close sticky

ติดโควิดยกครัว! 4 ชีวิตรอช่วยเหลือ พ่อก้มลงกราบรถพยาบาล หลั่งน้ำตาสิ้นสุด 7 วันที่รอคอย (คลิป)

0
16 เม.ย. 64

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก "สายไหมต้องรอด" แชร์ภาพคุณพ่อรายหนึ่งก้มกราบรถพยาบาล โดยพ่อลูกป่วยโควิด-19 ย่านสายไหม รอมา 7 วัน มีรถพยาบาลมารับแล้ว พร้อมโพสต์ข้อความว่า "สิ้นสุดการรอคอย นี่คือภาพวินาทีตื้นตันใจของผู้ป่วยโควิด" เขาย่อตัวลงที่พื้นเพื่อยกมือไหว้หน้ารถพยาบาลที่จอดรอ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มารับตัวไปรักษายังโรงพยาบาล หลังจากพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่มาตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 64 ล่าสุดผู้ป่วยได้ขอความช่วยเหลือแล้ว หลังจากทั้งบ้านนี้ได้รับเชื้อโควิด-19


238079


โดยมีนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ส.ส.เขตสายไหม ได้ติดต่อศูนย์กู้ชีพเอราวัณให้ช่วยส่งรถพยาบาลมารับผู้ป่วยไปรักษา


203087492488


วันที่ 16 เม.ย. 64 นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ หรือ "เอกสายไหม" ผู้ที่ให้การช่วยเหลือ เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากผู้นำชมชุน ว่าลูกบ้านติดโควิด-19 ยังรอการช่วยเหลืออยู่ที่บ้าน และไม่มีทางไปรักษา ติดต่อโรงพยาบาลต่าง ๆ หลายแห่งแล้วไม่รับเพราะเตียงเต็ม


274573


ตนจึงโทรศัพท์สอบถามทราบว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นชายอายุ 41 ปี ทำงานที่ผับวัน รัชดา แล้วคิดโควิด-19 โดยวันที่ 8 เม.ย. ไปตรวจจากรถเคลื่อนที่ ผ่านมา 4 วันคือวันที่ 12 เม.ย. เจ้าหน้าที่แจ้งว่าชายคนดังกล่าวคิดโควิด-19 แต่ทราบว่าเจ้าตัวรู้ว่าติดโควิดตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. เพราะกลุ่มเพื่อนที่ทำงานด้วยกันบอกว่าติดโควิดทั้งหมด


เมื่อทราบผลอย่างเป็นทางการคือวันที่ 12 เม.ย. เจ้าหน้าที่แนะนำให้พาคนในวันที่ 12 เม.ย. ครอบครัวทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย แม่ อายุ 71 ปี ภรรยา อายุ 40 ปี ลูกชายอายุ 20 ปี ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 จากนั้นทั้งหมดจึงไปตรวจที่โรงพยาบาลภูมิพล พบว่าทั้งหมดติดโควิด-19 และทางโรงพยาบาลให้คุณแม่แอดมิด เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ ส่วนลูกและภรรยารอที่บ้าน เพราะเตียงของโรงพยาบาลเต็ม


445135


จากนั้นช่วงกลางคืน ภรรยาเริ่มมีอาการหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เพราะมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับปอด จึงติดต่อโรงพยาบาลมารับตัว แต่ไม่มีโรงพยาบาลใดที่จะสามารถส่งรถมารับได้ ทุกคนในบ้านรวมถึงผู้นำชุมชนช่วยกันติดต่อหาโรงพยาบาลรองรับ จนวันที่ 13 เม.ย. ติดต่ออีกเช่นเดิม โดยโทรนับครั้งไม่ถ้วน โทรทั้งวันไม่มีใครมารับสาย


จากนั้นเช้าวันที่ 14 เม.ย. ภรรยามีอาการอ่อนแรง ลุกเดินไม่ไหว ผู้นำชุมชนจึงติดต่อตนเองเพื่อขอให้ช่วย ประสานรถพยาบาลให้ ตนทราบเรื่องจึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับตัว โดยในวันนั้นโรงพยาบาลเตียงว่าง 1 เตียง จึงขอให้มารับภรรยาไปก่อน จากนั้น ในวันที่ 15 เม.ย. ตนเองประสานโรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อให้มารับพ่อกับลูกที่อยู่ที่บ้าน และได้รถพยาบาลของศูนย์เอราวัณ มารับที่บ้านเวลา 18.00 น. เมื่อรถมาถึงพ่อและลูกเดินออกจากบ้านมาขึ้นรถ ทันทีที่เห็นรถพยาบาล พ่อได้นั่งลงกับพื้นก้มกราบรถพยาบาล โดยมีน้ำตามคลอ และพูดเสียงสั่นเครือว่า "ขอบคุณทุกคนที่มาช่วยเหลือ หากช้ากว่านี้ผมอาจไม่มีชีวิตรอด"


นอกจากนี้ นายเอกภพเสนอแนะรัฐบาลให้แนะนำผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้านระหว่างรอรถรอเตียงว่าพวกเขาควรจะอยู่อย่างไร ทานยาอะไร และรักษาตัวเองเบื้องต้นอย่างไร เพราะต้องรอรถ รอเตียงหลายวัน สำหรับผู้ป่วยที่ยังตกค้าง และโทรไปทุกเบอร์สายด่วนแล้ว ยังไม่สามารถติดต่อใครได้ ให้โทรหา ส.ส. ในพื้นที่ของตัวเองช่วยประสานงานให้ช่วยลูกบ้านในสภาวะวิกฤตเช่นนี้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม