close sticky

สธ.มั่นใจภายในสิ้นปีนี้ ฉีดวัคซีนโควิด ครอบคลุมประชากรร้อยละ 70

28 ส.ค. 64

กระทรวงสาธารณสุขเผยปีนี้จัดหาวัคซีนโควิด 19 ได้แล้ว 124 ล้านโดส ศักยภาพในการฉีดเป็นไปตามเป้าหมาย มั่นใจภายในสิ้นปีนี้ครอบคลุมประชากรร้อยละ 70 


วันนี้ (28 สิงหาคม 2564) ที่ศูนย์แถลงข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์ และการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ว่า สถานการณ์โควิด 19 ของไทยขณะนี้มีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง ในวันนี้มีผู้ติดเชื้อ 17,984 ราย หายป่วย 20,534 ราย เสียชีวิต 292 ราย แม้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีผู้ป่วยที่รักษาหายมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ แต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


5xuo6yzbs1wk8o48k


ส่วนการฉีดวัคซีนโควิด 19 ถึงวันที่ 27 สิงหาคม 2564 ฉีดวัคซีนสะสม 30,420,507 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 22,617,701 โดส คิดเป็นร้อยละ 31.4 ของประชากร เข็มที่ 2 จำนวน 7,221,368 โดส เข็มที่ 3 จำนวน 581,438 โดส โดยกระทรวงสาธารณสุขจัดหาวัคซีนรวมแล้ว 124 ล้านโดส ได้แก่ ซิโนแวค 31.5 ล้านโดส แอสตราเซนเนก้า 61 ล้านโดส จะส่งมอบเดือนตุลาคม - ธันวาคม เดือนละ 10-13 ล้านโดส และไฟเซอร์อีก 31.5 ล้านโดส จะเข้ามาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ประมาณ 2 ล้านโดส และทยอยส่งมอบจนครบภายในสิ้นปี 2564 นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนที่นำเข้าโดยหน่วยงานอื่น ได้แก่ วัคซีนซิโนฟาร์ม โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 11 ล้านโดส และวัคซีนโมเดอร์นา ของโรงพยาบาลเอกชนที่นำเข้าผ่านองค์การเภสัชกรรม ซึ่งคาดว่าจะเข้ามาในไตรมาส 4 ปีนี้ โดยเมื่อวานนี้ฉีดวัคซีนได้ถึง 915,738 โดส เชื่อว่าสิ้นปีนี้ จะสามารถฉีดได้ครอบคลุมประชาชนมากกว่า ร้อยละ 70 ตามเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ โดยหลังจากฉีดกลุ่ม 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง และ หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปครอบคลุมแล้ว จะขยายไปยังกลุ่มประชาชนทั่วไป และเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งมีข้อมูลว่าฉีดวัคซีนไฟเซอร์ได้ปลอดภัย


212453073_2141562362653187_67


สำหรับแนวทางในการควบคุมโรคจะเน้นลดจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต มีการผ่อนคลายเป็นลำดับขั้น ให้ประชาชนใช้ชีวิตแนวใหม่ได้อย่างปลอดภัย โดยพิจารณาจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ความครอบคลุมของการให้วัคซีน และการดำเนินการตามมาตรการป้องกันในระดับองค์กร/หน่วยงาน เช่น การทำ Bubble and Seal ในโรงงาน มีการตรวจคัดกรองพนักงานด้วย ATK เป็นประจำ รวมถึงมาตรการป้องกันส่วนบุคคลอย่างเข้มข้น (Universal Prevention) หรือการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด คือ คิดเสมอว่าทุกคนอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว และไม่มีอาการ จึงต้องป้องกันตัวเองกับทุกคนตลอดเวลา โดยมีข้อปฏิบัติ ดังนี้ ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น / เว้นระยะห่างจากคนอื่น / สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา /ล้างมือบ่อย ๆ /หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัส หน้ากากอนามัย / เลี่ยงการออกนอกบ้านเว้นแต่จำเป็น / ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อยๆ / แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิด /เลือกทานอาหารที่ร้อนหรือปรุงสุกใหม่ /และหากสงสัยว่ามีความเสี่ยง ควรรับการตรวจด้วย ATK ทั้งนี้ หากสามารถฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย ร่วมกับการที่ประชาชนอดทนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด มั่นใจว่าสถานการณ์จะดีขึ้นและประชาชนจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติตามวิถีใหม่ได้อย่างปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่