เปิดใจ “เอก เชิญยิ้ม” โต้ถูกแฉหักหัวคิว “บอย วาไรตี้” ยันแค่ลางานถูกกระทืบยับ (คลิป)

เปิดใจ “เอก เชิญยิ้ม” โต้ถูกแฉหักหัวคิว “บอย วาไรตี้” ยันแค่ลางานถูกกระทืบยับ (คลิป)

0
7 ต.ค. 63

จากกรณี "บอยวาไรตี้" ไลฟ์เฟซบุ๊ก พร้อมโพสต์ภาพหลังถูกทำร้าย และบรรยายข้อความว่า "ช่วยผมแชร์ไห้ผมได้รับความช่วยเหลือจากสื่อซะทีเถิดครับ ผมลำบากเป็นเครื่องมือของคนพวกนี้มาทั้งชีวิตแล้ว ผมนั่งอยู่ข้างถนนถ้ามืดแล้วผมคงต้องนอนข้างถนน แบตผมก่อเหลือน้อยลง ผมถูกไอ้เอกเชิญยิ้มบังคับให้ไปเปิดหมวกเลี้ยงมัน พอผมได้เงินมาน้อย เลยถูกมันกระทืบ ตอนนี้ไม่มีเงินติดตัวสักบาท ไม่รู้จะไปไหน"


750261


ล่าสุดวันที่ 7 ต.ค.63 นายบอย วาไรตี้ อายุ 31 ปี ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เหตุเริ่มจากตั้งแต่ตนเองเกิดมาจำความได้ก็อยู่ในครอบครัวของขอทาน ใช้ชีวิตอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยที่ตนเองไม่รู้ว่าตนเองเป็นใคร ชื่ออะไร มาจากไหน จนอายุ 11 ปี ตนเองก็ได้มีโอกาสได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาหางานทำไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีบัตรประชาชน และไม่รู้จักใคร


697697


จากนั้น ตนมีโอกาสได้เข้าไปรับจ้างนั่งปรบมือในรายการโทรทัศน์ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนเองได้พบกับกลุ่มศิลปินตลกหลายท่าน จนอายุ 13-14 ปี พี่โหน่ง แก๊งสามช่า ก็ได้ชวนให้ตนเองเข้ามาลองเล่นตลก อยู่ในยุคที่มีคาเฟ่ตลก แต่เมื่อคาเฟ่ปิดตัวลง ตนเองจึงต้องหางานอย่างอื่นทำเพื่อเอาชีวิตรอด


810067


โดยการทำอาชีพก่อสร้าง ร้องเพลง เล่นตลก อยู่แถวประชาราษฎร์สาย 1 บางซื่อ จนเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายเอก เชิญยิ้ม ได้มาเจอกับตนเองที่กำลังทำงานก่อสร้างอยู่ และได้พูดกับตนเองว่า "มึงจะเป็นก่อสร้างแบบนี้ตลอดไปหรือไง มึงอยากเป็นศิลปินไม่ใช่หรอ" ตนเองเลยขอให้นายเอกช่วยฉุดตนเองขึ้นไปจากจุดนี้ เนื่องจากตนเองไม่มีบัตรประชาชนที่สามารถไปสมัครทำงานได้ จึงต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบาก นายเอกก็ชวนตนเองไปเปิดหมวกตามสถานที่ต่าง ๆ และให้ไปเช่าบ้านอยู่แถวเคหะคลอง 9 ใกล้บ้านของนายเอก เชิญยิ้ม


696790


โดยลักษณะการเปิดหมวก นายเอกจะพาตนเองไปตามตลาดต่าง ๆ เขียนกระดาษวางไว้ว่า "ผมไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสัญชาติ" เพื่อให้คนที่เห็นเกิดความสงสาร และอาจจะมีใครพอช่วยตนเองได้บ้าง แต่ละครั้งได้เงินมา 1,200-1,300 บาท นายเอกก็จะหักเงินไปเป็นค่ารถ ค่าตัวเขา ทั้งที่ไม่ทำอะไรเลย เหลือเงินไว้ให้ตนเองใช้จำนวน 300 บาทต่อวัน


482436


กระทั่งล่าสุด วันที่ 4 ต.ค.63 นายเอกให้ตนเองตื่นเวลา 03.00-04.00 น. เพื่อไปเปิดหมวกตามตลาดเช้าจนถึงเวลา 12.00 น.
จากนั้นช่วง 16.00 น. ก็จะให้ไปหาเปิดหมวกตามตลาดเย็นจนถึงเวลา 21.00 น. ก็ได้เงินมา 300 บาท รุ่งเช้าวันที่ 5 ต.ค. 63 ตนเองรู้สึกเหนื่อย บอกว่า "พี่ผมขอพักก่อนสักวันนะ ผมต้องซักเสื้อผ้า ไม่มีใส่ไปทำงานแล้ว" แต่นายเอกกลับไม่พอใจ หาว่าตนเองมีปัญหา ต่อยปาก 1 ครั้ง เตะหน้า 1 ครั้ง และกระทืบตนเอง กระติกน้ำฟาดแขน จิกหัวไปท้ายรถ ตนเห็นมีดดาบจึงรีบวิ่งหนีมาจนถึงร้านค้าปากซอยเคหะคลอง 9 ก่อนตนเองจะตัดสินใจไลฟ์เฟซบุ๊กและโพสต์รูปภาพเนื่องจากทนไม่ไหวแล้ว


หลังจากที่ตนเองโพสต์ นายเอกเดินทางไปแจ้งความและถ่ายรูป ส่งข้อความมาข่มขู่ตนเองหาว่าตนเองหมิ่นประมาท ทั้งที่ตนเองเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ อีกทั้งตอนนี้ตนเองอยากวอนขอ บอล เชิญยิ้ม ให้ช่วยให้โอกาสตนเองกลับไปรวมทำงานด้วยอีกครั้ง ในฐานะคนยกของก็ได้


163763204074399066537241909482957668


ด้านเอก เชิญยิ้ม ผู้ถูกกล่าวหา ยืดอกยอมรับว่าทำร้ายร่างกายนายบอยจริง ซึ่งตนได้โทรศัพท์ไปขอโทษเขาแล้ว ไม่ได้โกรธกันแล้ว เขายังบอกว่า "ผมรักพี่ ผมรอพี่มาง้อ แต่พี่ไม่ง้อ ผมเลยต้องทำแบบนี้" ตนก็ยังบอกไปว่า "เราไม่ใช่ผัวเมียกันนะ ที่ทะเลาะกันแล้วต้องง้อ"


441821


ส่วนที่มีการเปิดหมวกหาเงินของนายบอย มาจากตัวบอยเองเป็นคนเสนอไอเดีย โดยบอกเหตุผลว่าเผื่อวันหนึ่งหน่วยงานใดมาเห็น จะได้ออกบัตรประชาชนให้กับตน เพราะตนได้ช่วยเขาสุดทางแล้ว ทั้งพาไปรัฐสภา พาไปหาทนายความ แต่ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าเคสนี้ยากมาก เนื่องจากเขาไม่ญาติ ไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีใครรู้จักเขาเลย


สำหรับเหตุการณ์ที่ทะเลาะกัน เกิดจากบอยแสดงอาการไม่พอใจใส่ตนบ่อยครั้ง ตนก็สอนเขามาตลอด ไม่ใช่ว่าลงมือทำร้ายเลย แต่เขาดื้อแล้ววันนั้นเขาก็แสดงอาการเยอะ ตนก็หมดความอดทน เกิดบันดาลโทสะทำร้ายร่างกายเขา ยอมรับว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ เพราะตนเป็นคนไม่ดื่ม อีกทั้งที่ตนไปแจ้งความเพราะห่วงความปลอดภัยครอบครัว ไม่ได้หวังจะข่มขู่


ส่วนเรื่องเงินที่ได้จากเปิดหมวก ถ้าเขาหาเงินได้มาจะแบ่งให้ตนครึ่งหนึ่ง เนื่องจากตนต้องเป็นคนขับรถพาเขาไปในที่ต่าง ๆ แล้วก็ยังเป็นคนหาสถานที่ รวมถึงช่วยเตรียมของ เก็บของ และดูแลเขาด้วยในฐานะโปรดิวเซอร์ ซึ่งเขาเองก็ยินดีที่ให้ส่วนแบ่ง เพราะตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว และเพิ่งจะทำงานได้เพียงแค่ 5 วันเท่านั้น และยืนยันว่าตนไม่ได้บังคับให้ทำงาน เพราะตนไม่ใช่มาเฟีย


401779


นอกจากนี้ เอก เชิญยิ้ม ต่อสายตรงโทรหาบอย เปิดสปีกเกอร์โฟนให้ทีมข่าวเป็นพยาน โดยนายบอยมีน้ำเสียงอ่อนโยน และยังไม่ได้ลบโพสต์ที่ต่อว่าเอก เชิญยิ้ม เนื่องจากมีผู้ใหญ่สั่งมา พร้อมยืนยันว่าจะจบเรื่องนี้ให้สวยที่สุด ไม่ให้เอก เชิญยิ้มได้รับผลกระทบแน่นอน ส่วนนายเอกบอกว่าตนถูกสังคมประณามอยู่ในตอนนี้ ทำให้เครียดมาก กินก็ไม่ได้ นอนก็ไม่หลับ นายบอยจึงกล่าวขอโทษ


ข่าวล่าสุด

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่