คองโกพบความหวังใหม่ เชื่อพัฒนาวัคซีน-วิธีรักษา เอชไอวี ได้

คองโกพบความหวังใหม่ เชื่อพัฒนาวัคซีน-วิธีรักษา เอชไอวี ได้

326
3 มี.ค. 64

คองโกพบความหวังใหม่ ผู้ติดเชื้อราว 4% ควบคุมเอชไอวีในร่างกายไม่ให้เพิ่มได้ นักวิทย์เชื่อพัฒนาต่อเป็นวิธีรักษาได้

วันนี้(3 มี.ค.) สำนักข่าวบีบีซี รายงาน การศึกษาใหม่ล่าสุด พบผู้ติดเชื้อ เอชไอวี (HIV) ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกราว ราว 4% มีลักษณะเป็น Elite Controllers คือผู้ป่วยที่สามารถควบคุมปริมาณเชื้อไม่ให้เพิ่มขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้ยาใดๆ ซึ่งปกติจะมีผู้มีเชื้อเอชไอวีน้อยกว่า 1% ที่เป็น Elite Controllers


การค้นพบนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนหรือวิธีการรักษาใหม่ๆ ต่อไป ในการจัดการกับไวรัสเอชไอวีซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเอดส์


ดร.แมรี รอดเจอร์ส นักวิทยาศาสตร์หลักของโครงการศึกษานี้ กล่าวว่า เมื่อได้เริ่มเห็นข้อมูลจากการศึกษาครั้งแรก ทีมต่างรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็มีความสุขเช่นกัน เพราะนี่อาจหมายความว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถทำการรักษาได้จริง 


ผลการวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน eBioMedicine ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวารสารทางการแพทย์ The Lancet โดยได้เก็บตัวอย่างจากผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีระหว่างปี 1987-2019 โดยทีมงานวิจัยดังกล่าว ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์จากบริษัทยาแอ็บบอตต์ มหาวิทยาลัยโปรเตสแตนต์คองโก มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ สถาบันโรคภูมิแพ้และโรคมีเชื้อแห่งชาติสหรัฐอเมริกา และมหาวิทยาลัยมิสซูรี-แคนซัสซิตี 


ดร.รอดเจอร์ส กล่าวว่า กลุ่มผู้มีเชื้อในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นกลุ่มที่ตรวจพบ Elite Controllers มากที่สุด ที่ 2.7-4.3% นอกจากนี้ยังมีอีก 1% ของผู้มีเชื้อเอชไอวีในประเทศแคเมอรูนที่ร่างกายควบคุมไวรัสได้ดีโดยไม่ต้องใช้ยา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาเชื้อเอชไอวี ผู้มีเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่ต้องกินยาต้านไวรัสทุกวันเพื่อยับยั้งและลดปริมาณไวรัสในร่างกาย


ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่ากลุ่มที่คาดว่าจะเป็น Elite Controllers ในคองโก ยับยั้งการเพร่เชื้อเอชไอวีได้อย่างไร แต่ ดร.รอดเจอร์ส กล่าวว่า การทำความเข้าใจว่าผู้มีเชื้อกลุ่มนี้สามารถรักษาปริมาณไวรัสให้ต่ำหรือคงที่ได้อย่างไรจะมีความสำคัญต่อการควบคุมเชื้อเอชไอวีในผู้มีเชื้อรายอื่นๆ


อย่างไรก็ตาม เธอย้ำถึงความจำเป็นในการวิจัยเพิ่มเติม ในขณะที่ชี้ให้เห็นถึงข้อมูลจากการศึกษาก่อนหน้าที่แสดงให้เห็นว่า คนกลุ่มนี้อาจสูญเสียความสามารถในการควบคุมเชื้อเอชไอวีไปเมื่อป่วยนานขึ้นไป


ทั้งนี้ เอชไอวี มีการระบาดนับตั้งแต่ช่วงปี 1980 และมีผู้ติดเชื้อราว 76 ล้านคนทั่วโลก และมี 38 ล้านคนที่มีชีวิตโดยมีไวรัสในร่างกาย โดยเชื่อกันว่าเอชไอวีมีต้นกำเนิดมาจากประเทศสาธารณรัฐคองโกเมื่อราวหนึ่งศตวรรษที่แล้ว 


ภาพจาก : AFP

ข่าวล่าสุด

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่