ผู้ใหญ่ใจดีช่วย! ‘ครูวิภา’ เฮ ชำระหนี้ค้ำประกัน กยศ.หมดแล้ว หมดกังวลถูกยึดบ้าน

“ครูวิภา” สบายใจ หลังมีผู้ใหญ่ใจดีช่วยรวมเงินมาให้ ทำให้สามารถจ่ายหนี้ค้ำประกัน กยศ. หมดแล้ว ระบุจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีหมายศาลมาตามทำให้ถูกยึดบ้าน ครูวิภา บานเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ที่เป็นข่าวโด่งดังหลังถูกหมายศาล ระบุว่าจะยึดบ้านเพราะไปเซ็นต์ค้ำประกันให้ลูกศิษย์ ในการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แต่ลูกศิษย์ไม่ยอมชำระหนี้ กยศ. ทั้งนี้ ครูวิภา บอกว่า หลังเป็นข่าวโด่งดังมีผู้ใหญ่ใจดีหลายท่าน นำเงินมามอบให้ โดยผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งทำให้ตนสามารถนำเงินไปใช้หนี้ กยศ.ในส่วนที่ตนได้ไปค้ำประกันให้แก่ลูกศิษย์เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านนมา และตนยังได้ปิดบัญชีให้แก่ลูกศิษย์อีก 5 คนที่มีปัญหา เช่น ป่วย หรือบางคนต้องดูแลครอบครัวที่ป่วย เป็นต้น “ตอนนี้สบายใจในระดับหนึ่ง ไม่ต้องมากังวลว่าจะได้รับหมายศาล หรือจะถูกยึดทรัพย์อีกเมื่อไหร่ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซนต์ เพราะหลังจากนี้ตนจะต้องส่งใบเสร็จไปให้ทาง กยศ. เพื่อให้ปลดภาระจากการเป็นหนี้ค้ำประกัน ก่อน ซึ่งทาง กยศ. จะต้องส่งเอกสารกลับมาว่าได้ปลดภาระการเป็นหนี้ค้ำประกันแล้ว ตนจึงจะสาบายใจร้อยเปอร์เซนต์”

ศิษย์ ฉะกลับคนด่าทรยศ ค้าง 2 หมื่นจ่ายแน่ อย่าดึงลูกเมียเกี่ยว – ครูเชื่อ มีรถขับ จำเป็น (คลิป)

จากกรณีที่ น.ส.วิภา บานเย็น ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร ได้เป็นผู้ค้ำประกันให้แก่นักเรียนกู้ยืมเงินจากกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เมื่อปี พ.ศ. 2541-2542 จํานวน 60 ราย แต่มีลูกศิษย์ที่ค้างชําระหนี้ กยศ. จนถึงขั้นบังคับคดีกับครูที่เป็นผู้ค้ำประกัน จนต้องถูกยึดบ้านและที่ดินตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น วันที่ 26 ก.ค. 61 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ return เปิดเผยชื่อของผู้กู้ กยศ. ที่เป็นลูกศิษย์ของครูวิภา โดยมีทั้งบุคคลที่ชำระเงินแล้วทั้งหมด และยังค้างชำระหนี้ ครูวิภา เปิดเผยว่า มีลูกศิษย์ติดต่อกลับมาบ้างแต่ยังไม่ครบทุกคน ซึ่งลูกศิษย์ส่วนใหญ่ที่ติดต่อกลับมา คำแรกที่เอ่ยออกมาจากปากคือคำว่า “ขอโทษ” เช่นเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา มีลูกศิษย์โทรมา และบอกว่ารับรู้แล้วพร้อมกล่าวขอโทษ ลูกศิษย์รับปากว่าหลังจากนี้จะจัดการเรื่องหนี้สินด้วยตัวเอง แล้วก็จะนำเงินมาคืนในส่วนที่คุณครูเคยออกให้ไปก่อนหน้านี้ด้วย นอกจากนี้ ครูวิภาบอกว่ามีลูกศิษย์อีกหลายคนที่ได้ติดต่อกลับมามีทั้งหมด 11 คนแล้ว ในจำนวนนี้ มี 2 คนที่ใช้หนี้หมด ส่วนที่เหลืออีก 9 คน ก็กำลังดำเนินการ ส่วนคนที่ยังไม่ได้ติดต่อกลับมา ตัวเองก็เชื่อว่าลูกศิษย์ทุกคนรับรู้และมีความรับผิดชอบ น่าจะติดต่อกลับมาเร็ว […]

เปิดใจ ‘อดีตผู้กู้ กยศ.’ ยังชำระหนี้ไม่ครบ เหตุค่าใช้จ่ายเยอะ ยันไม่คิดหนี-ทยอยจ่าย

จากกรณีผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในกำแพงเพชร ถูกศาลตัดสินยึดทรัพย์เนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้นักเรียนชั้น ม.4 และ ม. 5 จำนวน 60 คน ตั้งแต่ปี 2541 แต่นักเรียนกลับไม่ชดใช้หนี้ดังกล่าวทำให้ครูผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบทั้งหมดนั้น ความคืบหน้า ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับหญิงสาวรายหนึ่ง ที่เคยกู้เงิน กยศ. เผยสาเหตุจ่ายเงินไม่ครบเนื่องจากมีภาระค่าบัตรเครดิต และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่ยืนยันไม่คิดหนีหนี้ และจะทยอยใช้หนี้จนหมด โดย น.ส.แก้ม (นามสมมติ) อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้กู้ฯ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการชำระหนี้ที่ยังชำระไม่ครบตามจำนวนเงินที่กำหนดในแต่ละปี เผยว่า ตนกู้ กยศ. ตั้งแต่สมัยเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 โดยได้รับเป็นค่าเทอมทั้งหมด ซึ่งจะเข้าไปในระบบของมหาวิทยาลัยโดยตรง และค่าใช้จ่ายรายเดือน เดือนละ 2,000 บาท ซึ่งเงินในส่วนนั้น ตนนำไปจ่ายเป็นค่าหอพัก ทำให้ไม่ต้องอาศัยเงินจากที่บ้านในส่วนนี้ หลังจากที่ตนศึกษาจบทำให้เป็นหนี้ กยศ. ประมาณ 238,000 บาท โดยทาง กยศ. จะมีจดหมายเรียกให้ชำระหนี้ทุกปี […]

“ครูวิภา” เปิดใจเจอศิษย์ทรยศ หลอกค้ำประกันทำหมดตัว บ้านถูกยึดส่อล้มละลาย ตกงาน (คลิป)

วันที่ 24 ก.ค. 61 ครูวิภา บานเย็น ครูโรงเรียนมัธยมในจังหวัดกำแพงเพชร เผยว่า หลังจากต้องมารับภาระหนี้สินจากการไปทำการค้ำประกันให้นักเรียนกว่า 60 คน กู้ยืมเงินเรียนจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.  โดยตนเองต้องไปกู้เงินจากที่อื่นมาเพิ่มอีกประมาณ 92,000 บาท มีดอกเบี้ยอีกร้อยละ 5.75 บาทต่อปี เพื่อนำมาใช้หนี้แทนเด็ก 4 คน ทำให้เป็นหนี้ซ้ำซ้อนเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ โดยครูวิภายอมรับว่า มีความกังวลมากเพราะไม่รู้อนาคตว่าจะมีหมายจากกรมบังคับคดีจ่อมาถึงบ้านเพิ่มอีกกี่ราย เพราะไม่สามารถทราบข้อมูลว่า มีเด็กคนใดบ้างที่ขึ้นศาลไปไกล่เกลี่ยหรือชำระหนี้ครบทุกเดือนหรือไม่ เนื่องจาก กยศ. ไม่เคยแจ้งข้อมูลอะไรมา จนมารู้เรื่องอีกทีคือ ได้รับหมายศาลให้เข้าไกล่เกลี่ยของเด็ก 2 รายแรก เป็นจำนวนเงินประมาณ 45,000 บาท ซึ่งต้องไปกู้เพื่อนำมาใช้หนี้แทน และการไกล่เกลี่ยจากกรมบังคับคดีของเด็ก 2 รายหลังที่นำหนังสือมาปิดหน้าบ้าน ส่วนทรัพย์สินที่พอมีอยู่ ตอนนี้เป็นมรดกที่ได้รับมาจากพ่อแม่ แต่ต้องนำมาใช้หนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า วันต่อไปจะมีหมายศาลของเด็กคนไหนมาติดหน้าบ้านอีก ส่วนเหตุผลที่ได้เด็กๆ ไม่ชำระหนี้ เนื่องจากมีภาระทางครอบครัว และไม่มีเงินก้อนไปจ่ายมากขนาดนั้น ส่วนครอบครัวของเด็กไม่เคยมีการติดต่อมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบใดๆ หากไม่โทรไปหาก็ไม่เคยได้รับการติดต่อ ครูวิภายืนยันว่า หลังจากนี้คงไม่กล้าค้ำประกันให้กับใครอีก ทั้งที่ทำไปด้วยความหวังดี […]

กระแสตีกลับ! สาวพันทิปเศร้า กยศ. กำลังจะโดนยึดทรัพย์ เจอชาวเน็ตสวดยับ…เป็นหนี้ก็ต้องใช้

กลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในดลกกออนไลน์ เมื่อมีสมาชิกเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความระบายว่าตนกำลังจะโดน กยศ. ยึดทรัพย์ โดยได้รับหมายบังคับคดีให้ชำระเงินภายใน 15 วัน และได้ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการลดหย่อนหรือปิดหนี้ด้วยการขายบ้าน อีกทั้งเจ้าตัวระบุว่าเครียดมากเพราะบ้านเพิ่งซื้อ และกลัวว่าแม่กับลูกจะไม่มีที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม กระทู้ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสมากชิกคนอื่นอย่างมาก และได้มีการแสดงความคิดเห็นเชิงต่อว่าเจ้าของกระทู้ที่ปล่อยให้เรื่องบานปลายมาจนถึงตอนนี้ ทั้งยังมีการตำหนิถึงเจตนาที่กู้ซื้อบ้านและไม่ยอมผ่อนเงินที่กู้ กยศ. มา ซึ่งกลายเป็นภาระให้รุ่นน้องที่ต้องการใช้กองทุนนี้อย่างมาก สำหรับการยึดทรัพย์ลูกหนี้ กยศ. นั้น มีข้อมูลว่า…กรณีที่ถูกยึดทรัพย์นั้น จะเป็นผู้กู้ยืมเงิน กยศ. แต่ไม่ชำระหนี้กองทุนมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี และส่วนใหญ่จะถูกฟ้องมาตั้งแต่ปี 2550 และหากไม่มีการติดต่อมายัง กยศ. ก็จะถูกแจ้งให้มาติดต่อชำระหนี้เรื่อยๆ เนื่องจากการกู้หนี้ กยศ. นั้นคือการกู้เงินหลวงจะบอกว่าไม่ทราบไม่ได้ ที่มา – pantip.com

กยศ.แจ้งเตือน! 5 ก.ค.วันครบกำหนด ‘ชำระหนี้’ ถึงเวลารุ่นพี่ส่งต่อโอกาสให้รุ่นน้อง

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แจ้งเตือนวันครบกำหนดชำระหนี้ 5 กรกฎาคมของทุกปี เพื่อให้ผู้กู้ยืมรุ่นพี่ที่ครบกำหนดชำระหนี้ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษารุ่นน้อง หากล่าช้าจะทำให้ผู้กู้ยืมต้องเสียเบี้ยปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้ ในอัตราร้อยละ 12-18 ต่อปี โดยผู้กู้ยืมสามารถตรวจสอบยอดหนี้ทางเว็บไซต์ กยศ. และนำเงินไปชำระได้ที่ช่องทางของธนาคารกรุงไทย ช่องทางของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือพิมพ์ใบแจ้งหนี้หรือบาร์โค้ดจากหน้าเว็บไซต์นำไปชำระได้ที่ ไปรษณีย์ไทย เคาน์เตอร์เซอร์วิส และธนาคารที่กองทุนกำหนด.

ก.ค.นี้ ลูกหนี้กยศ.เตรียมถูกหักบัญชีรายได้

กยศ.ประสานข้อมูลกับนายจ้างในหน่วยงานราชการและบริษัทเอกชน เพื่อขอหักเงินจากบัญชีเงินเดือนลูกหนี้ ค้างชำระของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. เริ่ม 26 ก.ค.นี้ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 เพื่อรวบกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. กับกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต หรือ กรอ. เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ วันนี้(11 มิ.ย.2560) นายปรเมศวร์ สังข์เอี่ยม ผู้อำนวยการฝ่ายคดีและบังคับคดี กยศ. ระบุว่า กฎหมายฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้วันที่ 26 ก.ค.นี้ โดยกฎหมายได้ระบุให้นายจ้าง สามารถหักเงินจากรายได้ของลูกจ้างที่เป็นลูกหนี้ในกองทุน กยศ. เช่นเดียวกับการหักภาษีของกรมสรรพากรในแต่ละเดือน

keyboard_arrow_up