เมียเผยชนวนนายหน้าเชิดเงินขายที่ 7 แสนทำผัวรัวยิง 13 นัด พยานเผยเหยื่อล้มตามยิงซ้ำ (คลิป)

เมียเผยชนวนนายหน้าเชิดเงินขายที่ 7 แสนทำผัวรัวยิง 13 นัด พยานเผยเหยื่อล้มตามยิงซ้ำ (คลิป)

14
9 พ.ย. 63

จากกรณีวันที่ 8 พ.ย.63 เมื่อเวลา 17.40 น. ร.ต.อ.หญิง จิราภา แจ่มแสง ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 71 ซอยศาลาแต่งแง่ (ซอย 1 บ้านหม้อ) หมู่ 9 ต.ไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว เปิดเป็นร้านรับทำโครงหลังคาเหล็ก


782632


พบศพที่ลานหน้าบ้าน 1 ศพ ทราบชื่อคือ นายณัฐวัฒน์ ผ่องพรรณ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ม.12 ต.หนองจอก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าท้อง 4 แผล ขาซ้าย 4 แผล เอว 1 แผล มือขวา 1 แผล และที่บริเวณก้นซ้าย 6 แผล นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 13 ปลอก และหัวกระสุนปืนขนาดเดียวกัน 7 หัว ตกกระจัดกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ


646492


ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายเอกอนันต์ เกตุแก้ว อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน ยังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้โทรโข่งพูดเกลี้ยกล่อมให้ทิ้งอาวุธและเข้ามอบตัว โดยใช้เวลานานกว่า 20 นาที ผู้ก่อเหตุจึงยอมมอบตัวพร้อมอาวุธปืน ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และรับสารภาพ


165720


วันที่ 9 พ.ย. 63 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ สภ.เมืองเพชรบุรี โดย พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.เมือง เพชรบุรี ให้ข้อมูลว่า จากคำกล่าวอ้างของนายเอกอนันต์ เกตุแก้ว ผู้ก่อเหตุนั้น อ้างว่านายณัฐวัฒน์ ผ่องพรรณ์ ผู้ตายเป็นนายหน้าขายที่ดิน ได้นำที่ดินของเจ้าตัวไปขายฝากได้เป็นเงินหลักล้านบาท แต่ยังให้เงินไม่ครบ ติดค้างเงินอยู่ประมาณ 5-6 แสนบาท ซึ่งเมื่อวานในช่วงเกิดเหตุ ทางผู้ก่อเหตุได้เรียกผู้ตายมาพูดคุยในเรื่องนี้ แต่พูดคุยกันไม่เข้าใจ และทางผู้ตายได้พูดในลักษณะว่า "อยากได้ก็ไปฟ้องเอา" ทำให้ผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงผู้ตายจนเสียชีวิต เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา


ระหว่างที่ตำรวจคุมตัวเข้าห้องขัง ทีมข่าวได้สอบถามว่าถูกผู้ตายโกงเงินไปเยอะหรือไม่ ผู้ก่อเหตุตอบสั้น ๆ ว่า "เรื่องนี้ให้ไปถามเมียผม"


634574


ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปที่เกิดเหตุเป็นร้านทำโครงเหล็ก ภรรยาและแม่ของนายณัฐวัฒน์ ได้เข้าไปทำพิธีเชิญวิญญาณ โดยนิมนต์พระ 1 รูป ไปสวดเชิญ ช่วงเดินกลับแม่ของผู้ตายได้ร้องไห้โฮออกมาด้วยความเสียใจ และพูดว่า "กลับบ้านเถอะลูก"


นางนุจรีย์ ผ่องพรรณ ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนได้พูดคุยกับสามีครั้งสุดท้ายในเวลา 17.00 น. ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดเหตุ โดยได้พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ และก่อนจะวางสายสามีก็บอกว่า "แค่นี้ก่อน พี่อิ๋วโทรมา" ซึ่งพี่อิ๋วเป็นนายหน้าอีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์สามีก็ไม่ได้บอกว่าจะเดินทางไปที่ไหน กระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ตนก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าสามีของตนถูกยิงเสียชีวิตแล้ว


858144


สำหรับกรณีเรื่องโกงเงินจำนองที่ดินนั้นตนไม่รู้เรื่อง เนื่องจากสามีไม่เคยเล่าเรื่องธุรกิจให้ฟัง อีกทั้งเขาไม่ค่อยได้กลับเข้าบ้าน จะโทรมาพูดคุยบางช่วงเท่านั้น ซึ่งสามีของตนก็เสียชีวิตไปแล้ว ไม่สามารถมาพูดแก้ตัวในเรื่องที่ผู้ก่อเหตุกล่าวอ้างได้ และไม่รู้ว่ามูลเหตุจริงคืออะไร ตนทราบว่าในช่วงเกิดเหตุนั้น สามีและผู้ก่อเหตุก็พูดคุยกันปกติ ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าทางผู้ก่อเหตุจะพูดอะไรที่หยาบคายหรือไม่ จนทำให้สามีของตนต้องตอบกลับไปว่า "อยากได้ก็กลับไปฟ้องเอา" เพราะโดยปกติแล้วสามีเป็นคนพูดจาดี ไม่พูดแบบนี้


103444


ตนยอมรับว่ารู้สึกแคลงใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตอนแรกสามีก็ไม่ได้บอกว่าจะไปบ้านของผู้ก่อเหตุ จึงอยากรู้ว่าใครเป็นคนชักชวนสามี และอีกกรณีคือตนรู้สึกสงสัยว่าผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการณ์มาก่อนหรือไม่ เพราะยิงสามีจำนวนหลายนัดมาก


vย่างไรก็ตาม ตนทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะสามีเป็นเสาหลักของครอบครัว ในเมื่อสูญเสียเขาไปก็ทำให้ครอบครัวได้รับความลำบาก เพราะตนต้องเลี้ยงลูกสาว 9 ขวบ และลูกชาย 5 ขวบเพียงคนเดียว


803429


นางเสน่ห์ ผ่องพรรณ อายุ 63 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เดิมทีตนอาศัยอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเมื่อวานได้โทรคุยกับลูกชายในเวลา 09.00 น. เขาก็พูดคุยปกติดี ตนก็ไม่มีลางสังหรณ์ใด ๆ ยืนยันว่าลูกชายเป็นคนนิสัยดี พูดเพราะ ไม่เคยมีพิษภัยกับใคร ไม่ต่อว่าใคร ลูกชายเพิ่งทำอาชีพนายหน้าค้าที่ดินได้ประมาณ 1-2 ปีเท่านั้น ตนรู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้จะพูดอย่างไร รักเขามาก ๆ ต่อไปนี้ตนก็ต้องอยู่กับลูกคนอื่น ๆ ที่ยังมีชีวิตต่อไป


146418


นางกั้ง อายุ 40 ปี ภรรยาของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากการที่ผู้ตายโกงเงินค่าที่ดิน โดยผู้ตายเป็นนายหน้าขายที่ดิน ซึ่งตนมีที่ดินใน อ.บ้านลาด จำนวน 2 แปลง พื้นที่ 166 ตารางวา และอีกแปลงมีพื้นที่ 93 ตารางวา ทั้ง 2 แปลงเป็นที่ดินติดกัน ซึ่งตนต้องการขายที่ดินทั้ง 2 แปลงคู่กัน ในราคา 1.5-2 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาต่อเติมบ้าน และตั้งใจเอาไปปลดหนี้ของตัวเองประมาณ 1 ล้านบาท ในช่วงเดือน ก.ย. 63 ตนจึงได้ติดต่อนายณัฐวัฒน์มาเป็นนายหน้าที่ดินโดยที่ในการขาย ซึ่งนายณัฐวัฒน์ได้พาตนไปขายฝากที่ดินทั้ง 2 แปลงกับนายทุนที่ตนไม่รู้จัก และนายณัฐวัฒน์ก็เก็บสัญญาไว้โดยที่ตนไม่รู้ว่าตนเป็นหนี้สินกับใคร


703734


ซึ่งการขายฝากจะได้เงินเพียงครึ่งหนึ่งจากราคาเต็มที่ต้องการขาย จากที่ดิน 166 ตารางวา ตีเป็นเงิน 470,000 บาท ส่วนที่ดิน 93 ตารางวา ตีเป็นเงิน 500,000 บาท โดยตนต้องได้เงินมาประมาณ 970,000 บาท แต่นายณัฐวัฒน์ให้เงินตนมาเพียง 600,000 บาท โดยอ้างว่าส่วนต่างที่เหลือ 370,000 บาท นั้นจะนำไปเดินเรื่องหาคนมาซื้อที่ดิน


295658


กระทั่งกลางเดือน ก.ย. 63 ด้านนายณัฐวัฒน์ได้มาอ้างว่าลูกป่วย ขอยืมเงินเรื่อย ๆ หลายครั้งเป็นเงินกว่า 400,000 บาท ทำให้ตนเหลือเงินแค่ 200,000 บาทเท่านั้น แต่ตนเชื่อว่านายณัฐวัฒน์จะหาคนมาซื้อที่ดินได้เร็ว ๆ นี้ จึงตัดสินใจให้ยืมไป กระทั่งปลายเดือนตุ.ค. 63 นายณัฐวัฒน์ได้หลอกพาตนไปที่สำนักงานที่ดิน อ้างว่าหานายทุนซื้อที่ดินได้แล้ว พาตนไปนั่งรอที่สำนักงานที่ดิน โดยนายณัฐวัฒน์ทำท่าทีโทรหาใครสักคน อ้างว่าเป็นนายทุนที่จะมาซื้อที่ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครมา และไม่ได้ขายที่ดิน


cg1cg2


หลังจากนั้นนายณัฐวัฒน์ก็ขาดการติดต่อ เมื่อโทรไปทวงเงินก็ไม่รับสาย บล็อกเบอร์โทร บล็อกไลน์จนสามีตนทราบเรื่อง แต่ทางนายณัฐวัฒน์ก็รับปากจะหาเงินผ่อนให้ สุดท้ายก็ตอบกลับว่า "ถ้าอยากได้เงินคืนก็ไปฟ้องเอา" อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก เพราะตนเป็นโรคมะเร็งเต้านม รักษาตัวมา 1 ปี ส่วนสามีป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพฤกษ์มา 5 ปี ซีกซ้ายขยับไม่ได้ ขยับได้แต่ขวา เดินไม่สะดวก ซึ่งในส่วนนี้ทำให้ครอบครัวตนเครียดมาก มีค่าใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท จึงได้ตัดสินใจขายที่ดิน หวังจะเอาเงินมาใช้และจ่ายหนี้ที่มีอยู่แล้ว 1 ล้าน แต่สุดท้ายกลับได้เงินมาแค่ 200,000 บาท และต้องตกเป็นหนี้ก้อนใหม่อีก รวมหนี้เก่าเป็นหนี้กว่า 2 ล้านบาท


455006484007


นางกั้ง พูดทั้งน้ำตาว่า ตนไม่เข้าใจว่าทำไมนายณัฐวัฒน์ต้องมาหลอกกัน ทั้งที่ตนก็ดีกับเขามาตลอด ถ้าเขาจะเอาเงินค่านายหน้าที่หักจากการขายที่ดิน 3% ตนก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่เขากลับมาเอาเงินส่วนของตนไปหมด


705515


นางอิ๋ว อายุ 54 ปี นายหน้าที่ดินที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตนรับงานเป็นนายหน้าที่ดิน ทำงานคู่กับนายณัฐวัฒน์ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนายณัฐวัฒน์แอบไปติดต่อกับนางกั้งเพียงคนเดียว โดยนายณัฐวัฒน์ไปบอกกับนางกั้งว่าห้ามนำเรื่องราวไปบอกตน เพราะตนเป็นพวกหลอกลวง ซึ่งทางนางกั้งก็เชื่อ และไม่ได้นำเรื่องมาบอกตน ซึ่งตอนที่ทราบเรื่องตนคิดว่านายณัฐวัฒน์แค่ไม่อยากจะแบ่งเงินเปอร์เซ็นต์ค่าที่ดิน ไม่คิดว่าจะมานำที่ดินของนายเอกอนันต์ไปทำอย่างนี้ เพราะตนก็เคยเตือนนายณัฐวัฒน์แล้วว่าให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เพราะครอบครัวของผู้ก่อเหตุนั้นป่วยผัวเป็นอัมพฤกษ์ เมียเป็นมะเร็งเต้านม


กระทั่งเมื่อ 2 วันก่อนเกิดเหตุ นายเอกอนันต์ ผู้ก่อเหตุได้โทรมาหาตนและเล่าเรื่องราวทั้งหมดว่าถูกนายณัฐวัฒน์นำที่ดินไปขายฝากในราคาเกือบล้าน แต่ครอบครัวกลับได้มาแค่ 2 แสนบาทเท่านั้น กระทั่งเมื่อวานนี้ ตอนเช้าตนได้ติดต่อไปหานายณัฐวัฒน์ว่าจะช่วยหาทางออกโดยการนำที่ดินไปขายให้ ได้แต่นายณัฐวัฒน์ก็ไม่มา กระทั่งเวลา 16.00 น. นายณัฐวัฒน์ได้โทรมาชวนตนเข้าไปหานายเอกอนันต์ที่บ้านบอกกับตนว่า "จะเข้าไปคุยกับพี่เอกให้จบวันนี้" ซึ่งตนก็คิดว่าเขาพูดเหมือนเป็นลาง ซึ่งในขณะเข้าไปในบ้านของนายเอกอนันต์ นายเอกอนันต์นั่งอยู่ที่เก้าอี้โดยมีหมอน 1 ใบตั้งอยู่ใกล้ ๆ ตนไปนั่งเก้าอี้ชิงช้านายเอกอนันต์ ส่วนนายณัฐวัฒน์นั่งที่พื้นเยื้องกับนายเอกอนันต์


จากนั้น นายเอกอนันต์ก็พูดขึ้นว่า "ไอ้นิค มึงโกงกูใช่ไหม" หลังจากนั้นนายเอกอนันต์ก็ใช้มือขวาล้วงไปหยิบปืนใต้หมอนและหันมารัวยิงนายณัฐวัฒน์ 13 นัดจนเสียชีวิตคาที่


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่