close sticky

ขู่ไม่เผา! เหยื่อถูกตำรวจยิงหน้าโรงพัก พ่อฉุนกล้องดับตอนฆ่า จี้ข้อหาฆ่าไตร่ตรอง (คลิป)

0
2 ม.ค. 64

จากกรณีเมื่อวันที่ 1 ม.ค.64 เวลา 00.05 น. บริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลดุสิตมีเหตุ ส.ต.อ.ธีรยุทธ จันทร์คง ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ดุสิต ใช้อาวุธปืนยิงนายปิยะพงษ์ รุ่งวิทยากุล เจ้าหน้าที่องค์การเภสัชกรรม เสียชีวิต หลังจากมีเหตุทะเลาะวิวาทช่วงเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่


789612


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจเมายิงหนุ่มดับหน้า สน. พยานเผยไหว้ขอชีวิตก่อนตาย เพื่อนโต้ถูกรุมตีทำฟิวส์ขาด


815361


ล่าสุด วันที่ 2 ม.ค. 64 ทีมข่าวเดินทางมาที่ สน.ดุสิต ที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่ของโรงพัก หลังจากผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวชั่วคราววงเงิน 500,000 บาท


666619


ที่วัดจันทร์สโมสร แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนายปิยะพงษ์ รุ่งวิทยากุล เจ้าหน้าที่องค์การเภสัชกรรม


649389959177


นายสมชาย รุ่งวิทยาพล อายุ 64 ปี พ่อของผู้ตาย เปิดเผยว่า ก่อนที่จะเกิดเหตุ ผู้ตายเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วก็เดินผ่านตน ก่อนจะออกจากบ้านไป แต่ไม่ได้คุยอะไรกัน กระทั่งเสียงจุดพลุในวันปีใหม่ดังขึ้นสักพัก ก็มีคนโทรมาแจ้งว่าลูกชายถูกยิง ตนจึงรีบเข้าไปดู และพบว่าลูกนอนเสียชีวิตอยู่หน้าศาลมีผ้าข่าวคลุมร่าง


380036


ตนรักลูกชายมาก เพราะเป็นคนนิสัยดี มักจะช่วยเหลือครอบครัวตลอด มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน และไม่เคยมีเรื่องกับใคร จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเชื่อว่าคงจะถึงคราวเคราะห์ของลูกชายด้วย เพราะแม่โทรมาตามาให้ไป และตนก็อยากจะให้ไปหาแม่ แต่ลูกชายอยากจะไปสังสรรค์กับเพื่อนมากกว่า


เมื่อตนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือตำรวจ ตนรู้สึกเสียใจมาก และอยากจะยิงมันให้ตาย หรือไม่ก็ให้เขายิงตนแทน เพราะเป็นถึงตำรวจ มียศ มีตำแหน่ง น่าจะมีสติกว่านี้ ประชาชนพกปืนไม่ได้ แต่ตัวเองพกปืนได้ ตนมองว่าไม่ยุติธรรม เพราะลูกชายของตนไม่มีอาวุธติดตัว และตั้งใจจะไปเลี้ยงฉลองเท่านั้น


147411


ส่วนที่เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากล้องวงจรปิดจับภาพไม่ได้เพราะปลั๊กหลุด ตนมองว่าส่วนใหญ่แล้วกรณีที่เกิดกับตำรวจ ตำรวจมักจะช่วยเหลือกัน ส่วนประชาชนมีสิทธิที่จะได้รับความช่วยน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะให้ทำแผนประกอบรับสารภาพ และตนมองว่าผู้ก่อเหตุไม่สมควรที่จะให้ประกันตัว จึงอยากจะขอความเป็นธรรม ขอให้คดีความของลูกชายได้รับการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา


119596


นายทรงเกียรติ รุ่งวิทยาพล อายุ 25 ปี น้องชายของผู้ตาย เปิดเผยว่า ทันทีที่ตนทราบเรื่องรู้สึกช็อกมาก เพราะพี่ชายของตนไม่เคยมีปัญหากับใคร อีกทั้งครอบครัวยังไม่ได้เห็นสำนวนคดี เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนตัวยังไม่มีโอกาสได้เห็นผู้ก่อเหตุ แต่หลังเกิดเหตุ ตนได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ก่อเหตุดังรอดออกมาจากห้องขัง เหมือนไม่สำนึกผิด ส่วนเรื่องการเข้ามาขอขมาศพ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ แต่ส่วนตัวยังไม่พร้อมที่จะอโหสิกรรม ไม่พร้อมที่จะให้อภัย


ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าไม่ได้ยิงเพื่อการป้องกันตัว เพราะยิงกราดถึง 9 นัด และไม่สนใจว่าจะโดนใครบ้าง แต่กระสุนพลาดถูกพี่ชายของตนผู้ก่อเหตุชกกับพี่ชายของตน แต่สู้ไม่ได้เพราะเมา ก่อนจะหายตัวไป และกลับมาพร้อมอาวุธปืน ตนจึงเชื่อว่าเป็นการไตร่ตรองที่จะยิง ตนอยากจะให้ผู้ก่อเหตุได้รับบทลงโทษถึงขั้นสูงสุด


143790


นางน้อย (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุช่วง 22.00 น. ส.ต.อ.ธีรยุทธ ยังเดินมาทักทายตน จากนั้นก็เดินจากไป ตนเองเห็น ส.ต.อ.ธีรยุทธ ตั้งแต่ช่วง 16.00 น. เป็นช่วงหลังออกเวร เห็นเดินไปเดินมาไม่ได้นั่งกินสังสรรค์เป็นหลักแหล่ง เท่าที่ตนรู้จัก ส.ต.อ.ธีรยุทธ เป็นคนดี ไม่มีปัญหา ไม่ใช่คนโมโหง่าย ครั้งสุดท้ายที่คุยก็แค่ทักทายกันช่วง 22.00 น. จากนั้นตนเองปิดบ้านเข้านอน ได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด เงียบไป 5-10 นาที ก่อนมีเสียงปืนยิงรัว 4-5 นัด และมีเสียงคนร้องโวยวายขอความช่วยเหลือ


757942


จากนั้น ตนเองออกจากห้องพักมาพบว่าคนตายเสียชีวิตแล้ว ส่วน ส.ต.อ.ธีรยุทธ ก็อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่ได้หนีไปไหน ตนไม่ทราบเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น อีกอย่างคนในวงเหล้าของผู้ตายก็ไม่เคยเห็นมีปัญหากับคนก่อเหตุ ส.ต.อ.ธีรยุทธ ก็อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานหลายปี อาศัยอยู่เพียงลำพัง ไม่เคยเห็นมีปัญหากับใคร ยอมรับว่าตกใจหลังรู้ว่า ส.ต.อ.ธีรยุทธ ไปก่อเหตุ เพราะเป็นคนใกล้ตัว


377853


นายปราโมทย์ สิทธิบุ่น ลุงของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองไม่พอใจกับการได้ประกันตัวของผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก ส่วนตัวครอบครัวไม่ทราบอะไรมาก่อนทั้งนั้น ตนเองมานั่งรอพร้อมญาติตั้งแต่09.00 น. เพราะตำรวจแจ้งว่าจะมีการติดต่อญาติมา แต่ก็ยังไม่มีการติดต่อใด ๆ พวกตนก็ได้แต่รอ รอจนรู้ว่าส่งศาลแล้ว รอจนไม่มีการทำแผนฯ รอจนคนก่อเหตุได้ประกันตัว ซึ่งตนอยากให้ดำเนินคดีถึงที่สุด ต้องให้ออกจากราชการ เพราะหากปล่อยออกมาอาจกลับมายิงพวกตนอีกเมื่อไรก็ไม่รู้


ทั้งนี้ ตนเองไปที่โรงพักมาหลังจากที่ทราบว่าตำรวจผู้ก่อเหตุได้ประกันตัว เจ้าหน้าที่เวรขณะนั้นก็ไม่ทราบเรื่อง ระบุว่าร้อยเวรเจ้าของคดีออกจากเวรไปแล้ว จะกลับมาโรงพักอีกครั้งวันจันทร์ที่ 4 ม.ค. 64 ซึ่งหลานตนคงเผาไปแล้ว ตอนนี้ตนจะปรึกษาในครอบครัวว่าหากคดียังไม่ชัดเจน ตนเองไม่อยากเผาหลาน ตนอยากให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจให้ความเป็นธรรมกับหลานตน เพราะตนเป็นครอบครัวคนจน ไม่ได้มีปัญญาไปต่อสู้กั เมื่อคนร้ายได้ประกันตัว ตนก็ไม่รู้ว่าจะถูกยิงอีกวันไหน กลัวมากที่สุดคือหลานตนเองตายฟรี หากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่ต่างจากการยิงหมาตาย เพราะตอนนี้ตำรวจทำเอง เขียนเอง สำนวนครอบครัวก็ยังไม่เห็น ส่งข้อหาอะไรตนเองก็ไม่ทราบ



ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่