ป้าพิการชาร์จแบตรถ 3 ล้อไฟฟ้าลัดวงจร เพลิงไหม้บ้านวอด แม่ชีช่วยดับถูกไฟลวกหน้า

ป้าพิการชาร์จแบตรถ 3 ล้อไฟฟ้าลัดวงจร เพลิงไหม้บ้านวอด แม่ชีช่วยดับถูกไฟลวกหน้า

0
18 พ.ย. 63

เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยวัดอโศการาม กลางเมืองสมุทรปราการ โชคดี 2 หนุ่มกัมพูชา ทุบหน้าต่างเข้าไปช่วยป้าพิการเจ้าของบ้านออกมาได้ทัน ขณะที่แม่ชีช่วยดับไฟถูกไฟลวกใบหน้าบาดเจ็บ


เมื่อกลางดึกวันที่ 17 พ.ย. 63 ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในวัดอโศการาม หมู่ 2 ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาล ต.บางปูจำนวน 3 คัน และมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ รุดไปสกัดเพลิง


ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านพักชั้นเดียว อยู่ในซอย 8 วัดอโศการาม เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดนานกว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบ พบว่าไฟได้เผาผลาญบ้านหลังดังกล่าวจนวอดหมดทั้งหลัง และพบนางดุษฎี ผาแดง วัย 57 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ถูกไฟลวกที่กลางแผนหลังลงมาจนถึงขาทั้งสองข้าง และพบผู้บาดเจ็บถูกไฟลวกอีก 1 รายเป็นแม่ชี ชื่อ แม่ชี ธิตฐากรอง ทรัพย์แก้ว อายุ 61 ปี ถูกไฟลวกที่บริเวณใบหน้าและแขน เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ


สอบถามนางดุษฎี ผู้ได้รับบาดเจ็บ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้ชาร์จรถ 3 ล้อไฟฟ้า ไว้ที่ข้างบ้าน ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น จึงรีบเปิดประตูออกมาดูพบไฟกำลังลุกไหม้รถสามล้อไฟฟ้า ก่อนที่เปลวไฟจะลามติดตัวบ้าน ลุกไหม้ลามไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงตะโกนขอความช่วยเหลือ มีพระสงฆ์ที่วำวัดอยู่ที่กุฏิใกล้เคียง มาช่วยกันฉีดน้ำ และใช้สารเคมีมาฉีดพ่นสกัดเพลิง แต่เพลิงโหมไหม้อย่างรวดเร็ว จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่


ด้านนายรัน อายุ 40 ปี และนายกานต์ อายุ 31 ปีสองหนุ่มชาวกัมพูชา ซึ่งเข้าไปช่วยนางดุษฎี เล่าว่า ขณะกำลังทำงานอยู่อีกซอยหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก เห็นคนวิ่งตะโกนขอความช่วยเหลือ พอออกมาดูพบไฟกำลังลุกไหม้บ้านหลังดังกล่าวอยู่ ตนจำได้ว่าคนที่พักอยู่บ้านหลังดังกล่าวเป็นคนพิการเดินไม่ได้ จึงรีบวิ่งไปทุบหน้าต่างเข้าไปช่วยเหลือนำคนเจ็บออกมา โดยมีแม่ชีคอยช่วยฉีดน้ำใส่ตัวของพวกตน


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ น่าจะเกิดจากเครื่องชาร์จไฟรถ 3 ล้อไฟฟ้าชำรุด จนเกิดการลัดวงจร และไฟไหม้ดังกล่าว ซึ่งจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่