เหยื่อโผล่อีก แฉ ถูกก๊วน ตร. ยัดยา 2 รอบ กระทืบให้รับก่อนรีดเงิน - ผกก.สุทธิสาร จ่อสอบ (คลิป)

3
14 ก.ย. 61
กรณีนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าอาหารอีสาน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท โดยอ้างว่าถูกยัดยาเสพติด และเรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่าน : พ่อค้าส้มตำ พาพิสูจน์จุดก๊วน ตร.ยัดยารีด 5 หมื่น อึ้งชาวบ้านร่วมแต่ไม่ผิด)

นายบอส (นามสมมติ) ผู้เสียหายที่เคยจ่ายเงินให้กลุ่มตำรวจ


วันที่ 12 ก.ย. 61 นายบอส (นามสมมติ) ผู้เสียหายที่เคยจ่ายเงินให้กลุ่มตำรวจ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง 2 ครั้ง โดยในครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 60 เวลาประมาณ 20.00 น. ภายในซอยลาดพร้าว 48 ห่างจากบ้านพักราว 300 เมตร โดยตนถูกล่อซื้อยาเสพติด ยอมรับว่าจำหน่ายจริง ขณะนั้นโดนจับของกลางเป็นยาไอซ์ 1 กรัม หลังจากถูกจับตนไม่ได้ขัดขืน ตนยื่นมือให้จับทันที มีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบราว 8 - 9 คน โดยเจ้าหน้าที่ก็จับตนใส่กุญแจมือ และตำรวจที่มาด้วย เตะเข้าที่หน้าตนทันที หลังจากนั้นพาตนไปที่บ้านพัก และไปรื้อบ้านโดยไม่มีหมาย ซึ่งก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอะไร ก่อนพาตนเดินทางมาที่ สืบ บก.น. 1 ซึ่งให้ตนนั่งอยู่ที่ตรงบริเวณร้านอาหารตามสั่งหน้าตึก ใกล้ทางขึ้นอาคาร ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งหมดรุมซ้อมตนตั้งแต่เวลา 21.00 - 04.00 น. คล้ายว่าจะทำให้ตนกลัว ตลอดที่ตนถูกซ้อม จะถูกยึดโทรศัพท์ ไม่ให้ติดต่อใคร ซึ่ง ด.ต.วรพล คนจะรู้จักกันดีในฉายาว่า “ชุดไอโหด”

ภาพจำลองขณะเกิดเหตุ


หลังการซ้อมหลายชั่วโมง ดาบตำรวจคนดังกล่าวก็บอกตนว่า ให้ตนนำเงินมาแลกกับการไม่ติดคดี ซึ่งตนก็บอกไม่มี ทางเจ้าหน้าที่จึงให้ตนโทรศัพท์หาครอบครัว เพื่อขอเงิน ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง กระซิบข้างหูตน ให้พูดตามที่กลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการ หากพูดไม่ถูกใจก็จะตัดสายและตนก็จะถูกซ้อมอีก ใจความที่ตำรวจให้ตนพูด ประมาณพูดให้ทางบ้านสงสาร ยอมมาประกันตัว บอกว่า หนูถูกจับยา ไม่อยากติดคุก ออกไปแล้วจะเป็นเด็กดี

เมื่อป้าของตนมาถึง ป้าถูกยึดโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงิน และให้ตนออกมารอด้านหน้า ป้าตนมีการจ่ายเงิน 20,000 บาท บริเวณทางขึ้นอาคาร เจ้าหน้าที่ก็มีการใช้คำพูดประมาณว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดจริงๆ โดยมอบเงินให้กับเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง ไม่ทราบใช่ตำรวจหรือไม่ หลังจากนั้นตนก็ได้รับการปล่อยตัวทันที โดยไม่มีคดีติดตัว ไม่มีหมายจับ ไม่ต้องรับโทษ ตนยังสามารถทำงานได้ตามปกติ

นายบอส เล่าว่า ระหว่างที่ตนนั่งรออยู่หน้าอาคาร บก.น. 1 ตนได้คุยกับหนึ่งในสายตำรวจ ที่เฝ้าตนอยู่ โดยถามว่ามาทำงานแบบนี้ได้อย่างไร ซึ่งได้รับคำตอบประมานว่า ออกจากคุกมาไม่มีอะไรทำ อยู่ตรงนี้สบาย จะดูดก็ได้ดูด เวลาไปจับมาเจ้าหน้าที่ก็แบ่งให้

ภาพจำลองขณะเกิดเหตุ


นอกจากนี้ ตนยังถูกเครือข่าวของ ด.ต.วรพล ที่จับตนอีกเป็นครั้งที่ 2 เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ขณะนั้นตนทำงานเป็น รปภ.ที่ร้านอาหารบริเวณแยกห้วยขวาง ปรากฎมาชุดนอกเครื่องแบบ 7 คน เข้ามาจับกุมคน กล่าวหาว่าตนเองเกี่ยวพันยาเสพติด จับตนตรวจปัสสาวะ แต่ก็ไม่พบ จากนั้นตนถามว่าตนผิดอะไร แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกให้ตนไปคุยที่ สน.สุทธิสาร จากนั้นตนถูกคุมตัวใส่กุญแจมือไปที่ สน. พาตนไปที่ห้อง สืบสวน

เมื่อไปถึง สน. ตนได้พบกับผู้กอง ต. ซึ่งซ้อมตน เตะปากตน โดยมีการพูดคุยให้ตนทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ ให้เป็นสายตำรวจ ซึ่งตนปฏิเสธ เจ้าหน้าที่รายนี่จึงระบุว่า งั้นให้ตนรับโทษไป 10 ปี โดยเอายาไอซ์ ใส่ถุงซิปล็อกมาวางที่หน้าขาตน และถ่ายรูป ซึ่งตอนนั้นตนหมดสภาพจากที่ถูกซ้อมแล้ว จากนั้นผู้กอง ต. ได้เดินไปอีกห้องหนึ่ง โดยไปคุยกับผู้ต้องหาคดีเสพยา 7 คน ที่จับมาก่อนหน้าตน โดยให้เซ็นใบรับสารภาพว่าซื้อยามาจากตน เพื่อให้ตนรับโทษค้ายา ซึ่งเป็นการสร้างหลักฐานเท็จ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็มาถามตนอีกว่าจะยอมทำงานให้หรือไม่ ด้วยความกลัว ตนก็จึงรับปาก เพื่อแลกกับการปล่อยตัวในคืนนั้น จากนั้นตนตัดสินใจเก็บของหนีออกจากบ้านทันที

ภาพจำลองขณะเกิดเหตุ


ส่วนที่ตนทราบว่าผู้กอง ต. เป็นเครือข่ายเดียวกับ ด.ต.วรพล เนื่องจากหลังจากตนหลบหนีมาได้ 1 เดือน เพื่อนตนถูกจับ โดยกลุ่มของ ด.ต.วรพล ซึ่งได้นำรูปตนเองขณะถูกยัดยา ที่ สน.สุทธิสารมาให้เพื่อนดู เพื่อตามหา โดยบอกเจ้าหน้าที่ตามตัวอยู่ ทั้งนี้ ส่วนตัวก็กลัวไม่กล้าออกมาบอกเรื่องราว แต่เมื่อเห็นกรณีพ่อค้าส้มตำออกมาต่อสู้ จึงตัดสินใจออกมา ว่าไม่ได้มีแค่เขาที่ถูกกระทำเช่นนี้ ตนยอมรับผิดที่ตนค้ายา แต่ทำไมไม่ส่งตนไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปสู้ตามขั้นตอน ไม่ฝากขังตนไป ตนเป็นผู้ต้องหา ก็เป็นประชาชน เจ้าหน้าที่จะมีสิทธิ์กระทืบแบบนี้ได้หรือ ตนก็มีสิทธิ์ต่อสู้ตามกฎหมาย ตนขอเรียกเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้มา “โจรในเครื่องแบบ”

ส่วนเหตุผลที่ตนไม่ทำงานกับเจ้าหน้าที่ เพราะตนไม่อยากทำ ตนคิดว่าวันหนึ่งตนทำงานให้ไม่ได้ตนก็ต้องติดคุก ตนต้องพาตำรวจไปจับคนนู้นคนนี้ ถามว่าครอบครัวที่ถูกจับจะมองตนอย่างไร ยืนยันปัจจุบันตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว

พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก. สน.สุทธิสาร


พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก. สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูล ระบุว่ามีการจับผู้ต้องหาจริง และมีการส่งตัวตามขั้นตอนตามกระบวนการ ไม่พบพิรุจ ไม่มีการแก้ไขบันทึกประจำวัน ส่วนการที่ชุดสืบ บก.น. 1 เข้ามาจับผู้ต้องหาในพื้นที่ บก.น. 2 นั้นอาจเป็นการขยายผล เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง บก.น. 1 และ บก.น. 2 ทำให้ชุดจับกุมอาจเข้ามาจับกุมได้ ไม่ได้เป็นเรื่องผิดแปลกอะไร อย่างไรก็ตาม อีกทั้งชุดสืบของ บก.น. 1 ก็มีการจับกุมผู้ต้องหา ส่ง สน.สุทธิสารอยู่หลายครั้ง ซึ่งตนก็มองว่าเป็นเรื่องดี ตำรวจมีความขยัน ไม่เคยทราบว่าจะมีการรับเงินเกิดขึ้น แต่อย่างใด เนื่องจากขั้นตอนการจับกุมทาง สน. จะไม่ทราบ

นอกจากนี้ พ.ต.อ.เติมเผ่า ยังได้กล่าวถึงกรณีมีคนร้องเรียนว่า ถูกยัดยาและซ้อมในห้องสืบสวนของ สน.สุทธิสาร โดยยืนยันว่า ที่นี่ไม่มี ผู้กอง ต. มีแต่ สารวัตร ต. ซึ่งย้ายจากการเป็นผู้กองที่อื่น ซึ่งจากนี้ต้องขอเวลาในการสอบถามข้อเท็จจริง ทั้งนี้ อาจเป็นการแอบอ้างของสายลับตำรวจว่าตัวเองเป็นตำรวจก็เป็นได้ เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีปัญหาในลักษณะนี้ โดยสายลับตำรวจมีการใช้ชื่อไปแอบอ้างในการไปจับกุมเพื่อเรียกรับเงิน

พ.ต.อ.เติมเผ่า กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา 2-3 เดือน ในพื้นที่ บก.น. 2 ได้มีคำสั่งห้ามตำรวจมีสายลับเด็ดขาด เนื่องจากกังวลเรื่องความเสื่อมเสียต่อตำรวจ ซึ่งสายลับเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเสพยาเสพติด แต่ไม่ถูกดำเนินคดี และใช้ชีวิตปกติ ทำให้เป็นที่พูดถึงของประชาชนได้ ซึ่งหากประชาชนพบเจอสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่ สน. ได้ทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่