นายกฯ ลั่นแจกเงิน ไม่ได้เอาใจให้ใครมารัก แต่ทำเพื่อให้ประชาชนดำรงอยู่ได้

นายกฯ ลั่นแจกเงิน ไม่ได้เอาใจให้ใครมารัก แต่ทำเพื่อให้ประชาชนดำรงอยู่ได้

28
26 มี.ค. 64

บิ๊กตู่ ย้ำมาตรการไม่ได้มีแค่แจกเงิน แต่ทำเพื่อให้ประชาชนดำรงอยู่ได้ เผยพอไม่มีเงินให้ก็ไม่ชอบ พอให้ก็บอกว่าแจกเงิน ยันวัตถุประสงค์ไม่ได้ต้องการให้ใครมารักตน


พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยขณะนั้นยังมีผู้สื่อข่าวเพียงไม่กี่สำนัก ซึ่งช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ก็ได้รับข่าวดีว่ามีวัคซีนใหม่ได้ขึ้นทะเบียน คือ johnson&johnson ซึ่งฉีดเข็มเดียว แต่ก็ยังเป็นสินค้าในภาวะฉุกเฉินก่อนในขณะนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่ได้ไปจำกัดใครทั้งสิ้น โดยเน้นย้ำให้ฉีดวัคซีนเป็นไปตามเเผน


ซึ่งใน 2 เดือนก็จะเข้ามากว่า 1 ล้านโดส ก็เหมือนประเทศอื่นๆ ที่ทยอยนำเข้ามา แต่หลังจากเดือนเมษาไปแล้วก็จะนำเข้ามาอีกมากพอสมควร จึงต้องเร่งรัดในการฉีดวัคซีน สำคัญที่สุดต้องหาข้อมูลว่าประชาชนยินดีจะฉีดหรือไม่ หลายคนก็ไม่อยากฉีด ไม่กล้าฉีด แต่ถ้านับจำนวนวันนี้ก็สอดคล้องกับจำนวนวัคซีนที่มีอยู่


1616742779781


นอกจากนี้ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ขณะนี้ได้มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนไปมากพอสมควรแล้วหลายอย่างด้วยกัน การแจกเงินเป็นการทำให้ประชาชนสามารถดำรงชีพอยู่ได้ในห่วงโซ่ของการใช้จ่าย ถ้าคนไม่มีกำลังซื้อก็ทำแบบนี้ คนไทยต้องช่วยกันในเรื่องของการลงทุนใหม่ ลงทุนในประเทศ เงินการออมของประชาชนในประเทศนั้นมีการเพิ่มขึ้นหลายแสนล้านบาท ต้องช่วยกันใช้จ่าย ช่วยกันลงทุนบ้าง ทั้งรัฐบาลนั้นก็มีเงินค่อนข้างจำกัด


โดยคาดการณ์ว่าถ้ามีการช่วยเหลือกันทุกภาคส่วน หอการค้า อุตสาหกรรม รัฐบาลภาคเอกชน ช่วยเหลือกันร่วมมือกันในทุกมิติ จะสามารถดันค่า GDP เพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เปอร์เซ็นต์ ภายในปีนี้และปีถัดไป


นายกรัฐมนตรี ยังเผยอีกว่า ตนไม่สามารถทำความเข้าใจให้กับทุกคนได้ทั้งหมด แต่ตนขอให้พยายามทำความเข้าใจกับตนบ้าง โดยการพยายามทำงานอย่างเต็มที่และใช้จ่ายงบประมาณเงินภายในประเทศอย่างระมัดระวัง


1616742797517


พร้อมระบุว่า ไม่มีเงินให้ก็ไม่ชอบ เมื่อมีเงินให้ ก็กล่าวหาว่าแจกเงิน จะให้ตนไปทางไหน ไหนลองเสนอแนวทางมาให้ตนดูหน่อย รัฐบาลมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินการใช้ชีวิตอยู่ได้และภาคการผลิตสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ ไม่อย่างนั้นคนก็ตกงานกันไปทั้งหมด


นายกรัฐมนตรีกล่าวต่ออีกว่า ไม่ต้องการให้ใครมารักตน โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องจัดการบริหารเช่นนี้ หากเราไม่สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ประเทศก็ไม่สามารถไปต่อได้ อีกทั้งตนไม่เคยโทษใคร และไม่เคยโทษประชาชน และตนไม่อยากจะโทษใครทั้งสิ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่