รพ.แจงเหตุทิ้งกางเกงใน “น้องหญิง” ปัดช่วยผู้ต้องหาพ้นผิด ชี้เป็นขยะติดเชื้อ ส่งทำลายตามมาตรฐาน

วันที่ 6 ส.ค. 61 เพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยมีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เป็นประธานชมรมฯ ได้โพสต์ข้อความถึงความคืบหน้าคดีน้องหญิง หรือ น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช ที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ว่า “ชมรมฯ และครอบครัวน้องหญิง ประชุมปรึกษากันแล้ว พรุ่งนี้ (7 ส.ค. 61) บ่าย 2 โมง จะเข้าแจ้งความที่กองกำกับการ2 กองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดีกับพยาบาลโรงพยาบาลการุญเวช และโรงพยาบาล ในความผิดทำลายหลักฐานวัตถุพยานกางเกงใน โดยมีเจตนาในการช่วยเหลือผู้ต้องหาให้พ้นผิด”

นพ.ธนะวัตร วัฒนวงษ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการุญเวช จ.อยุธยา

ขณะที่ นพ.ธนะวัตร วัฒนวงษ์ภิญโญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการุญเวช จ.อยุธยา เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุเมื่อ 19 ก.ค. 61 ขณะที่น้องหญิงมาถึงที่โรงพยาบาลทุกอย่างฉุกละหุกเนื่องจากต้องรีบช่วยชีวิตผู้ป่วย ซึ่งขณะนั้นมีสัญญาณชีพปกติ แต่สมองอยู่ในอาการโคม่า พยาบาล 5-6 คนที่ช่วยเหลือน้องหญิงในขณะนั้นก็ต้องช่วยกันใส่ท่อช่วยหายใจ แทงสายน้ำเกลือ ใส่ท่อปัสสาวะ ซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน โดยพยาบาลจะต้องถอดกางเกงและกางเกงในของน้องหญิงเพื่อใส่ท่อปัสสาวะ จากนั้นก็แยกกางเกงตัวนอกไว้ถุงหนึ่ง และแยกกางเกงในไว้ในถุงสีแดง ซึ่งเป็นถุงสำหรับใส่ขยะติดเชื้อ เนื่องจากเป็นเสื้อผ้าที่สัมผัสกับตัวของน้องโดยตรงและอาจจะปนเปื้อนสารคัดหลั่ง ตามมาตรฐานแล้วจึงจะต้องแยกถุงเอาไว้

ถุงพลาสติกสีแดงสำหรับใส่ขยะติดเชื้อ

นพ.ธนะวัตร กล่าวต่อว่า น้องหญิงอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นก็ต้องรีบส่งตัวไปให้กับโรงพยาบาลปทุมธานี โดยขณะที่จะมีการส่งตัวก็ได้ส่งถุงเสื้อผ้าให้กับ น.ส.รุ้ง ที่มารออยู่ด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ด้วยความเร่งรีบพยายาลจึงหยิบส่งให้เพียงถุงเดียว ต่อมาวันที่ 26 ก.ค. น.ส.รุ้ง ก็ได้ โทรศัพท์สอบถามพยาบาลเรื่องกางเกงใน แต่พยาบาลที่รับสายคือคนละคนกับพยาบาลที่ส่งคืนให้ จึงตอบไปว่าคืนเสื้อผ้าไปหมดแล้ว เนื่องจากเห็นพยาบาลอีกคนยื่นถุงให้ น.ส.รุ้ง ในวันเกิดเหตุ ซึ่ง น.ส.รุ้ง ก็ไม่ได้ติดใจอะไร โดยหลังจากที่ น.ส.รุ้ง โทรศัพท์เข้ามาสอบถามนั้น โรงพยาบาลก็ได้มีการตรวจสอบในวันเดียวกันทันที จนทราบว่ายังคืนไปไม่ครบ เพียงแต่ว่าไม่ได้โทรศัพท์กลับไปบอก น.ส.รุ้ง ต่อมาวันที่ 30 ก.ค. นายอัจฉริยะก็ติดต่อมาที่โรงพยาบาลเพื่อสอบถามเรื่องกางเกงในอีกครั้ง โดยพยาบาลก็ได้บอกข้อเท็จจริงไป แต่ในวันนั้นเป็นวันพฤหัสบดี ซึ่งรถของบริษัทกำจัดขยะจะมาเก็บขยะทุกวันพุธ ทำให้ขณะนั้นถุงที่บรรจุกางเกงในของน้องหญิงถูกรถของบริษัทกำจัดขยะเก็บไปดำเนินการตามกระบวนการกำจัดขยะติดเชื้อเรียบร้อยแล้ว

ถังสำหรับทิ้งขยะติดเชื้อ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการหลักฐานกางเกงในของน้องหญิง โรงพยาบาลจะทำอย่างไร นพ.ธนะวัตร นิ่งไปพักหนึ่งแล้วตอบว่า ตนก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร แต่ยืนยันว่าพยาบาลและโรงพยาบาลไม่ได้มีเจตนาที่จะทิ้งหรือทำลาย ซึ่งทั้งตนและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้ชี้แจงข้อเท็จจริงไปในสำนวนทั้งหมดแล้ว

สำหรับที่นายอัจฉริยะและญาติของผู้เสียชีวิตจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับโรงพยาบาลและพยาบาลที่เกี่ยวข้องนั้น นพ.ธนะวัตร กล่าวว่า สำหรับตนไม่กังวล แต่กังวลแทนพยาบาลที่ปฎิบัติหน้าที่ช่วยชีวิตอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ต้องมาเจอกระแสสังคม ซึ่งตนยืนยันว่าพยาบาลไม่ได้เจตนาที่จะเอากางเกงในของน้องไปทิ้ง หรือต้องการทำลายหลักฐานแต่อย่างใด แต่ขณะนั้นสถานการณ์มันฉุกละหุก และสิ่งสำคัญที่ต้องคิดในตอนนั้นคือเรื่องของการช่วยชีวิตน้องหญิง ซึ่งตนก็อยากพูดคุยกับนายอัจฉริยะและญาติให้เข้าใจในบริบทการทำงานของโรงพยาบาลและการช่วยชีวิตผู้ป่วย

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับแม่บ้านที่เก็บขยะไปทิ้งในวันเกิดเหตุ

นอกจากนี้ แม่บ้านของโรงพยาบาลการุณเวช ยืนยันว่าตนมาทำความสะอาดและเก็บข้าวของไปในวันเกิดเหตุ (19 ก.ค.) หลังจากที่มีการนำตัวน้องหญิงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลปทุมธานีแล้ว เมื่อเห็นถุงสีแดงก็เข้าใจว่าเป็นขยะติดเชื้อ เนื่องจากหากเป็นถุงสีแดงจะไม่สามารถเปิดถุงดูได้ จึงได้ซ้อนลงถุงสีแดงอีกหนึ่งถุงและใช้เชือกมัดปากถุงไว้ตามวิธีการของการเก็บขยะติดเชื้อ จากนั้นก็นำลงถังขยะติดเชื้อและเขียนไปที่ห้องพักขยะติดเชื้อ ซึ่งรถของบริษัทกำจัดขยะก็จะมารับขยะไปในวันที่ 25 ก.ค. ยืนยันว่าเป็นการทำตามกระบวนการปกติ และยอมรับว่ากังวลหลังจากที่เจอกระแสสังคม

keyboard_arrow_up