สินทรัพย์ดิจิทัล

สศช.กังวลคนรุ่นใหม่เทรดคริปโท หวังรวยเร็ว-ศึกษาข้อมูลน้อย ทำเสี่ยงสูง

27 ส.ค. 65
สศช.กังวลคนรุ่นใหม่เทรดคริปโท หวังรวยเร็ว-ศึกษาข้อมูลน้อย ทำเสี่ยงสูง
ไฮไลท์ Highlight
  • สศช.เผยข้อมูลคนรุ่นใหม่เทรดคริปโทลงทุนลงทุนเพื่อความสนุก บันเทิง เข้าสังคม
  • คนรุ่นใหม่ลงทุนทุนคริปโทเกินครึ่งใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ไม่มีกฎหมายกำกับทำเสี่ยงสูง
  • มีความเสี่ยงตลาดคริปโท ถูกหลอกลวง-ถูกโกงหลายรูปแบบ

advertisement

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ล่าสุดได้ออกรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีการสถานการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจซึ่งหนึ่งในนั้น คือ หัวข้อ "พฤติกรรมการลงทุนของคนรุ่นใหม่ในตลาด Cryptocurrency"

โดย สศช.รายงานว่า ปัจจุบันคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือสกุลเงินดิจิทัล เป็นสินทรัพย์ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ เข้ามาลงทุน และหาผลตอบแทนจากมูลค่าที่ปรับตัวสูงขึ้นมากในระยะเวลาอันสั้น โดยจำนวนผู้ครอบครองคริปโท เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2564

สำหรับประเทศไทยจากข้อมูลของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล พบว่า จำนวนบัญชีซื้อขายคริปโท ปี 2564 เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน และจากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า ในปี 2564 มีมูลค่าการซื้อขายคริปโท ในไทยเฉลี่ยประมาณ 1.4 แสนล้านบาทต่อเดือน

 

สศค.ชี้พฤติกรรมลงทุนคริปโทของคนไทย มีประเด็นน่ากังวล ดังนี้

พฤฟติกรรมคนรุ่นใหม่ลงทุนคริปโท

  • ผู้ลงทุนในคริปโท ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างผลกำไรที่สูงในเวลาที่รวดเร็ว
  • สัดส่วน 1 ใน 5 ของผู้ลงทุน ในคริปโท ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคริปโทน้อย และสัดส่วน 25% ใช้สัญชาตญาณ ในการตัดสินใจลงทุน
  • สัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของคนรุ่นใหม่ที่ลงทุนในคริปโท ลงทุนเพื่อความสนุก บันเทิง และเข้าสังคม
  • นักลงทุนคริปโท สัดส่วนมากกว่า 50% ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถกำกับดูแลได้ จากพฤติกรรมข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการลงทุนของนักลงทุนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ทั้งนี้การลงทุนเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่ผู้ลงทุนต้องศึกษาหาความรู้ให้รอบด้านก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์ประเภทนี้ซึ่งมีความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์มากกว่าประเภทอื่นมาก

 

สศช. พบความเสี่ยงสำคัญของคนรุ่นที่ลงทุนในคริปโท

ความเสี่ยงลงทุนในคริปโทของคนรุ่นใหม่

 

  1. ไม่มีการกำกับดูแลตามกฎหมาย สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการกำกับดูแลเรื่องการออกเสนอขาย คริปโท และคุ้มครองผู้ลงทุนในคริปโท ที่ทำการซื้อ/ขาย ผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียน ในประเทศไทยได้
  2. ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (ยกเว้น Stablecoin บางชนิด) ทำให้เมื่อเกิดการด้อยค่า ผู้ที่เป็นเจ้าของจะไม่มีหลักประกันใดๆ เลย อาทิ กรณีเหรียญ Terra Classic ที่เคยมีมูลค่าสูงถึง 3,903 บาท/เหรียญ ในเดือนเมษายน 2565 และตกลงมาเหลือเพียง 0.003 บาท/เหรียญ ในเดือนถัดมา
  3. ตลาดคริปโท ถูกชี้นำได้ง่าย โดยการเปลี่ยนแปลงของราคา คริปโตฯ เกิดขึ้นจากความต้องการที่ถูกชี้นำจากข่าวสาร แทนการเปลี่ยนแปลงของ ปัจจัยพื้นฐาน (งบการเงิน และผลประกอบการ) และคริปโท ยังสามารถปั่นราคาสินทรัพย์ (Pump and Dump) ได้ง่าย และควบคุมได้ยาก
  4. ตลาดคริปโท มีการหลอกลวง และการโกงหลายรูปแบบ อาทิ การหลอกให้ผู้ใช้ กรอกรหัสผ่านลงในเว็บไซต์ปลอมและขโมยบัญชีผู้ใช้ไปใช้งาน หรือเพื่อขโมยเหรียญคริปโตฯ การชักชวนลงทุนจูงใจ ว่าสามารถทำกำไรได้แบบเกินจริง ขณะที่การ rug pull ที่เป็นการโกงรูปแบบหนึ่งเกิดจากการที่นักต้มตุ๋นทำทีว่า มีการพัฒนาโครงการเหรียญคริปโตฯ ใหม่ๆ เข้ามาในตลาดเพื่อต้องการหลอกล่อให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขาย ก่อนที่จะเทขายทิ้ง หรือฉ้อโกงเงินในระบบและส่งผลให้เหรียญนั้นไร้มูลค่า

ดังนั้น ผู้ต้องการลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจตลอดจนประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน หากต้องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ ขณะเดียวกัน ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีและเลือกลงทุนอย่างไม่ประมาท เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเช่นในต่างประเทศ ที่มีการฆ่าตัวตายจากการสูญเงินลงทุนในคริปโตฯ แล้วกว่า 22 ราย

advertisement

Relate Post

Spotlight