ยกพวกนับร้อยเคลียร์ปมไม่ลงตัวยิงสาหัส 2 ญาติมือยิงโบ้ยปืนของคนเจ็บ (คลิป)

ยกพวกนับร้อยเคลียร์ปมไม่ลงตัวยิงสาหัส 2 ญาติมือยิงโบ้ยปืนของคนเจ็บ (คลิป)

0
22 ก.พ. 64

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.64 เวลา 00.30 น. พ.ต.ต.วิชาญ ไลไธสง สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุเหตุทะเลาะวิวาท และมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย โดยที่เกิดเหตุบริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลเทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงรุดเดินทางเข้าตรวจสอบ พบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บรายที่หนึ่ง ทราบชื่อนายธงชัย สภาพทรัพย์ อายุ 48 ปี หรือ โอทากามะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่เอว


605365


ส่วนผู้บาดเจ็บรายที่สอง ชื่อนางทิพวัลย์ เกตุมงคล อายุ 46 ปี ถูกยิงเข้าที่หน้าอก พลเมืองดีได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่ รพ.เมืองสมุทรปากน้ำ และ รพ.เปาโล จ.สมุทรปราการ


287521


ล่าสุดทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายัง สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ จากการสอบถามพ.ต.ต.วิชาญ ไลไธสง สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ ระบุว่า พยานที่เห็นเหตุการณ์ได้เล่าว่าเมื่อช่วงหัวค่ำของวานนี้ (21 ก.พ.64) ฝ่ายผู้บาดเจ็บได้ไปมีเรื่องชกต่อยกันในงานศพที่วัดก่อน และแยกย้ายกัน โดยระหว่างนั้นมีการนัดหมายกันทางเฟซบุ๊กให้มาเคลียร์กันที่ท้ายตลาด หน้าเทศบาลตำบลเทพารักษ์ ซึ่งเป็นวัยรุ่นกว่าร้อยคนได้ขี่รถจักรยานยนต์ เข้ามายืนเคลียร์กันอยู่ที่หน้าร้านชานม ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันเทศบาลตำบลเทพารักษ์


889609


และมีหนึ่งในกลุ่มของนายธงชัย (ผู้บาดเจ็บ) ได้พูดจาท้าทายยั่วยุ ก่อนที่จะเกิดเหตุชุลมุนเกิดขึ้น กระทั่งมีเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 4 นัด ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุชื่อ นายแก๊บ (สงวนนามสกุล) ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการออกหมายจับ และตามหาตัวผู้ก่อเหตุดังกล่าว


ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ตรวจสอบ ยังตลาดสังกะสีหน้าเทศบาลตำบลเทพารักษ์ จากการสอบถามร้านค้าต่าง ๆ บอกว่า ร้านค้าบริเวณนี้จะปิดตั้งแต่ 21.00 น. และส่วนใหญ่ไม่มีคนอาศัยอยู่ภายในร้านจึงไม่ทราบถึงเหตุการณ์


158309


ขณะเดียวกันพบกับนายยิ่งโต (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี พนักงานส่งน้ำแข็ง เล่าว่า เมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.64) ตนนอนอยู่ภายในร้าน กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้นช่วงเวลาประมาณ 23.40 น. หลายนัด รู้สึกตกใจมาก หลังจากได้ยินเสียงปืน ต่อมาได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไปหลายคัน แต่ตนนั้นไม่กล้าออกไปเปิดประตูดูว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เนื่องจากกลัวไม่ปลอดภัย ในพื้นที่แถวนี้ช่วงดึกหลัง 21.00 น. แทบจะไม่มีคนอยู่ เนื่องจากจะเป็นร้านขายของชำ และร้านอาหารอื่น ๆ


101887


ขณะเดียวกันทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายัง สภ.สำโรงเหนือสมุทรปราการ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กำลังสอบปากคำทั้งสองกลุ่มดังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการสอบถาม นายเอ (นามสมมติ) ญาติผู้ก่อเหตุ ระบุว่า นายแก๊บ (สงวนนามสกุล) ได้เข้าไปยังห้องสอบสวนเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงเวลา 11.00 น.


752475


ทั้งนี้ตนไม่เชื่อว่านายแก๊บ จะก่อเหตุยิงจริง เมื่อถามถึงนิสัยตนก็ไม่ได้สนิทกันมาก โดยนายแก๊บ มีอาชีพค้าขาย เลี้ยงไก่ชน ไก่ไข่ เพราะนายแก๊บ เป็นแฟนกับป้าของตน จึงเดินทางมาที่ สภ.สำโรงเหนือ เพื่อที่จะฟังความจริงว่าเกิดเหตุการณ์อย่างไร


แต่เมื่อถามว่ามีปัญหากับกลุ่มไหน จริงแล้วทั้ง 2 กลุ่มนี้รู้จักกันดี แต่ตนไม่ทราบว่าเกิดการทะเลาะอะไรกัน เนื่องจากตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ และยังไม่ได้พูดคุยกับนายแก๊บ อีกทั้งตนยังคิดว่าผู้ที่บาดเจ็บนั้น อาจจะเป็นผู้ที่มีปืน และนำปืนออกมาจากรถ แต่เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตอบว่า ไปถึงที่เกิดเหตุก็ไม่พบปืนจากผู้บาดเจ็บ จึงจำเป็นต้องสอบสวนหาหลักฐานต่อไป


294139


ภายหลังจากการสอบสวน พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี รอง.ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น เริ่มทราบถึงรายชื่อกลุ่มคนร้าย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากนายจิระพงศ์ สภาพทรัพย์ ลูกนายธงชัย (ผู้บาดเจ็บ) ดื่มเหล้ามึนเมา และได้เริ่มทะเลาะวิวาทหาเรื่องชกต่อย กับนายพยอม คำหริ่ม ที่วัดคลองปลัดเปรียง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทปราการ ในเรื่องที่ผู้ใหญ่และกลุ่มวัยรุ่นไม่มีการให้เกียรติกัน


206667


จากนั้นมีคนกลางที่กลุ่มวัยรุ่นนับถือ ได้นัดฝ่ายนายพยอม เข้ามาคุยกันที่ท้ายตลาดสังกะสี แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ จึงเกิดโต้เถียงกันอย่างหนัก จนทำให้มีการชกต่อยกันอย่างชุลมุน ต่อมาหนึ่งในกลุ่มนายพยอม ได้ชักปืนยิงใส่กลุ่มนายธงชัย จำนวน 7 -8 นัด จนมีผู้บาดเจ็บ 2 คน คือนายธงชัย สภาพทรัพย์ และนางทิพวัลย์ เกตุมงคล


376232


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าสามารถจับนายแก๊บ ผู้ก่อเหตุได้แล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ชูตระกูล ระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานปฏิบัติหน้าที่ก่อน หากมีหลักฐานเพียงพอจะดำเนินการออกหมายจับผู้ก่อเหตุต่อไป 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่