รวบคาท่อ! ไอ้แสบจุดไฟแช็กเผารถตำรวจหนี อ้างสูดควันแน่นอกหลอกตร.สะเดาะกุญแจ (คลิป)

รวบคาท่อ! ไอ้แสบจุดไฟแช็กเผารถตำรวจหนี อ้างสูดควันแน่นอกหลอกตร.สะเดาะกุญแจ (คลิป)

0
29 ม.ค. 64

เมื่อวันที่ 29 ม.ค.64 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถขนเงิน ที่บริเวณถนนมิตรภาพขาเข้า อ.เมือง จ.อุดรธานี เวลาต่อมาศูนย์วิทยุรายงานแก้ไขว่าเป็นรถส่งผู้ต้องหาของ สภ.หนองแสง นำผู้ต้องหา 4 คนมาฝากขังที่ศาล จ.อุดรธานี มีผู้ต้องหาหลบหนีการควบคุมไป 1 คน


535293


โดยที่เกิดเหตุพบรถส่งผู้ต้องหาของ สภ.หนองแสง เป็นรถกระบะ ทะเบียน ฮฐ-2946 กรุงเทพมหานคร ดัดแปลงกระบะท้ายเป็นที่คุมขัง จอดอยู่ริมถนนมิตรภาพ ปากซอยราษฎร์บำรุง หันหน้าเข้าเมือง มีไฟลุกไหม้อย่างรุนแรงไปทั่วคัน


770690891705


โดยมีรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลบ้านจั่น 1 คัน ระดมฉีดน้ำจนเพลิงสงบ รถเสียหายทั้งคัน และบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ ริมถนนเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.โนนสูง อ.เมือง ควบคุมผู้ต้องหาไว้ 3 คน เป็นผู้ต้องหาคดีเสพยาบ้า คือ นายอนันตชัย ทำประชม อายุ 23 ปี นายอนุชา ธุลลี อายุ 18 ปี ถูกใส่กุญแจมือไว้ด้วยกัน และนายเล็ก (นามสมมติ) อายุ 17 ปี มีอาการเจ็บหน้าอก มีหน่วยกู้ชีพปฐมพยาบาล และนำส่ง รพ.อุดรธานี


576365


ร.ต.ต.มนตรี สารพันธุ์ รองสวป.ทำหน้าที่ขับรถส่งผู้ต้องหาคันที่ถูกเพลิงไหม้ ได้วิ่งติดตามจับกุมนายสมสมัย อายุ 46 ปี ผู้ต้องหามียาเสพติดเพื่อจำหน่าย ของกลางยาบ้า 68 เม็ด และยาไอซ์ 3.37 กรัม ที่หลบหนีไปเข้าซอยราษฎร์บำรุงที่สามารถทะลุออกไปยังถนนบ้านคำกลิ้ง-บ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง


315740


โดยมีพ.ต.อ.ประเสริฐศักดิ์ ฝอยกลาง ผกก.สภ.หนองแสง พร้อมร.ต.อ.เจริญฤทธิ์ มีหินกอง รองสว.(สอบสวน) สภ.หนองแสง เจ้าของคดี และกำลังเดินทางมาสมทบสอบสวนปากคำผู้ต้องหา 2 คน ระบุว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับเสพยาบ้ากับเพื่อน 3 คน ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.หนองแสง ต่อมานายสมสมัย ผู้ต้องหาคดีเสพและขายยาเสพติด ไม่รู้จักกันมาก่อน ถูกนำตัวมาขังไว้ที่เดียวกันจนเช้า ตำรวจได้นำตัวขึ้นรถเพื่อเอามาฝากขังที่ศาล จึงขึ้นรถมาด้วยกัน 4 คน นายอนันตชัย ถูกใส่กุญแจมือติดกับนายสมสมัย นายอนุชาใส่กุญแจมือคนเดียว ส่วนนายเล็ก ไม่ได้ใส่กุญแจมือ


269796


ผู้ต้องหา 2 คน ยืนยันว่านายสมสมัย มีไฟแช็กเพราะเห็นสูบบุหรี่ แต่ขณะที่นั่งรถมานายอนันตชัย อ้างว่านอนหลับ แต่นายอนุชายืนยันว่าเห็นนายสมสมัย ใช้ไฟแช็กเผาที่ช่องแอร์จนไฟลุกไหม้มีควันจำนวนมาก จึงเคาะกระจกบอกตำรวจที่ขับรถ ให้เปิดประตูด้านหลังออกมา ส่วนนายสมสมัย โวยวายว่ากุญแจมือแน่น ตำรวจจึงคลายกุญแจให้ และอาศัยชุลมุนได้วิ่งหลบหนีไป


778746


กระทั่งเวลา 14.45 น. หรือผ่านไป 1 ชม. 15 นาที เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี และภ.จว.อุดรธานี นำโดยพ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พันธุ์เพ็ชร เหล่ากำเนิดเพชร ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี สามารถติดตามจับกุมนายสมสมัย ผู้ต้องหาที่หลบหนีได้ในท่อระบายน้ำ เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนจุดไฟเผารถ ไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่มีไฟแช็ก ไม่รู้ไฟไหม้ได้อย่างไร ตัดสินใจหลบหนีเพราะได้โอกาส และคิดถึงภรรยาที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัด


349760


นายสมสมัย กล่าวว่า ตนอาศัยจังหวะช่วงไฟไหม้หลบหนี โดยให้ตำรวจที่ควบคุมตัวมาช่วยปลดกุญแจให้ เพราะรถเกิดไฟไหม้ จากนั้นลงมารออยู่นอกรถ กินน้ำล้างหน้าเสร็จอาศัยจังหวะนี้วิ่งหลบหนี ซึ่งตนไม่ได้เป็นคนจุดไฟเผา ไม่ได้มีไฟแช็กติดตัว และไม่ทราบว่าทำไมรถถึงเกิดไฟไหม้ เพราะตอนที่ตนออกมาไฟไหม้รถแล้ว ตอนนั้นทุกคนเริ่มหายใจไม่ออกมันมีไฟออกมาตรงช่องแอร์ด้านหลังของรถ


467912


แต่โชคดีที่ตำรวจเปิดประตูด้านหลังรถได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงจะตายกันหมด ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนจุดไฟ ส่วนที่ตนตั้งใจวิ่งหนี เพราะว่าภรรยาจะเข้าผ่าตัดมดลูกในวันที่ 7 ก.พ.64 ตนคิดถึงและเป็นห่วงภรรยามาก ซึ่งตอนที่อยู่ สภ.หนองแสง ภรรยาก็เดินทางมาเยี่ยมตน ทำให้ตนเป็นห่วงเลยตัดสินใจหนี


cg_3


พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยรถควบคุมตัวผู้ต้องหากำลังจะไปส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ที่เรือนจำกลางอุดรธานี หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้ทำการฝากขังต่อศาลจ.อุดรธานี ผ่านทางวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์เสร็จแล้ว ซึ่งเหลือระยะทางอีก 9 กม. จะถึงเรือนจำ แต่มาเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้รถควบคุมผู้ต้องหาขึ้น


 


767408


“หลังจากเรานำตัวมา และได้ทำการสอบผู้ต้องหาอีก 3 คน ที่ไม่ได้หลบหนี โดยถือว่าเป็นประจักษ์พยานในคดีนี้ ซึ่งทั้ง 3 คน ยืนยันชัดเจนว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดจากผู้ต้องหาคนที่หลบหนีที่มีเจตนาใช้ไฟแช็กเผาบริเวณช่องแอร์ เพื่อให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นมา ก่อนเขาจะหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังจนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีได้”


935886


พล.ต.ต.พิษณุ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นจะดำเนินการเป็น 2 ส่วน ซึ่งส่วนแรกจะดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาที่หลบหนีในข้อหาหลบหนีจากการคุมขัง และจะแจ้งจ้อกล่าวหาเพิ่มคือวางเพลิงเผาทรัพย์ทำให้เสียทรัพย์ ส่วนที่ 2 จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่า ลักษณะเหตุที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง โดยทางตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้ามาตรวจสอบเพื่อหาความจริงอีกส่วนหนึ่ง ในการหาสาเหตุเพลิงไหม้คงต้องใช้เวลาบ้าง จึงจะทราบสาเหตุเพลิงไหม้ที่แท้จริงได้ รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ต้องหาว่าก่อเหตุเพื่อที่ต้องการหลบหนีจริงหรือไม่


620211


ทีมข่าวเข้าไปพูดคุยกับนางสา ชาญฉลาด อายุ 65 ปี ชาวบ้านละแวกดังกล่าว เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ปกติพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของญาติพี่น้อง ซึ่งยังไม่มีการแบ่งสรรปันส่วน เป็นที่รกร้าง ซึ่งตนอาศัยอยู่กับสามีที่ป่วย ประตูหน้าบ้านไม่เคยเปิด จะถูกคล้องด้วยโซ่ตลอด


219459


ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 14.00 น. ตนกำลังเปลี่ยนแพมเพิสให้สามี ได้ยินเสียงสังกะสีตรงประตูหน้าบ้าน จากนั้นก็ได้ยินเสียงคนงานด้านหน้าบ้านวิ่งตามเข้ามา โดยบอกกับตนว่ามีโจรวิ่งเข้าบ้าน พอตนทราบข่าวก็รู้สึกตกใจ และรู้สึกกังวลใจมาก เนื่องจากผู้ต้องหาหลบหนีเข้าไปในป่าแล้วยังหาตัวไม่เจอ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ระดมกำลังกันเข้ามาในพื้นที่ ใช้เวลามากกว่า 1 ชม.ในการค้นหาตัว กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเจอตัวในท่อระบายน้ำ ซึ่งห่างจากประตูทางเข้าประมาณ 150 เมตร


366940


ส่วนตัวรู้สึกโล่งใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับตัวผู้ต้องหาได้ ไม่เช่นนั้นตนคงไม่สบายใจ เพราะว่าไม่นานโจรก็คงหิวและอาจจะออกมาจากป่า ตนอยู่กับสามีที่ป่วยเพียงลำพัง ถ้าจะมาขอแค่ของกินคงไม่เป็นอะไร แต่กลัวจะเข้ามาทำร้ายมากกว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นอีกเรื่องที่น่าตกใจที่สุดในชีวิต


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่