"โจอี้ บาซู" ตกอับ รปภ.แฉ ยืมเงินยังไม่จ่าย แต่เพื่อนขับรถหรูดอดหาทุกคืน (คลิป)

4
24 มี.ค. 61
จากกรณีที่ นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต หรือ "โจอี้ บาซู" ถูกตำรวจสน.โชคชัย บุกจับกุมคาห้องพักในข้อหาเสพยาไอซ์ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ภายในซอยนาคนิวาส 37 กรุงเทพมหานคร ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต หรือ "โจอี้ บาซู"


ล่าสุด วันนี้ (24 มี.ค.) นายกวินพนธ์ พาณิชย์พงส์ หรือ "กำปั้น" หนึ่งในสมาชิกวงบาซู เปิดเผยว่า 1 ในสมาชิกวงบาซู เปิดเผยว่า ตนทราบข่าวจากสื่อว่า "พี่โจอี้" ถูกจับกุมตัว เมื่อได้ยินข่าวเช่นนั้นรู้สึกช็อก ทำตัวไม่ถูก ยอมรับว่ายังไม่ได้ได้มีการพูดคุยกับคุณเดบาร่าห์ ซี ชื่อเล่น "เด็บบี้" เพื่อนสมาชิกวงบาซูที่ขณะนี้อยู่ที่ประเทศอเมริกา คาดว่าคงได้คุยกันอีกไม่นาน

หลังจากนี้ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ว่าจะส่งไปบำบัดหรือนำไปไว้ที่ไหนแต่ใจจริงพอทราบข่าวอยากไปเยี่ยมตั้งแต่ขณะนี้เลย ตนได้เจอกับ "พี่โจอี้" เมื่อช่วงงานศพของภรรยาโจอี้ เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ตนก็โทรศัพท์คุยกับ "พี่โจอี้"  2 เดือนครั้ง ช่วงหลังไม่ได้มีงานบาซู ทำให้ไม่ค่อยได้เจอกัน แต่คุยกันบ้างเรื่องงานออกซิงเกิ้ลร่วมกันหรือไม่ แต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา "พี่โจอี้" เงียบหายไป ประกอบกับออกจากไลน์กลุ่มของบาซู แต่ตนไม่ได้คิดอะไร

จนกระทั่งมาเห็นข่าวรู้สึกแปลกใจ ที่ผ่านมา ตนไม่เคยคุยเรื่องรายละเอียดของงาน "พี่โจอี้" ว่าทำอะไรบ้าง พอมารู้ว่ายุ่งเกี่ยวยาเสพติดคือช็อกมาก เพราะแม้แต่บุหรี่ตนยังไม่เคยเห็น "พี่โจอี้" สูบ จึงสงสัยว่าไปยุ่งเกี่ยวได้อย่างไร
หรือว่า "อาจจะเครียดหลังแฟนเสียชีวิตเลยทำให้เป๋ไป" จากสดใสร่าเริง เล่นมุก กลับกลายเป็นคนเงียบ จากเคยส่งรูปมาในไลน์ หายไปเช่นกัน

นายกวินพนธ์ พาณิชย์พงส์ หรือ "กำปั้น"


ส่วนคำถามกรณี "พี่โจอี้" อยู่กับครอบครัวหรือไม่นั้น นายกวินพนธ์ ระบุว่า ด้วยวัยที่ห่างกันการใช้ชีวิตทำให้ไม่สนิทกัน แต่ตอนที่ทำวงบาซูที่สนิทเพราะได้ทำงานร่วมกัน ปีหนึ่งตนเจอ 2-3 ครั้งเวลามีงานของวงบาซู แต่ตนไม่ทราบว่าชีวิต "พี่โจอี้" อยู่กับใคร แต่ตนมาทราบข่าวอีกทีคือ ตอนแฟนของ"พี่โจอี้" เสียชีวิต ขณะนั้นรู้สึกสงสัยว่าทำไมแฟนเสียกระทันหัน พร้อมยอมรับว่า เมื่อดูข่าวก็พบว่า "พี่โจอี้" โทรมไปเยอะและไม่เคยเห็นในสภาพที่ผมหงอก เนื่องจาก ตนเคยเห็นแต่ภาพ "พี่โจอี้" มีผมเปียแบบ "พี่โจอี้"

สำหรับกรณีที่ "พี่โจอี้" บอกสื่อว่า เป็นสายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วคล้ายกับโดนหักหลัง นายกวินพนธ์ บอกว่า เรื่องนี้เป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ เพราะเรื่องดังกล่าวตนไม่ทราบ แต่ขอไปเยี่ยม "พี่โจอี้" และสอบถามเสียก่อนถึงจะตอบคำถามจากสื่อได้

นายกวินพนธ์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าว


นอกจากนี้ นายกวินพนธ์ บอกว่า ตนทราบเพียงว่าครอบครัว "พี่โจอี้"  มีลูกสาว 1 คน ตั้งแต่ออกอัลบั้มบาซู ชุดแรก ส่วนอีก 4 คนเป็นลูกบุญธรรมตนไม่ทราบ เพราะไม่เคยเห็นหน้าและไม่รู้จัก แต่ลูกสาวคนแรกตนเคยเจอหน้าตั้งแต่ตอนเด็ก โดยเคยเจอกับลูกสาว "พี่โจอี้" เพียง 3 ครั้ง

สำหรับเรื่องลูก "พี่โจอี้" ค่อนข้างปิดข่าวเรื่องลูกเช่นกัน เพราะไม่ค่อยได้พามาพบเจอใคร ทำให้ตนไม่ได้สนิทกับทาง "พี่โจอี้" และไม่ทราบว่าครอบครัวของพี่โจอี้ อาศัยอยู่ที่ใด เนื่องจาก เมื่อตอนดูข่าวก็สงสัยว่า "พี่โจอี้" ไปอยู่ที่แมนชั่นดังกล่าวได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม นายกวินพนธ์ ขอไปเยี่ยม "พี่โจอี้" ก่อน พร้อมกับให้กำลังใจ อยากเจอและเห็น "พี่โจอี้" มากกว่า ที่ผ่านมา "พี่โจอี้"  ทำสิ่งต่างๆไว้เยอะ ทำงานขยันและเต็มที่กับงาน และคนเรามีทั้งข้อดีข้อเสียผิดพลาดก็แก้ไข ในฐานะน้อง ให้กำลังใจ ซึ่ง "พี่โจอี้" ไม่ได้ค้ายาเสพติดหรือไปฆ่าใคร

สุดท้าย นายกวินพนธ์ ได้ฝากไปถึงแฟนคลับบาซูว่า "ขอส่งกำลังใจให้ "พี่โจอี้" อย่าเพิ่งซ้ำเติม ขอให้ดูไปก่อน เพราะ "พี่โจอี้" ได้ทิ้งท้ายไว้อย่างนั้น และก็ยังไม่ทราบความจริงคืออะไร"

นายสมัย ยอดบัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแมนชั่น


ต่อมา ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังที่พักของ นายศุรเฎฒฌ์ กรณ์งูเหลือมโชต หรือ "โจอี้" พบกับ นายสมัย ยอดบัว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของแมนชั่น เปิดเผยว่า ตนเพิ่งมาทำงานได้เพียงไม่กี่เดือน เมื่อเข้ามาพบว่า "โจอี้" ได้เข้ามาพักอาศัยที่แมนชั่นอยู่แล้ว จากการสังเกตจะพบว่า "โจอี้" ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ตอนกลางวันจะชอบอาศัยอยู่ภายในห้อง นานๆจะเดินออกมา แต่จะมีเพื่อนเดินทางมาหาทุกคืนทั้งเวลาหัวค่ำ กลางดึก และช่วงเช้ามืด เพื่อนที่พบส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายเสียมากกว่า

นายสมัย บอกว่า มีทั้งคนขับรถญี่ปุ่นไปถึงขับรถเบนซ์ แต่ตนทราบว่าเป็นเพื่อน "โจอี้" เพราะทุกคนจะมาขอให้เปิดประตูให้ แต่ไม่เห็นว่ามีดาราหรือศิลปินมาหา

นอกจากนี้ นายสมัย บอกว่า นี้ยังไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือตำรวจนอกเครื่องแบบมาหา จึงไม่ทราบว่า "โจอี้ " จะใช่สายตำรวจตามที่ให้ข่าวกับสื่อหรือไม่ ส่วนลูกสาวที่เป็นวัยรุ่น นายสมัย บอกว่า ช่วงก่อนมาบ่อยแต่ระยะเวลา 1 เดือนให้หลังมานี้ไม่พบลูกสาวของ "โจอี้"

นายสมัย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว


นายสมัย เล่าต่อว่า "โจอี้" มักจะชอบไหว้วาน ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยซื้อของรับประทานให้เป็นประจำ แต่มีบางครั้งที่มาขอยืมรถจักรยานยนต์ของตนไปซื้อของ เพราะ "โจอี้" ไม่มีรถส่วนตัว และมีครั้งหนึ่งที่ "โจอี้" มาขอเงินเพื่อนรปภ.ของตนไปเป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท และบอกว่าจะโอนคืนให้ แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้คืน

นอกจากนี้ เมื่อ 3 เดือนก่อน เพื่อนของ "โจอี้" ที่มาหาเป็นประจำ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมารอจับกุมอยู่หน้าตึก แต่ไปโรงพักเพียงชั่วครู่ก็กลับมาเอารถ คาดว่า น่าจะถูกตรวจฉี่ หลังจากนั้นมาตนไม่เคยเห็นหน้าเพื่อนที่ถูกจับกุมอีกเลย ในครั้งนั้น "โจอี้" อยู่ข้างบนห้อง ไม่ได้ถูกจับกุมด้วย

จนกระทั่งเมื่อวาน (23 มี.ค.) "โจอี้" ถูกตำรวจบุกจับกุมคาห้องพัก ตนก็รู้สึกตกใจเหมือนกันว่า "โจอี้" เสพไอซ์จริงหรือ เพราะเห็นกลุ่มคนที่มาหาขับรถดีๆทั้งนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวเด่นในหมวดหมู่