เปิดชีวิต ‘ครูน้อย’ หลังปิดบ้านรับเลี้ยงเด็กยากไร้

ชื่อของสถานรับเลี้ยงเด็กยากจน บ้านครูน้อย คงเป็นชื่อที่หลายคนคุ้นหู สถานที่แห่งนี้เปิดรับสงเคราะห์เด็กยากไร้ มายาวนานกว่า 35 ปี ก่อนจำเป็นต้องปิดตัวลงในปี 2559 เนื่องจากไม่มีเงินที่จะนำมาเลี้ยงเด็กๆ ได้อีกต่อไป บ้านครูน้อย ตั้งอยู่ในชุมชนแออัด ซอยราษฎร์บูรณะ 26 เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เปิดรับดูแลเด็กทั้งจากในชุมชน นอกชุมชน และเด็กพิการ ในเวลาที่ผู้ปกครองออกไปทำงานก็จะเอาเด็กมาฝากให้เลี้ยงบ้าง ครูน้อยก็จะให้น้ำ อาหาร ขนม บางคนที่ไม่ได้เรียน ก็จะเอาเงินบริจาคส่งเสียให้เรียนหนังสือ ตกเป็นค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบ 2 แสนบาท ในปี 58 ได้มีข่าวว่า บ้านครูน้อย จะปิดตัวลงเนื่องจากมีหนี้สินมากกว่า 1 ล้าน 6 แสนบาท ทั้งจากการกู้นอกระบบ การเอาบ้านไปจำนอง เพื่อนำเงินมาหล่อเลี้ยงสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ จน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ในตำแหน่งรองผบ.ตร. ณ ขณะนั้น ต้องเข้ามาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ให้ และได้มีเงินบริจาคเข้ามาบ้าง และสามารถต่อลมหายใจของบ้านครูน้อยออกไปได้อีกสักพักหนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงลมหายใจสั้นๆ เนื่องจากในเดือน พ.ค. ปี 59 บ้านครูน้อยจำต้องปิดตัวลงอย่างถาวร […]

ผ่านมา 1 ปี ไม่มีการช่วยเหลือ! ย่าหมดตัว ดูแลหลานพิการเพราะถูกรถเมล์ทับ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 6 กันยายน 59 เกิดกรณีที่นักศึกษา 2 คน ชื่อว่าน้องจุ๊บแจง และน้องบูม อายุ 18 ปี ที่กำลังขับรถจักรยานยนต์ไปโรงเรียนและถูกรถเมล์ของขสมก.เฉี่ยวชน เป็นเหตุให้น้องจุ๊บแจงต้องกลายเป็นคนพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และน้องบูมเป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง หลังเกิดเหตุได้มีการแจ้งความไว้ที่สน.พญาไท แต่คดีก็ไม่มีความคืบหน้า รายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้เข้าไปตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ และความคืบหน้าของการช่วยเหลือ ที่บ้านของน้องจุ๊บแจง จ.ราชบุรี อีกครั้ง หลังเมื่อเดือนกรกฎาคม 60 ทางครอบครัวของน้องจุ๊บแจงได้เข้ามาร้องทุกข์ที่รายการ โดยล่าสุด คุณย่าซึ่งเป็นผู้ดูแลน้องจุ๊บแจง เล่าว่า น้องจุ๊บแจงมีอาการและสภาพจิตใจดีขึ้น เริ่มพูดได้ แต่ไม่สามารถนั่งด้วยตนเองได้ ต้องมีคนพยุง แต่ด้านสถานะการเงินค่อนข้างเดือดร้อนหนัก เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในแต่ละเดือนค่อนข้างมาก และต้องจ้างคนมาช่วยดูแล รวมแล้วตกเดือนละประมาณ 2 หมื่นบาท นอกจากนี้ทั้งบ้านทั้งรถที่มีก็กำลังจะโดนยึด ทางรถเมล์ซึ่งเป็นคู่กรณีก็ไม่เคยเข้ามาช่วยเหลือเยียวยา ในส่วนของความคืบหน้าคดีความจะมีการสืบพยานอีกครั้งในเดือนมิถุนายนนี้ ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

โดนหมายจับหลังถูกแอบอ้างชื่อ สวมสิทธิ์เป็นเจ้าของเรือประมง

เรื่องราวร้องทุกข์ของ ธีระศักดิ์ ศิวะวิรุฬห์เทพ ที่ถูกตำรวจล้อมจับเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 60 ที่ผ่านมา ในข้อหาเป็นเจ้าของเรือและไม่นำเรือมาตรวจสภาพและแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเรือตามที่กรมเจ้าท่ากำหนด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ปากช่อง ได้ส่งตัวไปที่สน.พลับพลาไชย ซึ่งเป็นเจ้าของคดี บอกว่าเขาเป็นเจ้าของเรือที่ชื่อว่า ‘เอกทวีทรัพย์3’ ขนาด 89 ตัน ซึ่งธีระศักดิ์ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเจ้าของ แม้แต่ชื่อเรือก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน เรือลำดังกล่าวต่อขึ้นมาเมื่อ 30 ปีที่แล้วในมูลค่า 15 ล้านบาท มีหนังสือสัญญาว่าได้ขายและโอนย้ายกรรมสิทธิ์เป็นของธีระศักดิ์ ในปีพ.ศ.2536 ในราคาเพียง 250,000 บาทเท่านั้น โดยเจ้าของเรือคนก่อนมีทั้งหมด 3 ชื่อด้วยกัน ซึ่งธีระศักดิ์ก็ยืนยันอีกเช่นกัน ว่าไม่เคยรู้จักหรือพบกับทั้งสามคนมาก่อน ต่อมาได้ติดต่อขอตรวจสอบในหนังสือกรรมสิทธิ์จากกรมเจ้าท่า พบว่าลายเซ็นต์ในเอกสารคล้ายกับของตนจริง ทั้งนี้เมื่อ 25 ปีก่อน ธีระศักดิ์เคยทำอาชีพประมง เคยมีเรือและจดทะเบียนกับกรมเจ้าท่า โดยในใบกรรมสิทธิ์ม่ีข้อผิดปกติคือมีรอยตัดเจาะบริเวณลายเซ็นต์ของตน เหมือนเอาลายเซ็นต์จากใบทะเบียนเรือเดิมที่เคยมีอ มาติดแปะในทะเบียนเรือลำนี้ ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ถ้าธีระศักดิ์ยอมรับว่าเป็นเจ้าของเรือก็ต้องเสียค่าปรับตามหมายจับ ได้เรือมาเป็นทรัพย์สินฟรีๆ แต่ทั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าเรือลำดังกล่าวเคยถูกนำไปใช้ทำสิ่งผิดกฎหมายมาหรือไม่ เช่นคดีค้ามนุษย์ หรือน้ำมันเถื่อน อาจเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้ ซึ่งเมื่อตรวจสอบก็พบว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกแต่มีกรณีที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันนี้อีก 4-5 […]

แฉ! ศูนย์จัดหาแม่บ้าน-พี่เลี้ยง ไร้คุณภาพ ค้างค่าจ้างแถมเบี้ยวเงินประกัน

เตือนภัยสำหรับครอบครัวที่ต้องการแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงดูแลคนชราที่บ้าน กับกรณีของ คุณฝน ที่ได้เข้าใช้บริการศูนย์ดูแลคนชราแห่งหนึ่ง มีนามบัตรและการจดทะเบียนบริษัทถูกต้อง เพืื่อจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลคุณยายอายุ 92 ปี เพราะทุกคนในครอบครัวต้องออกไปทำงานกันทุกคน โดยจ่ายมัดจำไป 14,000 บาท และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ เช่นค่ารถและค่านายหน้า ทั้งนี้พี่เลี้ยงคนแรกทำงานไม่น่าประทับใจ ไม่รักษาความสะอาด ด่าทอคุณยาย ทำงานได้ 7 วันจึงขอเปลี่ยนคน โดยตามสัญญาสามารถเปลี่ยนได้ 3 ครั้ง โดยคนที่ 2 เป็นคนต่างด้าวไม่ได้จดทะเบียน ทำงานได้ประมาณ 5 เดือน คุณฝนก็ทำเรื่องขออนุญาตทำงานในประเทศไทยให้โดยศูนย์บริการคนชราไม่เข้ามาช่วยเหลือ หรือดำเนินการในส่วนนี้เลย แต่พี่เลี้ยงคนนี้ต้องเดินทางกลับประเทศเนื่องจากเหตุผลจำเป็น เลยได้เปลี่ยนพี่เลี้ยงอีกครั้ง ซึ่งคนที่ 3 มาทำงานแทนเป็นเวลา 7 วัน แต่ก็ดูแลได้ไม่ดีเพราะเป็นแม่บ้านไม่ได้รับการอบรมเรื่องดูแลคนชรามา ก่อนจะได้พี่เลี้ยงคนที่ 4 และยกเลิกสัญญากันไป เมื่อสิ้นสุดสัญญาจ้างจะขอเงินมัดจำจำนวน 14,000 บาทคืน ทางบริษัทก็อิดออดไม่ยอมคืนให้ ตรวจสอบว่าทางพี่เลี้ยงของตน และพี่เลี้ยงคนอื่นๆ ที่บริษัทนี้เป็นนายหน้าจัดหางาน ก็ถูกค้างค่าจ้างอยู่เป็นจำนวนหนึ่ง รวมถึงพี่เลี้ยงคนสุดท้ายของคุณฝนเองก็ไม่ได้รับค่าจ้างเช่่นกัน จึงอยากออกมาเปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวเพื่อไม่ให้ทางบริษัทดังกล่าวกระทำการเช่นนี้อีก ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า เป็นกรณีผิดสัญญาว่าจ้าง […]

นายตำรวจหลอกประชาชน อ้างเอาเงินไปลงทุน สุดท้ายสูญกว่า 2 ล้านบาท

การหลอกลวงเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกที่ แม้กระทั่งจากข้าราชการที่มีหน้าที่ในการดูแลปกป้องประชาชนอย่าง ‘ตำรวจ’ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง หลอกเอาเงินของคุณป้าชาวนา อ้างว่าจะเอามาลงทุน มอบเงินให้มากกว่า 2 ล้านบาท สุดท้ายไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลย ขอเงินคืนก็ไม่ได้สักบาท เหตุการณ์นี้เกิดตอนปีมีนาคม พ.ศ. 2557 กับคุณป้ากลอย ไกรทอง จากจังหวัดนครนายก โดยเริ่มรู้จักนายตำรวจคนนี้ เนื่องจากมีพี่ชายเป็นคนติดสุรา ชอบอาละวาด เลยต้องไปแจ้งตำรวจบ่อยๆ จนรู้สึกสนิทคุ้นเคย ไว้วางใจ จนนายตำรวจคนดังกล่าวก็มาชักชวนให้ไปลงทุนในธุรกิจซื้อ-ขายที่ดิน ตอนแรกก็ปฏิเสธไปเนื่องจากยังมีภาระ มีลูก 2 คนที่ต้องเลี้ยงดู และยังต้องผ่อนส่งที่นา แต่นายตำรวจคนนี้ก็เกลี้ยกล่อมว่าเงินที่ได้ก้อนแรกก็ปลดที่นาได้เลย ตนเห็นว่าเปนคนคุ้นเคยและมีอาชีพที่น่าเชื่อถือจึงตัดสินใจร่วมลงทุนด้วย โดยนายตำรวจทยอยเอาเงินจากคุณป้าเรื่อย ครั้งละ 5 หมื่นบาทบ้าง 1 แสนบาทบ้าง มากสุดคือเคยให้ไป 2 แสน ทุกครั้งที่ให้ไปเป็นเงินสด และเป็นเงินที่ป้ากลอยเองก็กู้ยืมมาให้ รวมแล้วกว่า 2.2 ล้านนบาท เมื่อถามถึงเรื่องการลงทุนนายตำรวจคนนี้ก็ผัดผ่อนไปเรื่อย ไม่เคยได้ผลกำไรได้ตอบแทนมาจึงรู้แน่ชัดว่าถูกหลอก ทั้งนี้คุณป้าได้เข้าพบกับผู้กำกับสน.ที่นายตำรวจคนนี้ประจำการอยู่ เพื่อให้มีการนัดคืนเงินจำนวน 2.2 ล้านบาท แต่นายตำรวจคนดังกล่าวก็ไม่มาตามนัด จึงได้มีการแจ้งความข้อหาฉ้อโกง และยื่นเรื่องต่อศาลในคดีแพ่ง […]

เตือนภัย! อ้างเป็นจนท.ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อ สุดท้ายหลอกโอนเงินร่วม 100 ราย

อุทธาหรณ์เตือนใจสำหรับผู้ร้อนเงิน ว่าอย่าคว้าข้อเสนอที่มีคนยื่นมาง่ายๆ เพราะมีมิจฉาชีพจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะหลอกลวงผู้ที่ลำบาก อย่างเช่นกรณีนี้ ที่บรรดาลูกจ้างรายได้น้อยกว่าร้อยราย ต่างถูกหลอกจากมิจฉาชีพที่อ้างว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร สามารถปล่อยเงินกู้ให้ได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขมากมาย มารี ปุยเงิน ผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์เริ่มต้นจากมิจฉาชีพโทรศัพท์เข้ามาหาอ้างว่าตัวเองเป็นพนักงานของธนาคาร มีโปรโมชั่นปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยถูกกว่าทุกธนาคาร แม้ทางผู้เสียหายจะบอกว่าเคยยื่นเรื่องไปแล้วแต่เครดิตไม่ผ่าน มิจฉาชีพก็เกลี้ยกล่อมโดยการอ้างว่าจะทำให้เป็นกรณีพิเศษ ไม่ต้องมีการเช็กประวัติ โดยสิ่นเชื่อวงเงิน 50,000 บาท มีค่าธรรมเนียม 1,500 บาท สินเชื่อวงเงิน 100,000 บาท ค่าธรรมเนียม 3,000 บาท และสินเชื่อวงเงิน 150,000 บาท ค่าธรรมเนียม 3,500 บาท นอกจากนี้ยังบอกให้มารีไปชักชวนเพื่อนคนอื่นๆ มาทำด้วย โอนเงินไปให้มิจฉาชีพกว่า 2 แสนบาท สุดท้ายเมื่อถึงวันรับสินเชื่อมิจฉาชีพกลับหนีหาย ผู้เสียหายหลายคนก็คิดว่าตัวมารีเองเป็นผู้ที่หลอกเอาเงินไปใช้เอง เมื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีผู้เสียหายร่วม 100 คน ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ผู้เสียหายควรกลับไปหาพนักงานสอบสวน ขอให้ออกหนังสือขอให้ธนาคารอายัติบัญชีของมิจฉาชีพดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้เสียหายรายอื่นโอนเงินเข้าบัญชีของมิจฉาชีพได้อีก เพราะปกติแล้วกลุ่มคนเหล่านี้เมื่อมีเงินเข้ามาจะรีบถอนออกทันที ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี […]

ขอความเป็นธรรม! จับผิดตัวต้องติดคุกฟรี 1 ปี 8 เดือน สูญเสียทุกอย่างในชีวิต

หญิงสาวคนหนึ่ง ต้องตกเป็นแพะ ติดคุกฟรี 1ปี 8 เดือน สูญเสียทุกอย่างโดนไม่ได้รับการชดเชย เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับ สุนันทา ในช่วงปี พ.ศ. 2550 เธอได้ค้าขายอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ก่อนถูกตำรวจบุกจับกุมในข้อหาลักทรัพย์ โดยเป็นการขโมยกล้องดิจิตอล บัตรเติมเงิน สมุดบัญชีเงินฝาก บัตรประชาชน มูลค่า 27,000 บาทที่ร้านค้าในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งที่บ้านเกิดจ.เพชรบูรณ์ทั้งๆ ที่ไม่ได้กลับไปนานมากกว่า 10 ปีแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรูปจากบัตรประชาชนนนของตนไปให้พยานซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้า และพนักงานชี้ตัว พยานก็บอกเพียงว่าคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นคนเดียวกัน สุนันทาปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ศาลตัดสินจำคุก 5 ปี เมื่อถูกตัดสินว่าผิด ก็ไปยื่นเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงยุติธรรม จ้างทนายมาเพื่อสู้คดี พยายามทุกวิถีทาง แต่สุดท้ายแล้วในชั้นศาลฎีกาก็ถูกตัดสินความผิดต้องโทษจำคุกเป็นเวลา 3 ปี เมื่อสุนันทาออกมาจากเรือนจำ หลังถูกจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน ก็ได้เดินเรื่องเรียกร้องความยุติธรรมอีกครั้ง โดยไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้รือฟื้นคดี ทั้งนี้ขณะเดินเรื่องร้องเรียนพบว่าผู้ต้องหาตัวจริงได้ถูกจับในอีกคดีหนึ่งที่ จ. มหาสารคามและเสียชีวิตไปแล้วในเรือนจำ จากเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เธอต้องสูญเสียแทบทุกอย่างในชีวิต ต้องแยกทางกับสามีที่แต่งงานอยู่กินด้วยกันมากว่า 20 ปี ทั้งบ้านและกิจการร้านค้าของตัวเองก็สูญเสียไปทั้งหมด […]

จิตวิทยาหมู่ หลอกขายคอร์สเสริมความงาม สูญเงินกว่าครึ่งแสน

กลโกงของสถาบันเสริมความงาม ที่พยายามยัดเยียดให้ลูกค้าซื้อคอร์สหวังเพิ่มยอดขาด คุณพิม หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าถึงกรณีที่ตนเจอมากับตัวว่า โดยเริ่มต้นจากการถูกสถาบันเสริมความงามแห่งหนึ่งหลอกล่อให้เล่นเกมส์ สอบถามเลขบัตรเครดิตว่ามีตัวลขที่กำหนดหรือไม่หากมีก็จะถือว่าเป็นผู้โชคดี โดยคุณพิมได้รับ Gift Voucher ในราคา 1 หมื่นบาท จากนั้นจึงพาไปลงทะเบียนอ้างว่าเป็นการกรอกเอกสารเพื่อรับของรางวัล และมีพนักงานของสถาบันมาพูดจาเชิญชวนแกมบังคับให้ซื้อคอร์สเสริมความงามเพิ่มเติม เมื่อขอบอกว่าขอโทรศัพท์ปรึกษาที่บ้านก่อนได้ไหมก็ไม่ยินยอม ดึงโทรศัพท์และกระเป๋าอ้างว่าจะเอาไปเก็บให้ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้เสียหายยอมเซ็นซื้อคอร์ส จนสุดท้ายแทนที่จะได้ของฟรี กลับต้องเสียเงินเสริมความงามไปกว่า 5 หมื่นบาท ซึ่งหลังจากทำครั้งแรกกลับมาที่บ้านเกิดอาการแพ้ บวมแดง เดินตรวจสอบในสถาบันเสริมความงาม ก็พบว่าหน้าร้านไม่มีการแสดงใบประกอบวิชาชีพ ต่างจากสถาบันเสริมความงามอื่นๆ เกิดความไม่มั่นใจ จึงติดต่อไปยกเลิกคอร์สและขอเงินคืนในส่วนที่ยังไม่ได้ทำ แต่กลับโดนผู้จัดการร้านโทรมาต่อว่า ต่อมาเดินทางไปเพื่อเอาเอกสารคืน ก็โดนผู้จัดการร้านต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ทั้งนี้คุณพิมได้ไปแจ้งความกับผู้จัดการร้านคนดังกล่าวในข้อหาหมื่นประมาท และมีการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ซึ่งได้มีการนัดไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อย ทางสถาบันฯ ตกลงกันว่าจะคืนเงินให้จำนวน 45,000 บาท และให้ไปถอนแจ้งความ ต่อมากลับแจ้งว่าเป็นความผิดของเซล ทางสถาบันฯ จะชดใช้ให้ 26,000 บาท อีก 19,000 บาท ให้ไปเรียกร้องกับกับเซลคนดังกล่าว โดยคุณพิมไม่ใช่ผู้เสียรายแรก มีผู้เสียหายอีกหลายรายและบางรายสูญเงินถึงหลักแสนบาท ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า […]

ชาวจรัญฯ ร้อง สร้างรถไฟฟ้าทำบ้านทรุด-แตกร้าว ไม่มีการเยียวยา

ชาวบ้านในซอยจรัญสนิทวงศ์ 34/1 และ 34/2 ได้ร้องเรียนผ่านทางรายการ คลายทุกข์ชาวบ้าน ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ตั้งแต่ช่วงต้นปีพ.ศ. 2559 ทำให้บ้านเรือนทรุดตัว แตกร้าว อีกทั้งยังมีปัญหาฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง ทุกครั้งที่มีการตอกแผ่นเหล็กชีทไพล์ จะมีแรงสั่นสั่นเทือนอย่างมาก ทำให้บ้านร้าว ประตูปิดไม่สนิท นอกจากนี้ทางเท้ายังเดินไม่สะดวกเพราะการวางตอม่อ ผู้รับเหมานำรถมากจอดบนทางเท้า อีกทั้งอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ ทำให้ประชาชนต้องลงไปเดินบนพื้นถนนเสี่ยงต่อการถูกรถเฉี่ยวชนอีกด้วย เมื่อร้องเรียนปัญหาไปก็ไม่มีความคืบหน้า บ้างก็ถูกแจ้งกลับมาว่าให้รอการสร้างแล้วเสร็จก่อน หรือรอให้เสียหายหนักจริงจังค่อยมาแจ้งทีเดียว ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวจ้องเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นก่อน ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

รถถูกชน แต่ตำรวจให้เป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่าเสียหายกว่า 3 แสน

ผู้เสียหายรายหนึ่ง ขับรถมาอยู่ดีๆ แต่ถูกชนจนทำให้รถตัวเองพุ่งข้ามเลนไปชนกับรถอีกคันหนึ่ง และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับให้ยอมรับสารภาพเป็นผู้กระทำผิด ต้องเสียเงินให้คู่กรณีถึง 3 แสนบาท ส่วนคันต้นเหตุหนีหายไปไม่มีการติดตาม ในวันเกิดเหตุ เป็นช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ยศพลกำลังขับรถอยู่บนถนนขนาด 3 เลนด้วยความเร็วประมาณ 70 กม.ต่อชม. ในเลนกลาง ก่อนถูกกระบะคันหนึ่งขับเบียดทำให้รถเสียหลักพุ่งไปถนนอีกฝากและชนกับรถคันอื่น ทางฝั่งของยศพลได้รับบาดเจ็บแขนและซี่โครงหัก เพื่อนที่นั่งมาด้วยขาหัก โชคดีที่รถอีกคันที่ถูกชนไม่ได้มีผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด แต่กระบะที่ขับเบียดรถของยศพลจนเกิดอุบัติเหตุก็ไม่ได้ลงมาตรวจสอบและขับหนีไป เมื่อตำรวจมาสอบสวน ทางยศพลก็ได้แจ้งไปว่ารถของตนถูกชนก่อน อยากให้ตามเรื่องให้ แต่ตำรวจก็ไม่ได้ติดตามเรื่อง เมื่อส่งหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ ก็ยังได้รับคำยืนยันว่าฝั่งตนเป็นฝ่ายผิดต้องมีการชดใช้ให้คู่กรณี 3 แสนบาท นอกจากนี้ระหว่างรอดำเนินคดียังมีกลุ่มคนอ้างว่าเป็นตำรวจมาบุกรุกที่บ้าน บอกว่ามีหมายจับ แต่เมื่อไปตรวจสอบที่ศาลก็พบว่าไม่ได้มีหมายจับอยู่จริง ไปแจ้งความในข้อหาบุกรุกแต่ตำรวจก็ไม่รับดำเนินคดีจริงจัง ทนายเกิดผล แก้วเกิด ให้แนวทางในกรณีนี้ว่า ให้ผู้เสียหายไปยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการ ให้มีการสอบสวนพยานแวดล้อมเพิ่มเติม และยื่นคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานพร้อมระบุว่าเคยมอบให้พนักงานสอบสวนไปแล้ว เพื่อให้ตรวจสอบว่ารถถูกชนจึงทำให้พุ่งไปชนรถคันอื่นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยจริง และในส่วนที่มีตำรวจบุกรุกเข้าบ้าน ให้ไปแจ้งความอีกครั้งระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถ้าตำรวจไม่รับดำเนินคดีให้เก็บภาพหรือวิดีโอเป็นหลักฐานไว้และนำไปร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ชาวบ้านชุมชนซอยคุ้มเกล้า 62 ขอร้องเรียน ถนนพัง 6 ปี ไร้การเหลียวแล

ที่ชุมชนซอยคุ้มเกล้า 62 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เดือดร้อนเรื่องถนนชำรุดเสียหาย มายาวนานกว่า 6 ปี ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งถนนดังกล่าวเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร มีสภาพเป็นหลุม เป็นบ่อ มีฝุ่นละอองส่งผลกระทบด้านสุขภาพแก่ชาวบ้านในชุมชน และเป็นอันตรายในการขับขี่รถจักรยานยนต์และรถยนต์บนท้องถนน ถนนดังกล่าวแต่เดิมเป็นถนนลาดยาง แต่เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ถนนพังเสียหาย ทางชุมชนได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานนที่เกี่ยวข้อง ได้รับคำสัญญาว่าจะมีงบประมาณเข้ามาแก้ไขให้ แต่ผ่านมาร่วม 6 ปีแล้วก็ยังไม่มีการแก้ไขใดๆ เกิดขึ้น โดยในช่วงปกติถนนดังกล่าวก็จะมีฝุ่นฟุ้งกระจาย เมื่อฝนตกก็จะเป็นโคลนเฉอะแฉะ บางครั้งก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทางเขตก็แก้ไขโดนการเอาหินคลุกมาถมให้เป็นครั้งคราว ซึ่งไม่เป็นการแก้ไขที่ยั่งยืน ดั้งเดิมเป็นถนนเส้นนี้เป็นถนนส่วนบุคคล และมีการยกให้เป็นถนนสาธารณะเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ใช้ถนนเส้นนี้จำนวนมาก นอกจากชาวบ้านในชุมชนจะใช้สัญจรแล้ว ยังมีบุคคลภายนอกเข้ามาใช้ด้วย เพราะถือเป็นเส้นทางลัด จึงอยากให้มีการเข้ามาแก้ไขอย่างจริงจังเพราะมีผู้ได้รับความดือดร้อนจำนวนมาก

‘ด่านลอย’ ทำให้เกิดรถชน-มีผู้บาดเจ็บ ใครรับผิดชอบ?

ทำอย่างไรเมื่อ ด่านลอย หรือด่านตรวจวินัยจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่มีการตั้งเป็นกิจจะลักษณะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จากกรณีนักร้องสาวคนหนึ่งกำลังเดินทางไปเพื่อแสดงที่.พระนครศรีอยุธยา แต่ขับไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนกลางถนนพร้อมโบกรถอยู่ จึงชะลอรถทำให้รถบรรทุกที่ขับมาด้านหลัง ชนเข้ากับที่ท้ายรถและรถของเธอเองก็พุ่งไปชนท้ายรถยนต์คันข้างหน้าอีกทอดหนึ่ง อุบัติเหตุในครั้งนี้ไม่ได้ก่อความเสียหายกับเฉพาะรถยนต์เท่านั้น ยังส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก นอกจากนี้อุปกรณ์การแสดงก็ได้รับความเสียหาย ซึ่งต่างก็ไม่รู้ว่าค่าเสียหายนอกเหนือจากที่ประกันภัยรับผิดชอบใครจะเป็นคนรับไป ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ต้องดูว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุใด ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยคนขับรถบรรทุกไม่ได้ตั้งใจก็ไม่ต้องรับผิดชอบ แต่ในกรณีนี้รถบรรทุกถูกแจ้งข้อหาในการขับรถแช่ในเลนขวา ซึ่งตามปกติไม่อนุญาตให้รถประเภทนี้ขับจึงถือว่ามีความผิดฐานประมาท ซึ่งในกรณีนี้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องการชดเชยจากประกันภัยหรือนายจ้างของรถบรรทุกได้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น หากตัดสินว่ามีความผิดจะมีความผิดในฐานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทจนเกิดความเสียหาย และในกรณีนี้มีผู้บาดเจ็บทำให้เป็นคดีอาญาความผิดลหุโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท เนื่องจากในการตั้งด่านจราจรมีระเบียบว่าต้องตั้งให้เป็นกิจจะลักษณะ สังเกตเห็นได้ง่ายจากระยะไกล ทั้งนี้ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายจากการขาดงานได้เต็มจำนวน ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกทำวีซ่า ดำเนินเรื่องไม่แล้วเสร็จ แถมสูญเงิน

เตือนภัย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ จากผู้เสียหายสาวรายหนึ่งที่ต้องการจะเดินทางไปประเทศจีน และด้วยความไว้ใจในตัวมิจฉาชีพเนื่องจากเคยติดต่อจ้างดำเนินเรื่องให้และได้วีซ่าจริง โดยเป็นการจ้างให้นำเอกสารไปดำเนินเรื่องที่สถานทูตให้ แต่ในครั้งนี้กลับว่าเกิดปัญหาล่าช้า อ้างว่ายื่นเอกสารไม่ตรงเวลากำหนด และมีการขอค่าใช้จ่ายเพิ่มเรื่อยๆ แต่สุดท้ายก็ไม่แล้วเสร็จ สูญเงินไปกว่า 11,000 บาท ผู้เสียหายจึงขอเงินและเอกสารคืน แต่ได้เพียงเอกสาร ไม่ได้เงินคืน ต่อมาพยายามติดต่อมิจฉาชีพรายนี้เพื่อขอเงินคืนอยู่เรื่อยๆ ก็ติดต่อไม่ได้ เมื่อตรวจสอบกับทางสถานทูตพบว่าบุคคลรายนี้โดนแบนไม่ให้เป็นคนกลางติดต่องานกับสถานทูตนานแล้ว แต่พบว่ายังคงรับงานติดต่อดำเนินการขอวีซ่าอยู่อย่างต่อเนื่อง และมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีกจำนวนหนึ่ง จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่สน.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ แต่ตำรวจบอกว่ากรณีเช่นนี้เป็นคดีแพ่ง ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานเท่านั้น ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า หากจะดูว่าคดีนี้จะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงตามกฎหมายอาญามาตรา 341 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าคนร้ายตั้งใจจะโกงมาตั้งแต่ต้นหรือเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งถ้าเป็นกรณีไม่ตั้งใจก็จะเป็นแค่ความผิดทางแพ่งในกรณีผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายจึงต้องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง พร้อมให้ข้อมูลว่ามิจฉาชีพรายดังกล่าวรับจ้างดำเนินเรื่องขอวีซ่า ทั้งๆ ที่โดนแบนจากสถานทูต และนำหลักฐานว่ามีผู้ถูกหลอกในลักษณะเดียวกันไปด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีและออกหลายเรียกมาสอบสวน ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

ชาวบ้านถูกตัด ‘น้ำประปา’ กระทันหัน เดือดร้อนหนักทั้งตำบล

ที่ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ชาวบ้านทั้งตำบล กว่า 120 หลังคาเรือนต้องเดือดร้อนไม่มีน้ำประปาใช้ ต้องใช้น้ำคลองและซื้อน้ำดื่มน้ำใช้ โดยน้ำคลองก็ไม่ค่อยสะอาด มีกลิ่นเหม็น เมื่อใช้ก็มีอาการคันตามตัว เด็กเล็กๆ ต้องซื้อน้ำมาอาบให้ สูญเงินค่าน้ำเป็นจำนวนมาก ที่หมู่บ้านมีระบบท่อประปา ก่อนหน้านี้ใช้น้ำประปาที่บริหารจัดการโดยเอกชน ในราคาหน่วยละ 30 บาท ซึ่งน้ำก็ไหลบ้างไม่ไหวบ้าง ต่อมาเอกชนอ้างว่าขาดทุน มีการขอค่าส่วนต่าง 100 บาท ค่าบริการอีก 20 บาท ต่อมาขอเก็บ 350 บาท ชาวบ้านก็ต้องยอมจ่ายเพราะไม่มีตัวเลือกอื่น หมดค่าน้ำประปาต่อเดือนนับพันบาท จนล่าสุดระบบน้ำประปาก็ตัดไปอย่างถาวร ชาวบ้านขาดน้ำสะอาดใช้มาร่วมเดือน อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ นายณรงค์เดช วงศ์ประเสริฐ รองนายก อบต. คลองด่าน กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน โดยระบบน้ำประปาของตำบลบริหารจัดการโดยเอกชน ต่อมาท่อประปามีการรั่วไหลทำให้ขาดทุนจึงหยุดการให้บริการกระทันหัน เบื้องต้นอบต. ได้มีการแก้ไขโดยการใช้รถดับเพลิง ดันน้ำใส่ท่อประปาดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้ในช่วงดำเนินการไปก่อน ซึ่งหากจะให้การประปานครหลวงเข้าถึงตำบลดังกล่าว ต้องมีการทำทางเท้าเพื่อวางท่อและให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจดมิเตอร์ได้ ซึ่งวิธีแก้ปัญหาที่เร็วที่สุด ณ ขณะนี้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการ และขอใช้มิเตอร์ในฐานะอบต. และช่วยกันหารค่าใช้จ่าย คาดว่าชาวบ้านจะมีน้ำประปาใช้ในเร็วๆ นี้

เตือนภัย! เต็นท์รถโกงลูกค้า เงินไม่ได้-รถหาย ผู้เสียหายเพียบแต่คดีไม่คืบ

มีกลุ่มผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งเข้ามาร้องเรียนว่าถูกเต็นท์รถแห่งหนึ่งในอ.ปลวกแดง จ.ระยอง โกงเงิน แต่ละรายโดนไปไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาท และเมื่อไปตามเอารถกลับก็ไม่พบ คุณสมพงษ์ หนึ่งในผู้เสียหายเล่าว่า ได้นำรถตู้ที่ยังส่งไม่ครบไปขายกับเต็นท์รถดังกล่าว ในราคา 510,000 บาท โดยให้เงินมาก่อน 2 หมื่นบาท และเต็นท์รถบอกว่าจะปิดยอดค่างวดรถที่ค้างไว้ให้ แต่ผ่านมา 2 ปี ก็ยังไม่มีการส่งงวดรถต่อ ทำให้ถูกไฟแนนซ์ฟ้องร้องว่าค้างเงินค่างวดรถเป็นเงินกว่า 4 แสนบาท ไปติดต่อที่เต็นท์รถดังกล่าวก็ไม่ยอมมาพบ คุณวิทยา ผู้เสียอีกรายหนึ่งเล่าว่า ได้เอารถไปขายที่เต็นท์รถแห่งนี้ เป็นรถที่ผ่อนหมดเรียบร้อยพร้อมเล่มทะเบียน โดยเต็นท์แห่งนี้จ่ายเงินมาเป็นเช็คจำนวน 430,000 บาทแต่เมื่อเอาไปขึ้นเงินกลับพบว่าเช็คเด้ง เมื่อผู้เสียหายรวมตัวไปแจ้งความ ก็พบว่ามีผู้เข้ามาแจ้งความเกี่ยวกับเต็นท์รถรายนี้เป็นจำนวนมาก ทนายเกิดผล แก้วเกิด ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ลักษณะการไปแจ้งความของกลุ่มผู้เสียหาย เป็นการลงบันทึกประจำวันเพื่อเป็นหลักฐานไปไปดำเนินคดีฟ้องร้องทางแพ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่ได้มีเรียกตัวมาดำเนินคดีอาญาแต่อย่างใด แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีผู้มาแจ้งความเอาผิดกับเต็นท์รถรายนี้เป็นจำนวนมาก จึงนับเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งนับว่ารัฐก๋็เป็นผู้เสียหายทางตำรวจก็ควรต้องดำเนินคดี แนะนำให้กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวกันและไปร้องเรียนที่กองปราบปราม พร้อมหลักฐาน ทั้งนี้แนะนำว่าถ้าประชาชนจะไปขายรถให้เช็กข้อมูลของเต็นท์รถให้รอบด้าน หรือหากจะขายก็แนะนำให้รับค่ารถเป็นเงินสดเท่านั้น ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

เตือนภัย กลโกงตัวแทนประกันชีวิต! เมื่อกรมธรรม์ที่ได้ ไม่ตรงตามที่ตกลง

เรื่องราวเตือนภัยเมื่อครอบครัวหนึ่งทำประกันชีวิต หวังทิ้งไว้ให้ลูกหลานใช้ยามแก่เฒ่า แต่เงื่อนไขกลับไม่เป็นไปตามกรมธรรม์ โดยคุณอภิชัย ผู้เสียหาย เคยทำประกันชีวิตกับนายหน้าประกันคนนี้ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจ ระดับผู้บริหารบริษัทในจ.ราชบุรี ไปกว่า 5 เล่ม จึงรู้สึกไว้ใจโดยไม่คิดว่าจะถูกหลอกลวง อภิชัยได้ทำประกันเล่มที่ 6 กับนายหน้าประกันคนเดิม ในปี พ.ศ. 2557 ตกลงกันว่าจะทำกรมธรรม์ จ่ายเบี้ยประกันเป็นเวลา 10 ปี เป็นเงิน 247,000 บาทต่อปี จะได้คืนในปีที่ 20 โดยลืมขอสมุดกรมธรรม์ไปแต่มีการส่งเบี้ยประกันตามปกติ จนกระทั่งเมื่อปี 60 เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้สมุดกรมธรรม์ จึงทวงถามไปและขอสมุดกรมธรรม์กับนายหน้าประกันคนดังกล่าว แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเงื่อนไขกรมธรรม์ไม่ตรงกับที่เคยตกลงกันไว้ พบว่าเงื่อนไขคือต้องจ่ายเบี้ยประกัน 20 ปี และจะได้รับเงินคืนปีที่ 99 หรือเสียชีวิต นอกจากนี้ยังไม่ได้รับเงินปันผลอีกด้วย นอกจากนี้ตรวจสอบพบว่าสมุดกรรมธรรม์เล่มดังกล่าว มีการเซ็นต์รับเล่มกรมธรรม์เรียบร้อยเป็นลายเซ็นต์ของอภิชัยเอง มีพยานเซ็นต์รับทราบ แต่อภิชัยไม่เคยเซ็นต์รับสมุดกรมธรรม์เล่มนี้มาก่อน ลายเซ็นต์นั้นจึงเป็นลายเซ็นต์ปลอม และในวันที่รับสมุดอภิชัยก็อยู่ที่ประเทศจีน มีหลักฐานการเข้าออกประเทศชัดเจน ไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางอภิชัย ผู้เสียหายได้ไปแจ้งที่สภ.บ้านโป่ง ตั้งแต่เดือนก.ค. 60 มีการส่งลายเซ็นต์ดังกล่าวไปตรวจพิสูจน์ และมีการยืนยันว่าเป็นการปลอมลายเซ็นต์จริง และเมื่อได้ไปเวนคืนเล่มประกันอื่นๆ ที่เคยทำกับนายหน้าประกันภัยรายนี้ […]

ชาวบ้านทั้งตำบล ต้องทนดมฝุ่นโรงงานนับ 10 ปี ร้องเรียนไปไร้การแก้ไข

ที่อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา มีตำบลหนึ่ง ที่ชาวบ้านเกือบทั้งตำบลต้องประสบกับปัญหาฝุ่นฟุ้งกระจายจากโรงงาน ต้องอดทนมายาวนานกว่าหลายสิบปี ร้องเรียนไปหน่วยงานไหนเรื่องก็ยังเงียบ ไม่ได้รับการแก้ไข ในบริเวณดังกล่าวเป็นท่าเรือสินค้า มีโรงงานตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่นโรงแร่ โรงงานแป้งมัน ทำให้ในการขนย้ายสินค้าแต่ละครั้งมีฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านทั้งตำบล มีปัญหาฝุ่นเกาะตามบ้าน รถและทรัพย์สินต่างๆ ต้องคอยปัดกวาด ปิดถังเก็บน้ำดื่มน้ำใช้ เวลาตากผ้าก็ต้องรีบเก็บ พืชที่ปลูกไว้ก็ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงสุขภาพของชาวบ้านที่เมื่อสูดดมเอาฝุ่นเหล่านี้เข้าไปเรื่อยๆ ก็สะสมในร่างกาย จนมีบางคนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจต่างๆ เช่น โรคหอบหืด ที่ผ่านมาได้ไปร้องเรียนทั้งนายอำเภอ อบต. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เคยมีเจ้าหน้าที่ลงมาสำรวจและสอบถาม แต่โรงงานก็ชี้แจงว่าได้ปรับปรุงแล้วและเรื่องก็เงียบไปทุกครั้ง แต่เมื่อสังเกตดูในการลงสินค้าแต่ละครั้งของโรงงานก็ยังไม่มีการคลุมผ้าหรือทำกระบวนการใดๆ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองไม่ให้ฟุ้งกระจายออกไปยังชุมชน ทำให้ปัญหายังคงเรื้อรังเรื่อยมา นายพิรุณ วิมลอักษร นายอำเภอนครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ชี้แจงในกรณีนี้ว่า ปัญหานี้เรื้อรังมาเป็นเวลานาน ก่อนหน้านี้มีการเชิญทุกภาคส่วนมาเพื่อประชุมหาทางแก้ไข และได้มีประสานทางเขตพื้นที่อ.บางปะหัน ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานให้ทำการแก้ไขแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของผู้ประกอบการด้วย ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนควรรวมตัวกันให้เป็นกลุ่มใหญ่ และมีการจัดตั้งตัวแทนที่จะทำหน้าที่ในการตามเรื่องร้องเรียน และติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขให้คืบหน้า ชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี 34

น้ำท่วมสูงจนมิดหัว บ้านพัง-อาชีพหาย ได้เงินชดเชย 120 บาท

ที่อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เกิดน้ำท่วมซ้ำซากเกือบทุกปี ท่วมครั้งหนึ่งนานหลายเดือน ชาวบ้านต้องอยู่กันตามมีตามเกิดเพราะย้ายไปที่ไหนก็ไม่ได้ ซ้ำร้าย หลังน้ำลดมีหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือชดเชย กลับได้รับการประเมินความเสียหายไม่คุ้มกับที่สูญเสียไป สอบถามบ้านที่ติดกับลำคลอง ทราบว่าเมื่อเกิดน้ำท่วม ระดับน้ำขึ้นสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลทำให้ข้าวของในบ้านของชาวบ้านพังเสียหาย เสาบ้าน บันไดแตกร้าว บางหลังก็เกิดดินทรุดตัว ในการชดเชยค่าเสียหายหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่เคยมาประเมินความเสียหายด้วยตนเอง แต่อาศัยให้ชาวบ้านถ่ายภาพส่งไปให้ ซึ่งส่วนมากได้เงินชดเชยไม่สมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น บางหลังก็ได้เพียง 120 บาท บางหลังก็ไม่ได้เลย นอกจากนี้ยังได้รับเงินชดเชยที่ล่าช้าอีกด้วย ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต ให้ความเห็นในกรณีนี้กว่า น่าจะเปลี่ยนวิธีการประเมินความเสียหายใหม่ โดยอาจให้เงินเยียวยาเบื้องต้นก่อน และให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบดูความเสียหายในพื้นที่จริง นอกจากความเสียหายของบ้าน ควรประเมินความเสียหายด้านผลผลิตทางการเกษตร และความเสียหายทางจิตใจของชาวบ้านด้วย แนะนำวิธีการเขียนคำร้องที่ถูกต้อง วิธีการเขียนบรรยายความเสียหายให้แก่ชาวบ้านว่าควรเขียนคำร้องอย่างไรให้ได้รับการเยียวยาที่ถูกต้อง เหมาะสม จากการสอบถามนายอำเภอป่าโมก ชี้แจงว่า มีครัวเรือนประสบกับอุทกภัยทั้งหมด 628 ครัวเรือน และทางราชการจะชดเชยตามความเสียหายจริง ซึ่งจะไม่เกินหลังละ 33,000 บาท แต่หลังจากการตรวจสอบพบว่าชาวบ้านได้รับการประเมินความเสียหายที่น้อยเกินควร จึงได้มีสั่งให้ทบทวนการประเมินและกำชับให้คณะกรรมการลงไปดูความเสียหายด้วยตัวเองแล้ว คาดว่าบ้านเรือนทุกหลังจะได้เงินชดเชยที่เป็นธรรม ติดตามชมรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 น. ช่องอมรินทร์ทีวี […]

keyboard_arrow_up