หนุ่มแจ้งจับ คนปลอมบัตรประชาชนเปิดซิมทรู - กูรูแนะขีดคร่อมสำเนาบัตรให้ชัด (คลิป)

2
20 เม.ย. 61
วันนี้ (19 เม.ย.) นายพีระพัฒน์ สุขกวี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากบริษัท ซีพีออล เดินเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ห้วยขวาง หลังจากเมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา นายพีระพัฒน์ได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลพบว่า ถูกนำบัตรประชาชนไปซื้อและเปิดเบอร์โทรศัพท์ของค่ายมือถือ ที่กำลังเป็นข่าวว่าถูกแฮกข้อมูลบัตรประชาชนเป็นจำนวนมาก ที่มีการเผยแพร่ข่าวไปก่อนหน้านี้ โดยตนไปโพสต์ข้อมูลดังกล่าวในเว็บไซต์ pantip ในวันเดียวกันก่อนที่เจ้าหน้าที่ของค่ายมือถือดังกล่าวจะติดต่อมาและพาเข้าแจ้งความดำเนินคดี

นาย พีรพัฒน์ สุขกวี ผู้เสียหาย


โดยนายพีรพัฒน์ สุขกวี ผู้เสียหาย ให้สัมภาษณ์กับอมรินทร์ ทีวี ภายหลังการสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยเปิดเผยรายละเอียดเพียงเล็กน้อย เนื่องจากระบุว่าเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน โดยให้ข้อมูลว่าในวันนี้เข้ามาแจ้งความ หลังพบว่ามีการปลอมบัตรประชาชนของตน และนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์จำนวน 2 เบอร์

โดยตนทราบเรื่อง จากการใช้แอปพลิเคชั่นที่แสดงรายละเอียดเบอร์โทรศัพท์มือถือ จึงพบว่า ตนมีเลขหมายเพิ่มขึ้นมาจากที่ตนใช้อยู่ ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์นี้ อีกทั้งบัตรประชาชนของตนไม่เคยหาย จึงคิดว่าถูกปลอมบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์ดังกล่าว

นายพีรพัฒน์ พูดคุย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่าบัตรประชาชนที่ถูกนำไปใช้ปลอมแปลงนั้น เป็นในรูปแบบการปลอมแบบบัตรฯ แข็งเหมือนจริง หรือเป็นการปลอมทำสำเนาบัตรฯ ซึ่งนายพีรพัฒน์ ปฎิเสธที่จะให้ข้อมูลในส่วนนี้

เจ้าหน้าที่ของ บริษัทซีพีออลล์ ที่พา นายพีรพัฒน์ เข้าแจ้งความปฎิเสธที่จะให้รายละเอียดใดๆ กับผู้สื่อข่าว


ส่วนเจ้าหน้าที่ของ บริษัทซีพีออลล์ ที่พานายพีรพัฒน์เข้าแจ้งความไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ กับผู้สื่อข่าว กล่าวเพียงว่ายังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และขอให้ตำรวจทำงานเพื่อตามตัวบุคคลที่แอบอ้างมาดำเนินคดี พร้อมยืนยันว่า จะมีการดูแลผู้เสียหายอย่างเต็มที่

นายพีรพัฒน์ ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง


ด้านพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เสียหายอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด และจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตามที่บริษัทเจ้าของค่ายมือถือแนบมาด้วย ซึ่งพบว่าผู้ที่นำบัตรประชาชนใบดังกล่าวมาใช้ เป็นหญิงสูงอายุรายหนึ่ง โดยยังอยู่ระหว่างการหาข้อมูลเพื่อเรียกตัวมาสอบสวน ก่อนดำเนินคดีต่อไป

นรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล ที่ปรึกษาอิสระด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์


ด้านอาจารย์นรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล ที่ปรึกษาอิสระด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยว่า หากข้อมูลบัตรประชาชนของลูกค้าหลุดไปเช่นนี้ ก็อาจจะถูกนำข้อมูลไปปลอมในการเปิดบัญชีธนาคาร เอาไปทำธุรกรรมที่ต้องใช้บัตรประชาชน รวมถึงนำไปเปิดบริการหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ ซึ่งหลายครั้งที่เจ้าของบัตรอาจยังไม่รู้ตัวเลยว่าถูกนำข้อมูลไปใช้ จนเป็นหนี้สิน ซึ่งกรณีแบบนี้เป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต

อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์ ยังระบุว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ทุกคนต้องให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเวลานำเอกสารไปใช้ อีกทั้งหากพูดถึงเทคนิคของมิจฉาชีพที่อาจนำไปใช้ คือตัดต่อรูปภาพในหน้าบัตรประชาชน เพื่อให้ตรงกับหน้าของคนเอาไปใช้ ซึ่งก็ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งก็เคยเกิดขึ้น

ส่วนเมื่อถามว่าเหตุการณ์เช่นนี้ เมื่อเอกสารหลุดไปแล้ว จะป้องกันอย่างไร อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์ ระบุว่า ผู้เป็นลูกค้าไม่สามารถป้องกันอะไรได้ สิ่งที่ควรทำคือลงลายมือชื่อบนเอกสารระบุให้ชัดเจนว่าใช้ทำอะไร เพื่อป้องกันในการตัดต่อของมิจฉาชีพอีกขั้นหนึ่ง

นรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล พูดคุยกับผู้สื่อข่าว


นอกจากนี้ อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์ ยังตั้งข้อสงสัยไว้ให้กับหน่วยงานราชการที่มีอำนาจดูแลเรื่องบัตรประชาชนว่า กรณีเช่นนี้คล้ายกับการทำบัตรประชาชนหาย ซึ่งเมื่อไปทำบัตรใหม่ ก็เพียงได้บัตรอันใหม่ แต่ข้อมูลบนบัตรก็เหมือนเดิม โดยเฉพาะเลข 13 หลักบนบัตร ที่คนร้ายอาจนำไปใช้ได้ ซึ่งเปรียบเทียบกับบัตรเครดิต เมื่อลูกค้าทำบัตรหาย ก็สามารถแจ้งอายัติบัตร และทำใหม่ได้ โดยจะได้รับบัตรเครดิตใหม่ พร้อมกับเลขบัตรใหม่ ดังนั้นเลขบัตรประจำตัว ซึ่งสำคัญมาก เพราะทั้งชีวิตมีเพียงเลขชุดเดียว ไม่สามารถเปลี่ยนได้

ส่วนความผิดของบริษัทที่ทำข้อมูลหลุด ขณะนี้ในไทยยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายกฎหมาย ซึ่งส่วนตัวมองว่า จะเป็นการดีหากมีกฎหมายเช่นนี้ออกมา เนื่องจากจะทำให้ผู้ประกอบการเข้มงวดกับการรักษาข้อมูลของลูกค้ามากขึ้น ในกรณีทรูมูฟก็อาจเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่จะกระตุ้นให้กฎหมายนี้ ได้ออกมาบังคับใช้เร็วมากขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่