"พระพยอม" มองน้ำมนต์รักษาโรคเป็นจิตวิทยา อิงการแพทย์ แนะอย่างมงาย ใช้เหตุผล

"พระพยอม" มองน้ำมนต์รักษาโรคเป็นจิตวิทยา อิงการแพทย์ แนะอย่างมงาย ใช้เหตุผล

5
4 ต.ค. 61
จากกรณีที่มีผู้โพสต์ถึงงานวิจัยน้ำมนต์ ว่ามีผลต่อการนำมาบำบัดโรค ร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ หลังวิเคราะห์พบว่า โมเลกุลมีความแตกต่างจากน้ำธรรมดา ด้วยเพราะพระภิกษุได้ส่งพลังไปยังน้ำผ่านการสวดมนต์ จะทำให้ผู้ป่วยรักษาโรคหายได้เร็วขึ้นนั้น

พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว


วันที่ 4 ต.ค. 61 พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี แนะนำว่า อย่าเชื่ออะไรจนเกินไป อย่าฝากความหวัง ว่าอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับ จะช่วยคุ้มครองได้ทุกเรื่อง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ อย่าไปรับหรือเชื่ออะไรทั้ง 100 เปอร์เซนต์ โดยไม่ใช้เหตุผล ต้องติดเครื่องกรองให้สมอง ถ้าเชื่อก็ต้องศึกษาเรียนรู้ให้ชัดเจน ไม่ใช่เชื่อแล้วเชื่อเลย อย่างมงายจนเกินไป ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน

พระพยอม กล่าวว่า น้ำมนต์เป็นเหมือนจิตวิทยา ส่วนการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันคือ วิธีการ ส่วนตัวเชื่อว่าน้ำมนต์เป็นแค่เครื่องที่ทำให้อุ่นใจมากกว่า โดยมองว่าหากเอาพิธีการกับวิธีการผนวกกัน น่าจะได้ประโยชน์ แต่ถ้าเชื่อแต่พิธีการ ไม่เชื่อการรักษา อาจจะเจอกรรมหนัก หากการวิจัยนี้ได้ผลจริง ต่างชาติคงมาซื้อน้ำมนต์ไทยไปรักษาโรคกันหมด จนทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ร่ำรวยมหาศาล โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลจะต้องมีน้ำมนต์ ลำบากวัดอีกว่า วัดไหนต้องทำน้ำมนต์

อ่างน้ำมนต์ภายในวัด


ส่วนจะมีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่พระภิกษุผู้ปฏิบัติกรรมฐานจนได้ฌานระดับต่าง ๆ จะมีพลังจิตสูง จนส่งผ่านไปถึงน้ำมนต์ ทำให้เกิดปาฏิหารย์ขึ้น พระพยอม มองว่า ของแบบนี้มีขึ้นมีลง หากจิตบริสุทธิ์ก็อาจเป็นไปได้ แต่ถ้าจิตขุ่นมัว เสกอย่างไรก็ไม่ขลัง ต้องดูจังหวะดูเวลา ซึ่งเป็นช่วงของความมั่นใจ ความเข้มแข็งทางจิต แต่ถ้าพระมีจิตใจที่บริสุทธิ์ มีฌาณ มีสมาธิ อาจจะมีส่วนช่วยให้จิตตานุภาพสูง เมื่อทำกิจกรรมใดขึ้น พลังจิตตานุภาพ อาจจะช่วยเสริมสร้างพลังของน้ำมนต์ขึ้น จนทำให้คนเชื่อมั่น พร้อมยืนยันว่า ที่วัดสวนแก้วไม่มีการอาบน้ำมนต์ หรือให้ญาติโยมกินน้ำมนต์ เพราะวัดนี้เป็นวัดพุทธศาสตร์ ไม่มีเรื่องแบบนี้ แต่หากมีเด็กเล็ก ๆ มา อาจจะมีพรมน้ำมนต์ใส่หัวบ้าง ให้สบายใจ แต่กับคนที่โตแล้วไม่ทำ พร้อมยกตัวอย่างในเรื่องของความเชื่อการเจิมรถว่า จะเจิมที่ศีรษะคนขับแทน เพราะศีรษะคนขับสำคัญที่สุด ต้องรู้จักตัดสินใจ เพราะหากเจิมรถไป ต่อให้คนขับไม่มีสติ ก็ไม่มีประโยชน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่