"แมงปอ ชลธิชา" เปิดใจ เจอมรสุมชีวิตหนัก ป่วยเส้นเสียงอักเสบ-โดนโกงเงินหมดตัว!

"แมงปอ ชลธิชา" เปิดใจ เจอมรสุมชีวิตหนัก ป่วยเส้นเสียงอักเสบ-โดนโกงเงินหมดตัว!

0
22 ก.พ. 64

ในวงการลูกทุ่งชื่อของ "แมงปอ ชลธิชา" ติดทำเนียบลำดับต้นๆ เลยทีเดียว เพราะเพลงที่เธอปล่อยออกมานั้น ดังเป็นพลุแตก ขายเทปได้เป็นล้านตลับ ไม่ว่าจะเป็น อัลบั้มตามหาสมชาย และ นางสาวแนนซี่ ล่าสุดรายการ ต้มยำอมรินทร์ ได้ตอนรับการมาเยือนของ แมงปอ ที่มาเล่าให้ฟังถึงช่วงชีวิตแสนสาหัสเพราะไว้ใจคนผิด จนแทบไม่เหลือเงินติดกระเป๋า พร้อมอัปเดตว่าจะกลับมาจับไมค์โชว์เสียงได้อีกหรือไม่


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "ระเบียบวาทะศิลป์" ปรับตัวสู้โควิด! เปิดการแสดงออนไลน์ "หมอลำเดอะซีรีส์"
- "คัฑลียา มารศรี" เปิดใจครั้งแรก! ไม่รับงาน 2 ปี เพราะปัญหาส่วนตัว พร้อมคืนวงการบันเทิงเต็มตัว!
- "เต๋า ดราก้อนไฟว์" เปิดใจในรายการ ต้มยำอมรินทร์ สงสารตัวเองที่แฟนๆ ไม่เคยจำหน้าได้ คิดว่าตัวเองคือ "ออย ธนา"
- "ต่อง สาวิตรี" ติดหนัก! โซเชียล-ซีรีส์วาย รับปลื้ม #ไบร์ทวิน เอ่ยปากชมเล่นเข้ากันดี
- ดูบังเกิดเกล้าย้อนหลัง ละครแซบอมรินทร์ทีวี ที่นี่


s__69501071


ถาม ย้อนกลับไปใครที่ไม่ได้เป็นสายลูกทุ่งก็ต้องรู้จัก แมงปอ ชลธิชา


แมงปอ ชลธิชา : ด้วยความที่ตอนนั้นนักร้องลูกทุ่งวัย 15-16 มันมีไม่เหมือนปอ เป็นวัยรุ่นไม่กี่คนเองที่มาร้องลูกทุ่ง โดยเฉพาะ MV เราทำทรงผมก็จะกุ๊กกิ๊กน่ารักให้พวกน้องๆ เด็กๆ อยากทำตาม อยากร้องตาม อยากเต้นตาม


ถาม แมงปอเริ่มต้นการเป็นนักร้องได้ยังไง


แมงปอ ชลธิชา : เริ่มมาจากปอชอบร้องเพลง คุณแม่ก็แอบไปบอกคุณพ่อว่าลูกสาวชอบร้องเพลงนะ คงอยากจะเป็นนักร้อง ตอนนั้นอายุประมาณ 14 ค่ะ คุณพ่อก็เลยมาถามเราว่าอยากจะเป็นนักร้องหรือเปล่า เพราะว่าคุณพ่อเขาเป็นนักมวยเก่า อาจจะรู้สึกว่าไม่เกี่ยวกันใช่ไหมค่ะ แต่จริงๆ แล้วแอบเกี่ยวค่ะ เพราะว่าเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมาย เป๊ะทุกอย่าง มีระเบียบวินัยสูงมาก พอเราบอกว่าอยากเป็นค่ะ คุณพ่อก็บอกว่างั้นต้องเป็นให้ได้ ต้องทำให้ได้ คุณพ่อเลยพาไปหาคุณแม่ชื่อว่าคุณแม่พัชรี เป็นคุณแม่ของพี่สายใจ วลี ซึ่งเป็นนักร้องลูกทุ่ง เราก็ไปร้องให้ฟัง พอร้องให้ฟังปุ๊บ!! บอกว่าแก้วเสียงของเราได้เลย เดี๋ยวพาไปประกวดเลย ก็พาไปประกวดเลยค่ะ เพราะวันนั้นตรงกับวันเสาร์ที่ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ จะจัดประกวดร้องเพลงทุกวันเสาร์ เขาก็พาเราไปลงชื่อ แล้วเราก็ยืนร้องเพลงแต่ตกรอบแรกค่ะ เพราะด้วยความที่เราไม่เคยขึ้นเวที เราร้องแต่ที่บ้าน ในห้องเรียน แต่พอเราขึ้นไปบนเวที วันนั้นทำอะไรไม่เป็นเลยมันตื่นเต้น พอเราลงมาจากเวที คุณพ่องงเลย ทำไมอยู่บ้านเราถึงร้องได้ แต่พอขึ้นเวทีทำไมเสียงมันไม่ออก พอหลังจากนั้นแม่พัชรี เขาก็พาเราไปเล่นละคร พอเล่นละครเรื่องแรกเป็นตัวประกอบ เป็นคนขายไก่ย่างคู่กับแม่น้อย โพธิ์งาม พี่น้อยเป็นคนตำส้มตำ แล้วเราเป็นคนปิ้งไก่ ทีนี้คุณพ่อด้วยความที่เป็นคนที่ชอบพรีเซนต์ลูกสาวตลอดเวลาอยู่แล้ว เขาก็จะมีเทปที่อัดเสียงปอไว้ เขาก็เรียกแม่น้อย มาฟังเสียงลูกสาว เขาก็เปิดให้ฟัง แม่น้อยเขาก็บอกว่าเสียงดีทำไมไม่ไปค่ายเพลง เขาก็เลยแนะนำไปที่ค่ายนพพร ซิลเวอร์ โกลด์ ซึ่งตอนนั้นในค่ายนพพรจะมีนักร้องรุ่นเก่าเอาเพลงมาทำใหม่ พอเราเข้าไป ใหม่ด้วย เด็กด้วย เขาก็รับเรา เลยได้ออกอัลบั้มแรกชื่อ สาว 16 เพราะตอนนั้นออกตอนอายุ 16 พอดี อัลบั้มที่สองคือหนูกลัวตุ๊กแก ส่วนอัลบั้มที่สามล้านตลับ (ตามหาสมชาย) ตอนนั้นเป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตเราเลย เดือนนึงมีสามสิบวัน ปอจะมีงานประมาณ 40-50 งาน เพลงที่ฮิตๆ ของปอตอนนั้นก็จะมีหนูอยากโดนอุ้ม , สมชายเปลี่ยนไป เป็นสิบอัลบั้มเลยค่ะ


ถาม เพราะมีเพลงเยอะ งานเยอะ จนทำให้เส้นเสียงอักเสบ จนไม่มีเสียงจะพูดเลย ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น


แมงปอ ชลธิชา : ตอนนั้นเหมือนเราใช้เสียงเยอะมาก อย่างช่วงเทศกาล เราวิ่งวันเดียว 6 งาน ตั้งแต่เช้าจนถึงดึก บางทีข้ามวัน เราใช้ชีวิตหนักมาก พักผ่อนน้อย ทำให้เส้นเสียงของเราอักเสบสะสมไปเรื่อยๆ เราก็ไม่ได้ไปหาหมอ เริ่มจากทอนซิลอักเสบ เจ็บคอ แล้วในคอเราจะมีตุ่มขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆ เวลาเราอ้าปาก เราก็จะเห็นเลย แล้วพอเรามาร้องเพลงตรงโน้ตที่เราร้องได้ เสียงเราไปถึงแต่ทำไมวันนี้เราขึ้นไม่ถึง เราต้องใช้พลังเยอะต้องตะเบ็งเสียงออกมา จนมาถึงวันหนึ่งที่เราตื่นขึ้นมาแล้วเราพูดไม่มีเสียง เราเลยโทรหาเจ้าภาพงานให้เขาได้ยินเสียงของเราว่าไม่มีเสียงจริงๆ พอเขาได้ยินเสียงเรา เขาก็แคนเซิลงานไปดีกว่า ซึ่งพอเราไปหาคุณหมอก็แนะนำให้เราผ่า แต่คุณหมอเขาไม่ได้การันตีว่าพอผ่าแล้วเสียงของเราจะกลับมาได้เหมือนเดิม อาจจะเปลี่ยนแปลง อาจจะไม่เหมือนเดิมก็ได้ ปอก็เลยเกิดความกลัว


ถาม เป็นการตัดสินใจของเราเลยหรือเปล่าว่าจะผ่าหรือจะเลิกเป็นนักร้องเลยไหม


แมงปอ ชลธิชา : เรื่องการเลิกเป็นนักร้อง ตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดอะไรถึงขนาดนั้นนะคะ เพราะเรายังรักที่จะร้องเพลงอยู่ แล้วอีกอย่างหนึ่งคืองานที่เรารับข้ามปีไปแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเลิก ก็พยายามทำตามที่หมอบอกคือดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนเยอะๆ ไม่จำเป็นไม่ต้องพูดมาก ให้เราใช้เสียงเฉพาะเวลาที่เราร้องเพลง มันก็ดีขึ้นมาเรื่อยๆ ถามว่าตอนนี้เต็มร้อยไหม ก็ไม่ได้เต็มร้อย


s__69501064

ถาม ไม่ใช่แค่มีปัญหาเส้นเสียงทำให้เป็นอุปสรรคด้านการร้องเพลง แต่เพราะว่าทำงานตั้งแต่เด็กๆ ประสบการณ์ชีวิตก็เลยน้อย กลายเป็นว่าไว้ใจคนข้างกาย หลอกเงินไปเหลือติดตัวแค่หลักพัน


แมงปอ ชลธิชา : สิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากคนที่เราไว้ใจ อย่าง ซื้อบ้านก็ไม่ได้ซื้อเป็นชื่อเราเอง เพราะว่าเขาบอกเราอายุยังน้อยอยู่ ยังไปกู้ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างเลยซื้อเป็นชื่อเขา ทั้งรถ ทั้งบ้าน แล้วช่วงหลังๆ ก็มาขอยืมเรา สามหมื่นบ้าง ห้าหมื่นบ้าง แสนหนึ่งบ้าง ซึ่งเราก็ให้เขาไปโดยที่ไม่ได้คิดว่าเขาจะหลอกเรา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ของเราก็รับรู้ เขาก็ไว้ใจคนนี้เหมือนกัน แล้วพอช่วงหลังเราก็ไม่ได้เงินหลายปี แต่ปอก็ยังมีเงินเก็บของปออยู่ แต่เงินใหม่ๆ ที่เราไปทำงานคือไม่ได้ เพราะเราคิดว่าเดี๋ยวเขาก็ให้ เพราะเราไว้ใจเขามากๆ


ถาม แล้วอะไรที่เราเริ่มที่จะรู้แล้วว่าไม่ใช่


แมงปอ ชลธิชา : เพราะมีคนโทรหาเราว่ารู้จักคนนี้ไหม เขาติดเงินผมนะ ถ้าเขาไม่ใช้คืน คุณก็ต้องใช้แทนเขานะ รู้ว่าสนิทกันเป็นคนคนเดียวกัน คุณต้องรับผิดชอบด้วยนะ มีถึงขั้นเอาปืนมาวางต่อหน้าเราเลย เราก็รู้สึกว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ไหว เขาก็บอกว่าไม่มีจะให้ เพราะมันไม่มี


ถาม แล้วเราเหลือเงินแค่ 5,000 บาท เราใช้ชีวิตยังไง


แมงปอ ชลธิชา : ช่วงนั้นแย่มากเลยค่ะ เป็นปี 54 น้ำท่วมด้วย แล้วห้าพันคือไม่ใช่เงินเราเองด้วย เราไปยืมเขามา แต่เงินที่ปอมีคือมีไม่ถึงสองร้อยบาทด้วยซ้ำ เวลาที่เราจะกินไข่เจียว เราต้องเอามาตีใส่น้ำเยอะๆ ส่วนบ้านหลังนั้น เราก็ไม่ได้อยู่ โดนยืดไปเพราะเป็นชื่อเขา เราก็ทำอะไรไม่ได้ เราเอาเงิน 5,000 ที่เราไปยืมเขามา เอาไปซื้อกะทะ ซื้อไก่ ซื้อน้ำมัน ชวนคุณแม่ไปทอดไก่ขาย ก็มีคนเข้ามาถามเยอะแยะไปหมดเลยว่าทำไมแมงปอถึงให้แม่มาขายไก่ทอดแบบนี้ ทำไมแมงปอถึงมายืนขายไก่ทอดแบบนี้ เพราะช่วงนั้นงานของเราก็น้อยลงด้วย แต่ที่เราเลิกขายไก่ทอด เพราะเราคิดว่าแม่เหนื่อยมาก ต้องย้ายของเขาออกมาขาย ก็เลยเปลี่ยนมาขายหน้าบ้านแทนเรา ก็เปิดขายส้มตำ น้ำตกแทน พอเราเริ่มมีงาน เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาก็เลยให้คุณแม่หยุดขาย


ถาม ในช่วงตอนนั้นเรามีช่วงท้อแท้หรือหมดหวังไหม


แมงปอ ชลธิชา : มีช่วงหนึ่งค่ะ ที่ปอเป็นแบบนั้นคือแย่มาก ในหัวเราคิดแค่ว่าทำไมต้องเป็นเรา  เราไม่เคยทำอะไรให้ เรามีแต่ให้สิ่งดีๆ ทั้งนั้นเลย คิดอยู่แบบนี้จนมีวันหนึ่งเราก็คิดได้ว่าถ้าเขามีความสุข เขามีชีวิตที่ดี เขาคงไม่มาทำอะไรกับเราแบบนี้ ก็เลยคิดว่าเราคงดีกว่าเขา เขาถึงมาเบียดเบียนเรา เพราะฉะนั้นวันนี้เราตัดเลยแล้วกัน เขาได้ไปแล้ว ขอให้ชีวิตเขาดีขึ้น ขอให้ไม่ไปเบียดเบียนใคร ส่วนตัวปอจะไม่มานั่งถามว่าทำไมเธอต้องทำกับฉัน ปอจะมองไปข้างหน้า วันนี้จะทำยังไงต่อ พรุ่งนี้จะไปงานที่ไหน จะทำยังไงดี หาเงินจากที่ไหน แต่ก็ทำให้ตอนนี้ปอกลัวการจะคุยกับใครสักคน ทำให้เราคิดแล้วคิดอีก เขาจะมาแบบไหน ซึ่งถ้าปอรู้สึกว่าคนที่เข้ามาคุยกับเรามีอาการแปลกๆ ทำให้เราไม่ไว้ใจ เราก็พร้อมที่จะตัดทันที อยู่กับครอบครัวเราก็ดีแล้ว


ถาม ซึ่งตอนนี้ก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป เพราะว่าตอนนี้ใครๆ ก็เรียกว่าเจ๊แมงปอ


แมงปอ ชลธิชา : ที่ตลาดไทค่ะ จริงๆ ร้านนี้เป็นร้านของผู้ใหญ่ที่ปอเคารพ เขาก็เห็นว่าเราก็ไม่ค่อยมีงาน แล้วช่วงนี้มีโควิดด้วย งั้นมาดูร้านให้หน่อยว่าวันนี้ขายปลาได้กี่บาท อะไรอย่างนี้ค่ะ


ถาม ตอนนี้ทิ้งการเป็นนักร้องลูกทุ่งไปหรือยัง


แมงปอ ชลธิชา : ก็ไม่ได้ถึงขนาดนั้นค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดให้เรามาร้องเพลง เราก็มีความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะเราห่างไมค์มานาน แต่ถ้าเกิดเป็นแบบว่าแมงปอมาช่วยดูเบื้องหลังหน่อย จะทำนักร้องคนนี้ทำเพลงยังไงแนวไหนดี อยากทำ แต่ถ้ามีคนจ้างเราก็รับนะคะ เพราะเราไม่ได้ถึงว่าร้องไม่ได้เลย เพราะปอก็จะมีลูกคู่ของเราด้วย ยังไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่