เอ็มบัปเป้ซัดเบิ้ล! ฝรั่งเศสเขี่ยอาร์เจนตินาร่วงรอบ 16 ทีม

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ระหว่าง “ตราไก่” ฝรั่งเศส ลงสนามพบ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ที่สนามคาซาน อารีน่า ประเทศรัสเซีย โดยเกมนี้ทัพตราไก่ที่ผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มซี นำทัพโดย อองตวน กรีซมันน์, คีลิย็อง เอ็มบัปเป และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ เดินเกมรุก ส่วนทัพฟ้าขาวที่หืดจับผ่านเข้ามาในอันดับสองกลุ่มดี ส่ง อังเคล ดิ มาเรีย, ลิโอเนล เมสซี ล่าตาข่าย

11 ตัวจริงผู้เล่นฝรั่งเศส : อูโก โยริส (ผู้รักษาประตู), แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์, ราฟาเอล วาราน, ซามูเอล อุมติตี้, ลูกาส์ เออร์นองเดซ, เอ็นโกโล ก็องเต้, ปอล ป๊อกบา, คีลิย็อง เอ็มบัปเป้, อองตวน กรีซมันน์, แบลส มาตุยดี้, โอลิวิเยร์ ชิรูด์

11 ตัวจริงผู้เล่นอาร์เจนตินา : ฟรานโก อาร์มานี (ผู้รักษาประตู), กาเบรียล เมร์กาโด้, นิโคลัส โอตาเมนดี้, มาร์กอส โรโฮ, นิโกลัส ตายาฟิโค, เอ็นโซ เปเรซ, ฮาเวียร์ มาสเคราโน, เอเบร์ บาเนกา, คริสเตียน ปาบอน, ลิโอเนล เมสซี, อังเคล ดิ มาเรีย

เริ่มเกมฝรั่งเศสเป็นฝ่ายเดินเกมบุกใส่ทันที แต่แล้วนาที 11 มาร์กอส โรโฮ ทำฟาวล์ คีลิย็อง เอ็มบัปเป้ ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น อองตวน กรีซมันน์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ฝรั่งเศสขึนนำ 1-0 จากนั้นทัพฟ้าขาวเดินหน้าบุกหวังทวงประตูคืน แต่นาที 40 แฟนอาร์เจนไตน์ได้เฮ เมื่อ เอเบร์ บาเนกา ผ่านบอลเข้ากลางให้ อังเคล ดิ มาเรีย ซัดจากหน้ากรอบเขตโทษเข้าไปอย่างสุดสวย ไล่ตีเสมอ 1-1 พร้อมจบครึ่งแรก

เริ่มครึ่งหลังเพียง 3 นาที อาร์เจนติน่าได้ประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 เมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ ยิงจังหวะแรกแต่ไปเข้าทาง กาเบรียล เมร์กาโด้ สะกิดบอลเปลี่ยนทางเข้าไป จากนั้นนาที 57 ตราไก่โหมบุุกและได้ประตูตีเสมอ 2-2 โดย ลูกาส์ เออร์นองเดซ โยนบอลข้ามฟากให้ แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ ยิงเข้าไปแบบสุดสวย

นาที 64 แบลส มาตุยดี้ ยิงจังหวะแรกติดบล็อก บอลมาเข้าทาง คีลิย็อง เอ็มบัปเป้ ล็อกหลบหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดด้วยซ้ายเข้าไปพลิกขึ้นนำ 3-2 และนาที 69 โอลิวิเยร์ ชิรูด์ จ่ายบอลให้ คีลิย็อง เอ็มบัปเป้ ยิงสวนตัวนายด่านฟ้าขาวเข้าไป พร้อมขึ้นนำ 4-2

จากนั้นอาร์เจนตินาเดินหน้าทำเกมบุกก่อนมาได้ประตูนาที 90 ลิโอเนล เมสซี่ เปิดบอลให้ เซร์คิโอ กุน อเกวโร โหม่งจ่อๆ ไล่ตามมา 3-4 พร้อมจบเกมด้วยสกอร์นี้

โดย ฝรั่งเศส เป็นทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะไปพบผู้ชนะระหว่าง อุรุกวัย หรือ โปรตุเกส ในวันที่ 6 ก.ค.61 เวลา 21.00 น.

 

keyboard_arrow_up