด ในทะเลอีเจียน ศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ลึกลงไปในทะเลอีเจียนเพียงไม่ถึง 10 กิโลเมตร โดยห่างจากเมืองโบดรุมของตุรกีไปทางทิศใต้ รวมถึงอยู่ห่างจากเกาะ “คอส” ของกรีซไปทางตะวันออกเพียงเล็กน้อย ทำให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 คน รายงานข่าวระบุว่า พบร่างนักท่องเที่ยวชายวัย 27 ปี จากสวีเดน และนักท่องเที่ยวชายชาวตุรกี วัย 39 ปี เสียชีวิตเพราะถูกเพดานถล่มทับ ขณะที่ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งในส่วนของกรีซและตุรกีมีจำนวนรวมกันมากกว่า 200 คน หลังเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าว ยังมีรายงานการเกิดแรงสั่นสะเทือนหลังแผ่นดินไหว หรือ “อาฟเตอร์ช็อก” ตามมาอีกมากกว่า 20 ครั้ง นอกจากนั้นยังมีรายงานการเกิดคลื่นสึนามิขนาดย่อมซัดเข้าถล่มชายฝั่งของตุรกีอีกด้วย ข้อมูลจากทางการท้องถิ่นของทั้งกรีซและตุรกีระบุว่า พบผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่พังถล่มลงมา โดยที่หลายรายมีอาการกระดูกหัก และมีอาการสาหัส ขณะนี้ รัฐบาลกรีซและตุรกี ประกาศระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมถึงกำลังทหาร ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่รอดชีวิตเป็นการเร่งด่วน รวมถึงภารกิจในการเดินหน้าค้นหาร่างของผู้สูญหายและผู้เสียชีวิต

แผ่นดินไหวใต้ทะเลระดับ 6.3 แมกนิจูด เขย่าทั้งกรีซและตุรกี ยังไม่มียอดเจ็บ-ตาย

สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) รายงาน  เกิดแผ่นดินไหวซึ่งสามารถวัดความรุนแรงได้ที่ระดับ 6.3 ตามมาตราแมกนิจูด บริเวณนอกชายฝั่งด้านตะวันตกของตุรกีในวันจันทร์ (12 มิ.ย.) โดยแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ไปถึงหมู่เกาะต่างๆ ในทะเลอีเจียน ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างกรีซ   ข้อมูลของยูเอสจีเอส ระบุว่า  ศูนย์กลางของการเกิดแผ่นดินไหวในครั้งนี้ อยู่ลึกลงไปในทะเลอีเจียนเพียง 5.7 กิโลเมตร  และอยู่ห่างจากเมืองโฟซาของตุรกี ไปทางตะวันตกราว 40.1 กิโลเมตร   ด้านศูนย์แผ่นดินไหววิทยายุโรป-เมดิเตอร์เรเนียน (อีเอ็มเอสซี) ออกรายงานที่ระบุว่า   แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลอีเจียนในครั้งนี้ สามารถรับรู้ได้ทั่วไปตามอาคารสูงในเมืองอิซมีร์ของตุรกี ที่เป็นบ้านของประชากรมากกว่า 2.8 ล้านคน  และทำให้เกิดความแตกตื่นโกลาหลในหมู่ประชาชนเป็นวงกว้าง ถึงแม้เมืองอิซมีร์แห่งนี้จะอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวกว่า 84 กิโลเมตร   ขณะที่สถาบันธรณีวิทยาแห่งชาติของกรีซ รายงานว่า  แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวระดับ 6.3 ตามมาตราแมกนิจูดในครั้งนี้ ทำให้อาคารบ้านเรือนจำนวนหนึ่งบนหมู่เกาะซาโมส และเลสโบส ของกรีซเกิดการแตกร้าว  และว่าแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้    สามารถรู้สึกได้ไกลถึงกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซด้วยเช่นกัน   ล่าสุดทางการท้องถิ่นของเมืองโปลมาริออน และเมืองมีติลินี ของกรีซ ประกาศอพยพประชาชนให้มารวมตัวกันที่สนามกีฬาประจำเมืองเป็นการชั่วคราว   อย่างไรก็ดี […]

อดีตนายกฯกรีซอาการดีขึ้น หลังถูกลอบสังหารด้วยระเบิด

    ทีมแพทย์ยืนยันอาการโดยรวมของอดีตนายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดโมส แห่งกรีซ อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยและเริ่มฟื้นตัวได้ดี หลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดในรถยนต์ของเขา   รายงานข่าวซึ่งอ้างคำแถลงของทีมแพทย์กรีซในวันศุกร์ (26 พ.ค.) ระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรีปาปาเดโมสในวัย 69 ปีปลอดภัยแล้ว และอาการโดยรวมของเขาก็เริ่มฟื้นตัวรวมถึงอาการบาดเจ็บที่บริเวณต้นขาข้างขวา ซึ่งมีบาดแผลฉีกเป็นรอยลึกจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ แต่อาจต้องนอนพักเพื่อรอดูอาการในโรงพยาบาลเอวานเจลิสโมส ในกรุงเอเธนส์อีกประมาณ 2 วัน   ผลสืบสวนเบื้องต้นของตำรวจกรีซพบหลักฐานว่า คนร้ายนิรนามได้ซุกซ่อนระเบิดใส่ซองจดหมาย กระทั่งระเบิดจุดชนวนภายในรถยนต์ของปาปาเดโมส เป็นเหตุให้อดีตนายกฯผู้นี้ และพนักงานขับรถส่วนตัวของเขาได้รับบาดเจ็บ และถูกนำส่งโรงพยาบาลในทันที   รายงานระบุว่า  จนถึงขณะนี้ ทางตำรวจกรีซยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เหตุระเบิดโจมตีที่มีเป้าสังหารเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีกรีซในครั้งนี้เป็นฝีมือของผู้ใดหรือกลุ่มใด  แต่เชื่อว่า อาจไม่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย   ทั้งนี้ ลูคัส ปาปาเดโมส เคยทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการณ์ของกรีซในระหว่างเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2011 จนถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ.2012  และมีบทบาทสำคัญในการประคับประคองประเทศชาติในภาวะที่ประสบกับภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว       คลิปวิดีโอ ขอบคุณ euronews (in English)

keyboard_arrow_up