เจ้าสาวร่ำไห้! หนุ่มเบี้ยวแต่งทำสูญเงินแสน แม่เจ้าบ่าวช้ำถูกมัดมือชกรับไร้เงินแต่ง (คลิป)

เจ้าสาวร่ำไห้! หนุ่มเบี้ยวแต่งทำสูญเงินแสน แม่เจ้าบ่าวช้ำถูกมัดมือชกรับไร้เงินแต่ง (คลิป)

250
19 ม.ค. 64

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "วิไลวรรณ อยู่สำราญ" โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับงานวิวาห์ล่ม เจ้าบ่าวผิดนัดไม่มาร่วมงาน ส่วนเจ้าสาวรับแขกที่มาร่วมงานทั้งน้ำตา โดยงานแต่งจัดในพื้นที่หมู่บ้านบ้านปะคำ ต.สระพระ อ.พระทองคำ จ.นคราชสีมา เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 64


758211


วันที่ 19 ม.ค. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปบ้านปะคำ ต.สระพระ อ.พระทองคำ จ.นคราชสีมา บ้านของเจ้าสาว นางสาวปุ้ย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เจ้าสาว บอกว่า ตนคบหากับนายธรีภัทร เจ้าบ่าว ได้นาน 6 เดือน ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก


916221


จนมาช่วง 2 สัปดาห์ก่อนงานแต่งงาน วันที่ 3 ม.ค. 64 ฝ่ายชายเป็นคนขอตนแต่งงาน ซึ่งตนก็รู้สึกดีใจ เรื่องของงานแต่งงานจึงกลางเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ต้องคุยกัน ส่วนตนก็ไม่ค่อยได้รู้รายละเอียดมากเรื่องทางกฎหมายว่ามีข้อตกลงอะไรกันบ้าง


821704


ต่อมา ก่อนวันงาน 1 วัน วันที่ 16 ม.ค. 64 นายธีรภัทร เจ้าบ่าว ก็มาช่วยจัดงานเตรียมงานที่บ้านของตน ทุกอย่างก็ยังคงเป็นเรื่องปกติ จนกระทั่งวันงาน 17 ม.ค.64 ฝ่ายชายไม่มาแต่งหน้าที่งาน ซึ่งตนก็พยายามติดต่อไปในแชตเฟซบุ๊ก แต่ก็ไม่มีการตอบกรับ ซึ่งตนก็ไม่มีเบอร์โทรฝ่ายชาย เนื่องจากคุยกันแค่ในเฟซบุ๊กอย่างเดียว จนกระทั่งใกล้ถึงเวลางาน แม่ของตนให้คนไปตามที่บ้าน ซึ่งฝ่ายชายก็บอกว่าจะมา แต่ก็ไม่มา


388043327819


ส่วนตนก็ยืนรับแขกด้วยน้ำตาในงานวิวาห์ ตนคาดว่าสาเหตุที่เจ้าบ่าวไม่มาเพราะว่าหาเงินสินสอดไม่ทัน หลังจบงานก็มีแค่เพื่อนพี่น้องคอยปลอบใจ ซึ่งในวันที่ 18 ม.ค.64 หลังจบงานฝ่ายชายส่งข้อความในเฟซบุ๊กมาว่าขอโทษ และบอกรักตน ถามว่าจะให้ติดคุกจริง ๆ หรอ เนื่องจากแม่ของเขาไม่มีเงินค่าสินสอด เท่ากับว่าไม่มีเงินประกันลูกชาย ต้องปล่อยให้ติดคุกด้วย


795295


หลังจากนี้ ตนยืนยันว่าคงไม่มีการกลับไปคืนดี ถึงแม้ว่าในอนาคตจะขอโอกาสอีกครั้ง ตนก็คงพอแล้ว เนื่องจากครั้งนี้ทำให้ตนมีบทเรียนครั้งใหญ่ ครั้งหน้าในอนาคตหากจะแต่งงงาน ก็คงต้องคิดให้เยอะกว่าเดิม


454623


นางสาวลำดวล บุญเชิด อายุ 36 ปี แม่เจ้าสาว เล่าว่า แม่ของฝ่ายชายเข้ามาพูดคุยว่าจะให้นายธรีภัทร ลูกชายเขาแต่งงานกับลูกสายของตน ด้วยเงินสินสอดเงินสด 60,000 บาท สร้อยคอทองคำ 1 บาท ตนจึงให้มีการไปพูดคุยและเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากลูกสาวของตนยังไม่บรรลุนิติภาวะ


โดยแม่ของฝ่ายชายเป็นผู้หาฤกษ์งามยามดีให้กับตน วันที่ 17 ม.ค. 64 ซึ่งให้ฝ่ายหญิงเป็นผู้จัดงานที่บ้าน ฝ่ายชายจะยกขันหมากไปขอ ตนก็มีการติดต่อกับผู้จัดงาน ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม มีการเตรียมการอย่างเดียวเนื่องจากเห็นว่าเป็นงานแต่งของลูกสาวทั้งที จึงอยากทำให้ดีที่สุด ฝ่ายชายก็ไม่ได้ให้เงินมาก่อนหน้านี้สักบาท ตนเองได้นำโฉนดที่ดินที่ตนปลูกบ้าน 1 งาน ไปจำนอง ได้เงินมา 35,000 บาท


812606


กระทั่งวันงาน 17 ม.ค. 64 เวลาประมาณ 03.00 น. ช่างแต่งหน้ามาเตรียมแต่งที่บ้าน ฝ่ายชายก็ยังไม่มา จนถึงเวลา 06.00 น. ตนให้คนไปตามฝ่ายชายที่บ้าน ก็ยังนอนอยู่ในมุ้ง บอกแค่ว่าจะมาในเวลา 10.00 น. แต่สุดท้ายก็ไม่มีญาติฝ่ายชายมาสักคน ทำให้ตนรู้สึกขายหน้าทั้งอำเภอ เนื่องจากแขกในงานมีนายก อบจ. มาร่วมงานด้วย ลูกสาวของตนก็ได้แต่ยืนรับแขกร้องไห้ทั้งน้ำตา ตนก็สงสารลูก ได้แต่ปลอบใจและให้กำลังใจ ส่วนที่ยังคงแค้นใจมากที่สุดคือล่าสุดตนได้ไปเจรจากับแม่ฝ่ายชายที่ สภ.พระทองคำ ฝ่ายชายบอกว่าให้ไปสู้กันในชั้นศาล ถ้าอยากได้เงินก็ไปฟ้องเอา แม้แต่คำขอโทษก็ไม่มี


688118184730


ส่วนค่าใช้จ่าย ค่าซุ้มงานแต่ง ชุดแต่งงาน ช่างแต่งหน้า ราคา 15,000 บาท, ค่าหาร 30,000 บาท, ค่าเครื่องดื่ม 25,000 บาท, ค่าเช่าเต็นท์ เช่าของวัด 5,000 บาท, พิมพ์ซองแจก 100 ซอง ราคา 2,500 บาท, ที่ดินจำนอง 35,000 บาท และยืมเงินญาติมาอีก 7,000 บาท รวมจำนวนทั้งหมด 119,500 บาท


684109


ด้านนางสาวอุมาพร อายุ 56 ปี แม่เจ้าบ่าว เล่าว่า ก่อนหน้านี้ นางสาวปุ้ยคบหากับลูกชายของตน มาหาลูกชายของตนสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แต่ไม่ได้ค้างคืน ฝ่ายหญิงขู่จะเอาเรื่องทางกฎหมายทางเพศ ตนก็กลัวว่าลูกชายจะติดคุก จึงขอเจรจาเพื่อไม่ให้มีการดำเนินการ ซึ่งฝ่ายหญิงเรียกค่าเสียหาย 100,000 บาท แลกกับการไม่ดำเนินคดี แต่ตนก็บอกไปแล้ว ว่าครอบครัวของตนไม่ได้มีเงิน ฝ่ายหญิงจึงเสนอว่าให้มีการแต่งงานกัน โดนให้ไปเจอกันที่ สภ.พระทองคำ เพื่อเซ็นหนังสือว่าจะรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ตนเองก็ยอมรับว่ากลัวลูกติดคุก แล้วก็ไม่รู้หนังสือ ก็ไม่รู้ว่าเขียนอะไรไปในกระดาษบ้าง ได้แต่ไปเซ็นอย่างเดียว


จากนั้นฝ่ายหญิงก็บอกกับตนว่าจะต้องให้สินสอดกับฝ่ายหญิงเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ตนก็ยืนยันว่าตนไม่มีเงินหามาให้จริง ๆ แต่ฝ่ายหญิงบอกว่าต้องไปหามาให้ได้ ถ้าไม่มีเงินก็ไม่ต้องมา ทั้งนี้ ตนมองว่าเด็ก 2 คนรักกัน ทำไมไม่ให้อยู่ด้วยกัน แล้วก็ค่อยทำงาน หาเงินแต่งงานกัน ซึ่งที่ผ่านมาก่อนถึงวันงาน ฝ่ายหญิงไม่ปรึกษาตนเลยว่าจะใช้จ่ายอะไรบ้าง ตนก็มารู้วันที่ 16 ม.ค.64 ว่าฝ่ายหญิงโทรบอกเรื่องการจัดงาน ตนจึงตัดสินใจไม่ไปร่วมงาน ซึ่งหากศาลจะพิจารณาให้ลูกชายของตนติดคุก ก็คงต้องเป็นไปตามนั้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่