ผบ.ตร.เปิดเหตุผลยืนยัน 'น้องชมพู่' เดินขึ้นภูเหล็กไฟเองไม่ได้  มีคนพาไป-ทำให้ตาย

ผบ.ตร.เปิดเหตุผลยืนยัน 'น้องชมพู่' เดินขึ้นภูเหล็กไฟเองไม่ได้ มีคนพาไป-ทำให้ตาย

98
2 ต.ค. 63

ผบ.ตร.แถลงความคืบหน้าคดี "น้องชมพู่" เปิดเหตุผล 8 ข้อ ยืนยันน้องชมพู่เดินขึ้นภูเหล็กไฟเองไม่ได้ แต่มีคนพาไปและทำให้เสียชีวิตทั้งทางตรงและทางอ้อม ช่วงเวลาเสียชีวิตระหว่าง 12-13 พ.ค. 63 


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 2 ต.ค. 63 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงข่าวความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตปริศนาของ "น้องชมพู่" ที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดี กรุงเทพฯ ว่าเนื่องจากคดีนี้เป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก ขอปฏิเสธว่าวันนี้ไม่ใช่การแถลงปิดคดี แต่เป็นการแถลงความคืบหน้าคดี ด้วยเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2563 เด็กหญิงอรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือ น้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ ได้หายตัวไปจากบ้านพัก ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตอยู่บนภูเหล็กไฟ ณ วันนี้สำนวนการสืบสวนมีความหนา 918 หน้า ยืนยันว่าน้องชมพู่ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนภูเหล็กไฟได้ด้วยตัวเอง เนื่องจาก


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 
ลุงพลย้ำไม่เชื่อน้องชมพู่ขึ้นเขาเอง ลั่นถ้า ตร.พักคดี จะสืบหาความจริงต่อไปเอง
- ม้วนเดียวจบ! สรุปไทม์ไลน์คดี "น้องชมพู่" 144 วัน กับการเสียชีวิตปริศนา
ลุงพล - หมอปลา ระทึกรอฟัง ผบ.ตร. ชี้ชะตาคดีชมพู่ ไม่หวั่นขน 1 เส้นทำถูกจับ 

1. เส้นทางยากลำบาก มีทางขึ้น 4 เส้นทาง แต่ชันเกิน 60 องศา และมีอุปสรรคเนินหินขวางกั้นทุกเส้้นทาง
2. พลังงานไม่เพียงพอ ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าอาหารมื้อเช้าที่น้องชมพู่กินก่อนหายตัวไปคือ ไข่เจียว 3 คำ และน้ำส้ม ไม่สามารถให้พลังงานเพียงพอจะขึ้นเขา ไปจนถึงจุดที่พบศพได้
3. ประสบการณ์ชาวบ้าน ยืนยันว่าเด็ก 3 ขวบไม่สามารถขึ้นไปจนถึงจุดพบศพได้
4. กรณีศึกษาจากการหายตัวไปของนางทิน ซึ่งระยะทางเป็น 2 เท่าของน้องชมพู่ แต่ชาวบ้านก็สามารถหาเจอภายในคืนเดียว
5. ความเห็นของแพทย์ โดยแพทย์นิติเวชมีความเห็นว่า เด็ก 3 ขวบไม่สามารถเดินขึ้นไปบนภูเขาเองได้ กุมารแพทย์ ระบุว่าเด็ก 3 ขวบ แม้ห่างไป 200 เมตรยังสามารถเห็นตัวบ้านได้ ไม่น่าจะหลงทาง พัฒนาการของเด็กก็ไม่สามารถไปยังจุดดังกล่าวได้
6. สภาพศพเปลือย ซึ่งบิดามารดายืนยันว่าเด็กถอดเสื้อผ้าเองไม่ได้
7. หลักฐานที่เกิดเหตุ พบเส้นผม/ขน ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 36 เส้น จากการตรวจสอบเป็นเส้นผมของน้องชมพู่เอง ซึ่งถูกตัดเฉือนด้วยมีด เป็นการกระทำของคนอื่น
8. น้องชมพู่กลัวที่สูง ที่มืด สวนป่า สวนยางพารา ไม่เคยไปเล่นไกลบ้าน และพ่อแม่ก็ไม่เคยพาขึ้นภู หรือไปเล่นไกล ๆ 


ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า มีผู้พาน้องชมพู่ไป และทำให้ถึงแก่ความตายไม่ว่าจะด้วยทางตรงหรือทางอ้อม


พล.ต.อ.สุวัฒน์ ยังได้สรุป 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่


1. ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ น้องชมพู่หายตัวไประหว่าง 09.11-09.49 น. โดยอ้างอิงจากเวลาดูคลิปวิดีโอสุดท้าย และเวลาที่พี่สาวใช้เฟซบุ๊กเป็นเวลาสุดท้ายก่อนพบว่าน้องหายไป


2. ช่วงเวลาที่เสียชีวิต แพทย์ประเมินจากการเน่าของศพและหนอนที่ชอนไชในศพ คาดว่าจะเสียชีวิตในช่วงวันที่ 12 พ.ค. 63 เวลา 14.30 น. ไปจนถึงวันที่ 13 พ.ค. 63 เวลา 14.30 น. 24 ชั่วโมง จากการสอบถามนักกีฏวิทยาให้ความเห็นว่า หนอนในศพในวันที่แพทย์ผ่าพิสูจน์ หนอนอยู่ในระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย เด็กน่าจะเสียชีวิตมา 3 วัน ทั้งนี้ จากการจำลองการเน่าของเนื้อหมู พบว่าบนภูเหล็กไฟอัตราการเน่าจะเร็วกว่าปกติ เนื่องจากมีความร้อนและความชื้นที่มากกว่า จึงสอดคล้องกับเวลาการเสียชีวิตที่ประเมินเอาไว้


3. สาเหตุการเสียชีวิต พบร่องรอยบาดแผลตามร่างกายหลายจุด บาดแผลที่พบไม่ถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ และไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่สามารถระบุได้เนื่องจากสพเน่า แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากการขาดน้ำและอาหาร ไม่พบอาหารในกระเพาอาหาร


ผบ.ตร.ระบุอีกว่า คนร้ายน่าจะเป็นคนใกล้ชิดที่น้องสนิทสนม เพราะปกติน้องจะไม่ยอมให้ใครอุ้มหากไม่รู้จักหรือสนิท และคนร้ายอาจจะเป็นคนนอกที่ลงมือกระทำ ซึ่งทั้งนี้ผู้ที่ลงมือจะต้องรู้จักเส้นทางบนภูเหล็กไฟเป็นอย่างดี


ส่วนพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งการสอบปากคำ การเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ สิ่งของ วัตถุพยาน ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ระบบการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานระดับสากล โดยตำรวจพบบุคคลต้องสงสัยแต่ยังเปิดเผยไม่ได้ แต่หากพบหลักฐานที่ชัดเจนก็สามารถออกหมายจับได้ทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่