อส.เมายิงเพื่อนบ้านลั่น "มึงสมควรตาย" ได้สติเกาะกรงขอโทษ เมียเหยื่อร่ำไห้ 4 ชีวิตสิ้นเสาหลัก (คลิป)

อส.เมายิงเพื่อนบ้านลั่น "มึงสมควรตาย" ได้สติเกาะกรงขอโทษ เมียเหยื่อร่ำไห้ 4 ชีวิตสิ้นเสาหลัก (คลิป)

0
26 ก.พ. 64

กรณีเกิดเหตุยิงกันด้วยอาวุธปืน บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.3 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยที่เกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นายสมโภช เชื้อประโรง อายุ 39 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน มีบาดแผลเข้าที่ใต้ราวนมซ้ายทะลุชายโครง 1 นัด เท้าขวา 1 นัด นอนเสียชีวิตข้างรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ที่จอดอยู่หน้าบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทราบชื่อ นายสุเทพ อาสนะทอง อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครเมืองนนทบุรี


876270


ล่าสุดวันที่ 26 ก.พ.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปยังหมู่บ้านที่เกิดเหตุ ในพื้นที่ ม.3 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแจ้งว่า นิติบุคคลของโครงการ ไม่อนุญาตให้ทีมข่าวเข้าไปด้านในหมู่บ้าน


367407


ทีมข่าวเดินทางไปยัง สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี พบกับภรรยาของผู้ตายอยู่ในอาการอิดโรย และอยู่ในความโศกเศร้า โดยน.ส.ยุตตะนันท์ ขวาซุย อายุ 31 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 ก.พ.64 นายสมโภช เชื้อประโรง อายุ 39 ปี มารับตนที่ทำงานเวลาประมาณ 22.00 น. และมาถึงบ้านเวลาประมาณ 23.00 น. ตนสังเกตว่านายสุเทพ ผู้ก่อเหตุ อยู่หน้าบ้านกับชายอีกคน แต่ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร


306423


เวลาประมาณ 23.30 น. นายสุเทพ มาเรียกสามีตนหน้าบ้าน ก่อนที่ตนจะได้ยินเสียงปืน ประมาณ 3 นัด จึงเปิดม่านบนห้องนอนเพื่อดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเห็นสามีตนกำลังค่อย ๆ ล้มลงข้างรถกระบะของเพื่อนบ้าน ตนจึงวิ่งจากชั้นสองลงมาด้านล่างเพื่อที่จะไปดูสามี แต่เห็นว่านายสุเทพ ยังถือปืนอยู่จึงไม่กล้าออกไป


cg2


ขณะเดียวกันก็เห็นน.ส.มด ภรรยาของนายสุเทพ กำลังนำปืนออกจากมือนายสุเทพ และตนกรีดร้องสติหลุดแล้ว ก่อนที่รถกู้ภัยและรถพยาบาลจะมาถึง ขณะที่ตนลงมาสามียังไม่เสียชีวิต แต่ตนนี้คิดว่าสามีน่าจะไม่รอดแน่ ๆ เพราะอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างไร้เรี่ยวแรง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตนยังมองเห็นสายตาของสามีที่มองมาที่ตน มีคนมาเล่าให้ตนฟังอีกด้วยว่า ผู้ก่อเหตุพูดว่า "สมควรตาย" หลังจากที่สามีพูดว่า "ยิงผมทำไม"


136026597965


โดยขณะที่ตนกลับมาบ้าน ก็ยังเห็นคนก่อเหตุอยู่ใกล้บ้านด้วย เพราะบ้านตนกับบ้านผู้ก่อเหตุ อยู่ห่างกันไม่มาก แต่คาดว่าการดื่มสุราภายในวันนั้น น่าจะเริ่มดื่มตั้งแต่ช่วงเย็น เพราะสามีเลิกงานเวลาประมาณ 18.00 น. และก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อน 2 คนร่วมดื่มด้วย แต่กลับไปก่อนในช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ช่วงที่ตนกลับมาบ้าน ตนเห็นนายสุเทพนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน และอยู่ในอาการเมาแล้ว


ส่วนสาเหตุการก่อเหตุ ตนคาดว่าไม่ได้เกิดจากการทะเลาะกัน เพราะตัวผู้ก่อเหตุเคยพูดกับตนว่ารักสามีมาก ตนมองว่าน่าจะเกิดจากการที่นายสุเทพ เหมือนเมาไม่ได้สติจนก่อเหตุครั้งนี้ เพราะทั้งคู่ไม่เคยทะเลาะหรือมีปัญหาบาดหมางกันมาก่อน แล้วทั้งคู่ก็รู้จักกันมาประมาณ 2 ปี ตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้


171629


ขณะที่วันนี้ตัวผู้ก่อเหตุก็ยังไม่รับสารภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตนจึงนำคลิปวิดีโอที่เพื่อนบ้านได้ถ่ายไว้อีกหนึ่งคลิป เดินทางมาที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักฐานเพิ่มเติม และคิดว่าพยานหลักฐานเพิ่มเติมน่าจะเพียงพอ ควรจะส่งฟ้องเลย ที่ตนกังวลก็คือผู้ก่อเหตุเป็นอาสาและมีความรู้เรื่องกฎหมาย ตนกลัวว่าผู้ก่อเหตุจะไม่ได้รับโทษอย่างถึงที่สุด เพราะตนก็เป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง


โดยนิสัยของ นายสุเทพ คนก่อเหตุชาวบ้านแถวนี้จะรู้ดี ว่าเมื่อเกิดอาการมึนเมาแล้ว มักจะนำปืนออกมาโชว์ และโอ้อวดพูดคุยถึงเรื่องปืน และมักจะแสดงว่าตัวเองมีอำนาจเหนือคนอื่น ส่วนนิสัยของสามีเป็นคนจิตใจดี รักครอบครัวมาก สามีเคยบอกกับตนว่าอย่ามีอคติ เพราะสามีก็เชื่อว่านายสุเทพ เป็นคนดีคนหนึ่ง อย่าไปอคติกับเขา แค่จะเสียสติเวลาเมาเหล้าเท่านั้น


726909743480


อย่างไรก็ตาม ตนไม่สามารถให้อภัยนายสุเทพได้ แค้นมาก ๆ เนื่องจากสามีตนเป็นเสาหลักของครอบครัว มีลูกอีก 3 คน คนโตผู้หญิง 13 ปี, คนกลางผู้ชาย 10 ปี, คนเล็กผู้ชาย 8 ปี มีภาระให้ต้องดูแล ถ้าเป็นไปได้ตนอยากให้นายสุเทพได้รับโทษถึงที่สุดถึงขั้นประหารชีวิต แต่ตนก็คิดว่าคงจะเป็นไปไม่ได้ ก็ขอให้ได้รับโทษสูงสุดก็แล้วกัน โดยลางบอกเหตุมีเพียงว่า ขณะนั่งรถสามีตนบอกว่า “ไม่ต้องกลัว พี่ไม่ทำให้หนูลำบากหรอก” อยากขอให้สามีไปสู่ภพภูมิที่ดี ส่วนศพของสามีจะนำมาบำเพ็ญกุศล ที่วัดสะพานสูง ในวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.64)


139194


ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ น.ส.นุจรี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เพื่อนบ้าน เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับทั้ง 2 ครอบครัว โดยปกติจะมีการนัดกันมานั่งดื่มเหล้ากันตามปกติตามประสาเพื่อนบ้าน แต่ไม่บ่อยมากนัก ตนทราบว่า มีการนั่งดื่มเหล้ากันตั้งแต่ช่วงเย็นจนกระทั่งถึงช่วงดึก ผู้ก่อเหตุก็พยายามมาเรียกผู้ตายให้ออกมาจากบ้านอีกครั้ง พยายามจะชวนดื่มเหล้าอีก จนกระทั่งเกิดการยิงกัน และภรรยาของผู้ตายก็ออกมาร้องไห้ด้วยความตกใจ


404777


ส่วนนิสัยของคนก่อเหตุ เมื่อไม่มีอาการมึนเมา ก็มีนิสัยดี อัธยาศัยดี ไม่มีพิษร้ายใด ๆ คุยกับทุกคนได้ แต่เมื่อเมาแล้วก็จะเป็นคนนิสัยไม่ดี ชอบข่มขู่ผู้อื่น คิดว่าตัวเองมีเส้นใหญ่โต และชอบยิงปืนขึ้นฟ้า น่าจะประมาณปีที่แล้ว ตั้งแต่อยู่ในหมู่บ้านนี้มาก็ได้ยินเสียงปืนของนายสุเทพ ประมาณ 3 ครั้ง ที่ผ่านมาคนในหมู่บ้านยังไม่มีการไปแจ้งตำรวจใด ๆ และไม่ค่อยมีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะกลัวจะเดือดร้อน


ส่วนผู้ตายนิสัยดีมาก รักครอบครัว ไม่เคยมีปัญหากับใคร ทุกครั้งที่ทำอาหารรับประทานกัน ผู้ตายก็มาร่วมวงด้วย และก็ร่วมรับประทาน และก็ต่างคนต่างเข้าบ้าน ไม่เคยมีปัญหา โดยผู้ตาย และผู้ก่อเหตุ ก็สนิทสนมกันด้วยซ้ำ ตนกลัวหากผู้ก่อเหตุถูกปล่อยตัว และคนในหมู่บ้านก็หวาดผวา เพราะออกมาอีกใครมีปัญหากับเขา เขาก็จะนำปืนออกมายิงอีก อยากให้เขาได้รับกรรม และสำนึกกับสิ่งที่ทำลงไป และอยากให้ยอมรับ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา


345276


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ นำตัวนายสุเทพ อาสนะทอง อายุ 39 ปี ผู้ต้องหา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เวลาประมาณ 15.30 น. มีเพื่อนบ้านออกมาดูการทำแผนอยู่จำนวนมาก โดยผู้ต้องหาเดินลงจากรถ และชี้จุด บริเวณหน้าบ้านของผู้ตาย และหน้าบ้านของผู้ต้องหา รวมถึงจุดที่ผู้ตายถูกยิง จากนั้นเจ้าหน้าที่รีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถไป โดยระหว่างที่ทำแผน ภรรยาของผู้ตายก็อยู่ในอาการโศกเศร้า ร้องไห้ อยู่ตลอดเวลา และถามผู้ก่อเหตุว่า “ทำได้ยังไง” และด่าทอช่วงระหว่างการทำแผน 


682815


ขณะที่ทีมข่าวอยู่ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ ครอบครัวของผู้ก่อเหตุก็เดินทางมาเยี่ยมผู้ก่อเหตุด้วย โดยทีมข่าวได้พูดคุยกับน.ส.มด ภรรยาของผู้ก่อเหตุ โดยระบุว่า ตนทราบว่าสามีตนไปดื่มเหล้า และตนก็พาลูกคนเล็กขึ้นนอน ก่อนที่จะได้ยินเสียงปืน แต่ก็ไม่ทราบว่าดังจำนวนกี่นัด เพราะตนก็ตกใจมากเช่นกัน กรีดร้อง และร้องไห้ ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ เพราะไม่เคยมีมาก่อน


739320


ทั้งนี้ตนพยายามเดินไปหาสามี และพยายามลูบหลังให้ใจเย็น และนำปืนออกจากมือสามี โดยสามีก็ส่งปืนให้ตน โดยสามีไม่ได้พูดอะไรเลย ตนไม่ทราบว่าสาเหตุจริง ๆ เกิดจากอะไร เพราะนายสุเทพ จำอะไรไม่ได้เลย และตนก็ไม่ทราบเลย นอนอยู่บนบ้าน กับลูก 4 ขวบ ตนตกใจมากเมื่อได้ยินเสียงปืน โดยปกติสามีไม่ได้พกปืนออกไปนอกบ้าน และทำงานก็ไม่ค่อยพกปืน และไม่เคยมีปัญหากับคนตายมาก่อน สามีเป็นคนรักครอบครัว รับและส่งลูกเช้า-เย็น ไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน อยู่กันมา 20 ปี ก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้


125899


อย่างไรก็ตาม ตนมาเยี่ยมสามีวันนี้ สามีจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้ และตลอดการเยี่ยมตนก็ร้องไห้ สามีก็ร้องไห้ และสามีก็ฝากขอโทษไปยังครอบครัวผู้ตายด้วย ตนก็ซื้อข้าวและน้ำมาเยี่ยมสามี เพราะสามียังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เกิดเรื่อง ตนไม่อยากให้เกิดเรื่องราวแบบนี้ เพราะตนก็รู้จักกับคนตาย และครอบครัว ส่วนครอบครัวยังไม่แน่ใจว่าจะมีการประกันตัวหรือไม่ ส่วนลูกชายคนเล็กยังไม่ทราบเรื่อง ตนก็ได้แต่บอกว่า พ่อไปทำงาน


851335


ทีมข่าวมีโอกาสพูดคุยกับพ่อของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยเพียงสั้น ๆ ว่า ตนไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายเป็นคนลงมือจริง ๆ และตนก็ไม่เคยเห็นลูกชายดื่มเหล้าเลยว่าอาการเป็นอย่างไร เพราะตนไม่ได้อาศัยอยู่กับลูกชาย ลูกชาย จะดื่มเหล้าบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่บ่อยมากนัก ส่วนเรื่องมีปัญหากับคนในละแวกบ้าน ตนคิดว่าไม่น่าจะมี


415611


ส่วนเรื่องอาวุธปืนตนไม่แน่ใจว่าลูกมีปืนหรือไม่ ตนตกใจมากจนแน่นหน้าอกมาก ตนได้พูดคุยกับลูกชายขณะเยี่ยมในห้องขังลูกชายบอกว่า ก็เสียใจเป็นธรรมดาที่ทำคนตาย ตนเห็นภรรยาลูกชายร้องไห้ เลยไม่อยากที่จะเดินออกมา ตนสงสารหลาน ทั้งหลานสาวคนโต อายุ 13 ปี และหลานชายคนเล็ก อายุ 4 ปี ว่าจากนี้จะอยู่กันอย่างไร ลูกชายเป็นคนรักลูกมากเลี้ยงเหมือนไข่ในหิน ไปรับส่งลูกตลอด


ทั้งนี้ตนไม่ได้คุยกับลูกชาย เพราะเห็นลูกสะใภ้ร้องไห้ จึงไม่อยากเข้าไปคุย ตนเห็นสีหน้าลูกชายแล้วก็พูดไม่ออก ตนสงสารครอบครัวผู้เสียชีวิต เพราะก็เป็นคนที่เคยเห็นหน้าตากันอยู่ เวลาไปยี่ยมลูกชายที่บ้าน ภรรยาผู้ตายก็จะยกมือไหว้ตนเองตลอด


841162


ทีมข่าวยังได้พูดคุย นายศุภณัฐ เทพประสิทธิ์ 36 ปี เพื่อนบ้านที่ร่วมวงเหล้า เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ช่วงเย็น ตนกับผู้ตายนั่งดื่มเบียร์กัน 2 คน ประมาณ 19.15 น. นายสุเทพ ผู้ก่อเหตุ ขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมภรรยาและลูก คาดว่าน่าจะกลับมาจากที่ทำงาน ผู้ตายจึงได้มีการชักชวน นายสุเทพ มาร่วมดื่มเบียร์ด้วย ผ่านไปสักพัก นายเอก เพื่อนบ้านอีกคนก็มาร่วมวงเหล้าด้วย และนายเอก ก็มีการดื่มเหล้ามาก่อนแล้ว และประมาณ 21.00 น. ตนและนายเอกจึงขอแยกตัวเข้าบ้าน จึงเหลือเพียงผู้ตายและผู้ก่อเหตุ นั่งอยู่เพียง 2 คนเท่านั้น โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุดื่มเบียร์มาก่อนที่จะมานั่งร่วมวงด้วยแล้ว และนายสุเทพ ก็มีอาการมึนเมาแล้ว ขณะที่ตนร่วมวงด้วย


กระทั่งกำลังจะเข้านอนแล้ว ได้ยินเสียงปืน และเห็นผู้ตายค่อย ๆ ล้มลงไปนอนกับพื้นแล้ว โดยผู้ก่อเหตุก็อยู่บริเวณนั้นไม่ไกล แต่ตนไม่ได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกัน เมื่อตนลงมาด้านล่างก็ได้ยินเสียงภรรยาของผู้ตาย และภรรยาผู้ก่อเหตุ ร้องกรี๊ดอยู่ ตนจึงโทรแจ้งรถพยาบาล


384684


โดยนายสุเทพ มีนิสัยขณะมึนเมา คือ ชอบยิงปืนขึ้นฟ้า ล่าสุดคือช่วงปีใหม่ 64 ขณะที่เพื่อนบ้านทุกคนแยกย้ายกลับบ้านหมดแล้ว นายสุเทพมีอาการมึนเมา เวลาประมาณ 24.00 น. นายสุเทพ จึงใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าประมาณ 2 นัด ซึ่งเป็นปืนปากกา โดยปืนที่นายสุเทพใช้ก่อเหตุ ตนคาดว่านายสุเทพ เพิ่งจะได้มา


เมื่อประมาณปี 63 ผู้ก่อเหตุ ก็เคยมีปากเสียงกับคนในหมู่บ้านด้วย เรื่องที่จอดรถ โดยมีการข่มขู่ว่าจะเอาเรื่องด้วย ตนก็กังวลในความปลอดภัย หากผู้ก่อเหตุได้นับการประกันตัวออกมา ตนอยากบอกกับผู้ตายว่าตนรักเหมือนพี่ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะเจอหน้ากันทุกเช้า และตามปกติตน นายเอก และผู้ตาย ก็จะดื่มเบียร์กัน สัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะดื่มประมาณ 18.00 - 21.00 น. เป็นประจำ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่