close sticky

ยายโฮลั่นโรงพัก โดนคดีจี้เด็กขู่เพื่อนใช้หนี้ ซี้โอดบ่อนปิดไร้เงินหมุนหมดปัญญาจ่าย (คลิป)

16 ส.ค. 64

จากเหตุการณ์ระทึก นางสุทัศน์ ตีเมืองซ้าย อายุ 51 ปี จับ ด.ช.นินจา อายุ 7 ปี โดยมีอาวุธมีดขู่บังคับให้ไปด้วย แล้วเอาไปกักขังไว้ที่บ้านญาตินานกว่า 2 ชม. เพื่อต้องการให้นางจันทร์เพ็ญ ตองติดรัมย์ อายุ 48 ปี คนในหมู่บ้านเดียวกัน เอาเงินกู้รายวันมาคืนให้ เนื่องจากเป็นคนค้ำประกันให้ และจ่ายไปให้หลายวันแล้ว แต่หนีหน้า ทำให้นางสุทัศน์ต้องเผชิญกับแก๊งเงินกู้รายวันเพียงคนเดียว จนเกิดความเครียด เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. ของวันนี่ 15 ส.ค. 64


766643963377


ล่าสุด วันที่ 16 ส.ค. 64 นางสุทัศน์ ถูกตำรวจให้เข้าพบเพื่อสแบสวน ให้นำของกลางคือมีดที่ก่อเหตุมาพบ พ.ต.ท.กระจาย ทันตะคุ พนักงานสอบสวน สภ.บ้านกรวด เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว


280259


โดยนางสุทัศน์เมื่อทราบข้อกล่าวหาถึงกับนั่งร้องไห้ พร้อมระบุว่า ตนไม่เคยคิดจะทำร้ายเด็ก แต่ไม่มีทางออกที่จะเรียกร้องให้นางจันทร์เพ็ญมาสนใจ เนื่องจากติดต่อไม่ได้ ประกอบกับนางจันทร์เพ็ญประกาศว่าจะหนีหนี้ ซึ่งจะทำให้ภาระทั้งหมดตกที่ตนเพียงคนเดียว


870286


ขณะที่นางจันทร์เพ็ญ ยายเด็ก ระหว่างที่มารอให้ปากคำกับตำรวจ ได้มีโทรศัพท์ของเจ้าหนี้รายวันโทรมาทวงเงินที่กู้ไป โดยนางจันทร์เพ็ญ ยอมรับว่าเงินที่กู้มายังไม่รู้ว่าจะเอามาจากไหนไปใช้ เพราะเสียพนันไปหมดแล้ว


พ.ต.อ.กัมพล วงษ์สงวน ผกก.สภ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบชาวบ้านมักจะกู้เงินรายวันมาเพื่อเอามาใช้จ่ายแต่ไม่มีเงินคืนให้ จำเป็นจะต้องไปกู้รายอื่นเพื่อเอามาจ่าย กลายเป็นดินพอกหางหมู ส่วนการเล่นการพนันนั้น พื้นที่ อ.บ้านกรวด ติดกับชายแดนไทย ซึ่งฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจะมีบ่อนเสรี ทำให้ชาวบ้านจำนวนหนึ่งเข้าไปเล่นการพนัน สำหรับในพื้นที่ยังไม่พบมีการเปิดการเล่นแต่อย่างใด ส่วนแก๊งปล่อยเงินกู้ ตอนนี้ตำรวจชุดสืบสวนกำลังติดตามหาตัว หากพบว่ามีการปล่อยเงินกู้เกินกว่ากฎหมายกำหนด ก็จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดต่อไป


935047


ทีมข่าวเดินทางมาที่หมู่ 5 บ้านหินลาด ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ นางจันทร์เพ็ญ ตองติดรัมย์ อายุ 48 ปี ยายของเด็กที่ถูกจับ เปิดเผยว่า ตนกับยายสุทัศน์ได้ไปกู้เงินนอกระบบร่วมกันประมาณ 8 เจ้า และช่วยกันจ่ายมาโดยตลอด ซึ่งบางเจ้าก็ได้เงินมา 4,000 บาท 6,000 บาท 8,000 บาทบ้าง และมีดอกเบี้ยร้อยละ 20 ซึ่งเวลากู้ก็ไม่ได้มีขั้นตอนมาก แค่มีคนค้ำประกัน และตกลงกู้ก็กู้เงินได้เลยทันที


932519


กระทั่งเมื่อวานนี้ ตนไม่มีเงินจ่ายหนี้ เลยได้พูดคุยกับนางสุทัศน์ว่า "วันนี้พี่จ่ายแทนนะ ตนจะหนีเจ้าหนี้" แต่นางสุทัศน์คงจะไม่เข้าใจ และด้วยความเครียด อีกทั้งยังดื่มเหล้าด้วย เลยพยายามโทรหาตน แต่ตนไม่รับโทรศัพท์ เพราะกำลังจะหนีหนี้ ก่อนจะขี่รถจักรยานยนต์ตามหาตน แต่หาตนไม่เจอ กระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. นางสุทัศน์ได้บังเอิญมาเจอกับน้องนินจา อายุ 7 ปี หลานชายของตน เลยหลอกน้องนินจาว่าจะให้ขนม ขณะที่น้องนินจากำลังยกมือไหว้ เพื่อรับขนมก็ถูกนางสุทัศน์ล็อกตัว ใช้มีดยาวจ่อคอเด็ก และพากลับมาที่บ้าน ชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นพยายามไกล่เกลี่ยว่า "อย่าไปทำเด็ก ถ้าจะทำ ทำผู้ใหญ่แทน" แต่นางสุทัศน์ไม่ฟัง


จากนั้น นางสุทัศน์ได้พามาที่บ้านของตัวเอง และล็อกประตูบ้าน พร้อมกับผูกแขนเด็ก ทุกคนพยายามเข้าไปห้าม แต่นางสุทัศน์ยืนยันว่าจะคุยกับตน เมื่อตนทราบเรื่องได้เข้าไปเจรจา และบอกให้ปล่อยเด็ก แต่นางสุทัศน์บอกให้ตนไปคุยกับรายวันก่อน เพราะตอนนี้ไม่ไหวแล้ว จากนั้นตนได้ทำทีบอกว่าคุยกับเจ้าหนี้รายวันให้แล้ว และเขากลับไปแล้วจนยอมปล่อยเด็กออกมา แต่ยังล็อกบ้าน และขังตัวเองไว้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปเกลี้ยกล่อมอยู่นาน เพราะเกรงว่านางสุทัศน์จะทำร้ายตัวเอง จนนางสุทัศน์ยอมใจเย็น และออกมาจากบ้านในที่สุด


cg


เมื่อวันก่อน ตนกับนางสุทัศน์ยังไปนอนคุยกันตามปกติ เพราะปกติตนจะเป็นคนเข้าไปรวมเงิน และนำเงินไปจ่ายหนี้รายวันให้ นอกจากนี้ เมื่อวานนี้นางสุทัศน์ยังพูดกับสามีของตนว่า ถ้าฆ่าเมียมึงจะทำอย่างไร เนื่องจากนางสุทัศน์ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายเด็ก แต่ต้องการจะพูดคุยกับตน ทั้งนี้ ตนกับนางสุทัศน์สนิทมาก และคุยปัญหาด้วยกันได้เลยตกลงกู้เงินด้วยกัน แต่นางสุทัศน์มีความเครียดเกี่ยวกับเรื่องในชีวิตหลายเรื่อง อีกทั้งแต่ก่อนนางสุทัศน์เคยจ่ายหนี้ให้คนอื่น แล้วเขาไม่ยอมมาคืน เลยคิดไปไกลว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอย


จากสภาพที่นางสุทัศน์เอามีดจ่อคอหลานชาย ตนคงจะลืมไม่ลง แต่ตอนนี้ตนไม่ได้รู้สึกโกรธ และยังคุยกันเหมือนเดิมได้ โดยหลังจากเกิดเรื่องตนได้ถามนางสุทัศน์ว่าทำเกินไปไหม แต่นางสุทัศน์บอกว่าไม่เกินไป ตนเลยไม่รู้ว่าอีกฝั่งคิดอะไรอยู่ และเมื่อเช้านี้ยังไปที่สถานีตำรวจ เพื่อจะไปแจ้งจับตนว่าตนไปฉ้อโกง อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะวอนหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านหลายคนไม่มีงานทำ เป็นหนี้ และได้รับความเดือดร้อน


380097258567158110


สำหรับรายละเอียดการกู้เงินของนางจันทร์เพ็ญ ประกอบด้วย


1. เจ้าหนี้คนชื่อ ทิว 8,000 บาท ดอกเบี้ย 1,600 บาท จ่ายวันละ 400 บาท 
2. เจ้าหนี้คนชื่อ ปื้ด 6,000 บาท ดอกเบี้ย 1,200 บาท จ่ายวันละ 300 บาท
3. เจ้าหนี้คนชื่อ นะ 6,000 บาท ดอกเบี้ย 1,200 บาท จ่ายวันละ 300 บาท
4. เจ้าหนี้คนชื่อ กิตติ 8,000 บาท ดอกเบี้ย 1,600 บาท จ่ายวันละ 400 บาท 
5. เจ้าหนี้คนชื่อ เก้า 8,000 บาท ดอกเบี้ย 1,600 บาท จ่ายวันละ 400 บาท 
6. เจ้าหนี้คนชื่อ บาส 4,000 บาท ดอกเบี้ย 800 บาท จ่ายวันละ 200 บาท
7. เจ้าหนี้คนชื่อ จ่าอ้วน 6,000 บาท ดอกเบี้ย 1,200 บาท จ่ายวันละ 300 บาท
8. เจ้าหนี้คนชื่อ ฟิว 8,000 บาท ดอกเบี้ย 1,600 บาท จ่ายวันละ 400 บาท 
9. เจ้าหนี้คนชื่อ จ่าผอม 4,000 บาท ดอกเบี้ย 800 บาท จ่ายวันละ 200 บาท


854790


ทีมข่าวเดินทางมาสอบถามบ้านพักในระแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบกับนางทองใบ นนทบท อายุ 72 ปี เพื่อนบ้าน ซึ่งบ้านอยู่ตรงข้ามกับนางสุทัศน์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ตนไม่เดินออกไปดู แต่เห็นว่าเจ้าตัวจูงมือเด็กพร้อมกับถือมีดยาวเดินไปมา ตนยังร้องบอกว่า "อย่าทำเด็กเลย มันน่าอาย" ซึ่งนางสุทัศน์ก็บอกว่าที่ทำไปนั้น เพราะโทรหานางจันทร์เพ็ญแล้ว แต่ไม่ยอมรับสาย เลยต้องจับหลานชายมาแทน ส่วนมีดที่ใช้ก่อเหตุเป็นมีดที่เคยใช้ตอนขายแตงโม


613967


ทั้งนี้ นายสุทัศน์เคยมาระบายให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง ทำนองว่าคนที่กู้ร่วมด้วยไม่ยอมส่งเงิน ทำให้นางสุทัศน์ต้องใช้หนี้แทนประจำ บางครั้งก็มาขอยืมเงินจากที่บ้านของตนไปจ่ายหนี้ ครั้งละ 300-400 บาท แต่ทุกครั้งที่ยืมก็คืนเงินให้ตลอด โดยปกติแล้วนางสุทัศน์จะเป็นคนใจดี อารมณ์ดี เวลาขับรถไปส่งน้ำดื่มขายก็ร้องเพลงตลอด และเรื่องที่ลูกไม่ค่อยส่งเงินมาให้ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า ไม่น่าจะกล้าทำร้ายเด็กจริง เพราะหลังจากเกิดเรื่องก็ยังผูกข้อไม้ข้อมือเรียกขวัญให้ วันนี้ตนเห็นไปหาตำรวจตั้งแต่เช้า จนตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาที่บ้าน เลยไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว


227386


ทีมข่าวเดินทางมาที่หมู่ 6 บ้านหินลาด ต.หินลาด อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่ตั้งของบ้านนางสุทัศน์ ผู้ก่อเหตุ พบว่าประตูหน้าบ้านถูกล็อกไว้ และภายในบ้านมีน้ำจำนวนหลายแพ็กวางไว้อยู่ ทีมข่าวได้เดินทางมาสอบถามญาติพี่น้อง บ้านพักอยู่เยื้องกับบ้านของนางสุทัศน์ ผู้ก่อเหตุ ห่างกันประมาณ 50 เมตร


104255


ทีมข่าวโทรศัพท์สอบถามเจ้าหนี้รายหนึ่ง ปลายสายปฏิเสธว่าไม่ใช่บุคคลที่ทีมข่าวถามหา ส่วนเจ้าหนี้อีกรายหนึ่งได้ให้ข้อมูลว่าไม่เคยไปทวงเงินกับนางสุทัศน์ และไม่เคยไม่ทวงเงินรุนแรง แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นทำกันอย่างไร


เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านกรวด ให้ข้อมูลว่า นางสุทัศน์มาสอบปากคำตั้งแต่เช้าแล้ว เบื้องต้น นางสุทัศน์ถูกตั้งข้อหา 4 ข้อหา ได้แก่ ข้อหาพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดาและมารดา, ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว, ข้อหาทำร้ายร่างกาย และข้อหาพวกพาอาวุธไปในเมืองและหมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้ได้ปล่อยตัวกลับไปแล้ว เพราะไม่ได้มีท่าทีว่าจะหลบหนี แต่หลังจากนี้ จะต้องมารายงานตัวกับพนักงานสวนอีกครั้ง


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่