ลุ้น คนละครึ่งเฟส 3 อาจได้ถึง 30 ล้านคน หลัง มี.ค.

ลุ้น คนละครึ่งเฟส 3 อาจได้ถึง 30 ล้านคน หลัง มี.ค.

0
5 มี.ค. 64

รอลุ้น! คลังเตรียมต่อ คนละครึ่งเฟส 3 อาจได้ถึง 30 ล้านคนหากงบเพียงพอ รอเคาะหลัง มี.ค.


วันนี้(5 มี.ค.64) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังออกแบบรายละเอียดโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เพื่อให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน พิจารณาอีกครั้ง โดยสาเหตุที่ต้องมีการเปิดเฟสใหม่เพิ่มเนื่องจากต้องการให้ภาคเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย สินค้าและบริการกว่า 2 ล้านราย โดยเมื่อสรุปแล้วจะเร่งเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อไป


“โครงการคนละครึ่งเฟส 3 นั้น จะนำร้านค้าและภาคบริการ รวมถึงบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า เป็นต้น ให้สามารถใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่งได้ด้วยเหมือนโครงการเราชนะ ส่วนรูปแบบหลักเกณฑ์ต่างๆ จะเหมือนโครงการคนละครึ่งเฟสที่ผ่านมา ส่วนจะมีการลงทะเบียนใหม่ เพื่อให้เพิ่มเพิ่มจำนวนผู้เข้าโครงการมากกว่า 15 ล้านคน หรือจะขยายจำนวนถึง 30 ล้านคนเท่ากับโครงการเราชนะหรือไม่นั้นต้องรอดูเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้ก่อนว่าเพียงพอหรือไม่ แต่ใครอยากได้จะต้องให้” นายกฤษฎากล่าว 


- เตือนผู้ได้รับสิทธิ คนละครึ่ง รีบใช้ก่อนหมดเขต 31 มี.ค.นี้
อย่าลืมใช้ก่อนถูกตัดสิทธิ! "คนละครึ่ง เฟส2" เปิดให้ใช้จ่ายแล้ว
- ระวังถูกตัดสิทธิ "คนละครึ่งเฟส 2" เปิดบทเรียนจากเฟสแรก ลงทะเบียนแล้วห้ามลืม!


ขณะที่เรื่องระยะเวลาโครงการคนละครึ่งเฟส 3 นั้น จะต่อเนื่องหลังจากโครงการคนละครึ่งเฟส 2 สิ้นสุดในเดือน มี.ค.2564 นี้หรือไม่นั้น ขอดูอีกทีแต่มองว่าอาจจะต้องทิ้งช่วงไปก่อนหลังจากจบโครงการคนละครึ่งเฟส 2 เพื่อรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจ


สำหรับเงินตามพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) เงินกู้ จำนวน 1 ล้านล้านบาทนั้น ในส่วนของงบประมาณเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโควิด-19 จำนวน  565,000 ล้านบาทใช้ไปเกือบหมดแล้ว ซึ่งยังเหลือส่วนของงบฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม 400,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่จำนวน 200,000 ล้านบาท ที่สามารถโอนเงินส่วนนี้มาใช้ในโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ได้ ส่วนเงินที่ใช้สำหรับสาธารณะสุข ยังมีวงเงินเหลืออยู่ 45,000 ล้านบาท


ส่วนเรื่องการลดภาษีนิติบุคคลเพื่อจูงใจนักลงทุนต่างประเทศ ตามนโยบายของ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีนั้น ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ โดยจะต้องดูให้รอบคอบว่าการปรับลดภาษีนิติบุคคลจะช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันหรือไม่ เพราะถ้าหากมีการลดภาษีนิติบุคคลจริง จะต้องเสนอเป็นแพ็คเกจเพื่อชดเชยรายได้นิติบุคคลในส่วนนี้ที่หายไปด้วย


อย่างไรก็ตามปัจจุบันภาษีนิติบุคคล หากมีรายได้ไม่ถึง 300,000 บาท ไม่ต้องจ่ายภาษี มีรายได้มากกว่า 300,000 บาทขึ้นไปเก็บภาษีในอัตรา 15% และมีรายได้ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตราสูงสุดอยู่ที่ 20% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราภาษีที่ใกล้เคียงกับหลายประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่