จับตา ต่างด้าว ทะลัก! ซ้ำวิกฤตโควิดไทยด้วยเชื้อกลายพันธุ์

จับตา ต่างด้าว ทะลัก! ซ้ำวิกฤตโควิดไทยด้วยเชื้อกลายพันธุ์

0
9 พ.ค. 64

รวบ! ต่างด้าว 33 รายซุกป่าชายแดนสังขละ สารภาพเป้าหมาย จ.สีแดงเข้ม เผยจ่ายค่าหัวให้เพื่อนร่วมชาติ คนละ 16,000-18,000บาท จนท.ต้องป้องกันตัวสุดขีดหวั่นเชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ระบาด


เมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ 9 พ.ค.64 พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแรงงานชาวเมียนมาได้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจังหวัดกาญจนบุรี จะร่วมกันสนธิกำลังกันทุกฝ่ายในการเฝ้าระวังและป้องกันการลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดนของจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีระยะทางถึง 371 กิโลเมตรแล้วก็ตาม แต่ก็ยังสามารถเล็ดลอดเข้ามาได้


ซึ่งปัญหาดังกล่าวจังหวัดกาญจนบุรี โดยนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.บรรยง ทองน่วม ผบ.พล.ร.9 กกล.สุรสีห์ รวมทั้ง พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.อ.ยุทธนา มีเจริญ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.ต.อ.กฤตชัย ทองอยู่ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี รักษาการ ผกก.สภ.สังขละบุรี พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สุกิจ ก้องจตุศักดิ์ ผกก.ตชด.13 (ค่ายพระพุทธยอดฟ้า)พ.ต.อ.จักษ์ ยังให้ผล ผกก.ตม.กาญจนบุรี


มีความห่วงใยและสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานสนธิกำลังป้องกันและปราบปรามกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีหวั่นเกรงว่าแรงงานเหล่านี้จะนำพาเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่อาจจะมีเชื้อกลายพันธุ์แพร่ระบาดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้การควบคุมเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น


และในช่วงเช้าวันนี้ (9 พ.ค.)เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมกันจับกุมแรงงานชาวเมียนมาได้ที่บริเวณเขาสิงโต หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่ พิกัด MS 569522 ได้อีก จำนวน 33 คน เป็นชาย 26 คน หญิง 7 คน โดยเจ้าหน้าที่ที่ทำการจับกุมจะต้องระวังตัวด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งต้องสวมใส่ชุด PPE อย่างรัดกุมเพื่อตรวจวัดอาการไข้ของแรงงานทั้งหมด


1620542392106


เบื้องต้นพบอุณหภูมิในร่างกายเป็นปกติไม่เกิน 37.5 องศา แต่อย่างไรก็ตามจะต้องให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ตรวจสอบอาการอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งเพื่อความมั่นใจของเจ้าหน้าที่


พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เปิดเผยว่า สำหรับพฤติกรรมก่อนการจับกุมแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 33 คนนั้น สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมจงอั่ว หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ ว่าพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยว่าจะเป็นแรงงานชาวเมียนมา เดินอยู่ภายในป่าบริเวณเขาสิงโต พื้นที่ หมู่ 4 ต.ปรังเผล


หลังจากได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจดังกล่าว จึงสนธิกำลังเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อถึงบริเวณเขาสิงโต พิกัด MS 569522 ปรากฏพบกลุ่มบุคคลตามที่ได้รับแจ้งจริง เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังกันปิดล้อม พร้อมแสดงตัวและส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดเพื่อขอตรวจสอบ


1620542410117


จากการขอตรวจสอบเอกสารการเดินทาง ปรากฏว่าแรงงานทั้งหมดไม่สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม และจากการสอบสวนกลุ่มแรงงานให้การว่า ทั้งหมดอาศัยอยู่ที่ จ.เมาะละแหม่ง ประเทศเมียนมา ก่อนหน้านี้ได้มีการนัดหมายกับผู้นำพาที่เป็นนายหน้าชาวเมียนมาด้วยกัน ให้มาพบกันที่จุดนัดพบตามแนวชายแดนฝั่งประเทศเมียนมา จากนั้นทุกคนจึงเดินทางมาทางเรือ


เมื่อมาถึงจุดนัดหมายผู้นำพาจึงนำพาเดินลัดเลาะไปตามชายป่าและหุบเขาเพื่อข้ามชายแดนมายังฝั่งประเทศไทย จากนั้นผู้นำพาได้เดินทางกลับ พร้อมกับแจ้งว่าจะมีคนมารับไปทำงานในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จ.ราชบุรี และ กรุงเทพมหานคร โดยจะจ่ายเงินให้กับนายหน้าเมื่อไปถึงที่ทำงานคนละ 16,000-18,000 บาท แต่ก็มาถูกจับกุมเสียก่อน


หลังจากแรงงานชาวเมียนมาให้การยอมรับสารภาพ จึงได้นำตัวส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านพม่า จังหวัดกาญจนบุรี พิจารณาว่าจะส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือจะตัวส่งศูนย์ฝากกักตัว เพื่อรอผลักดันกลับประเทศต้นทางต่อไป


1620542029526

ข่าวล่าสุด

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่