"เบคกี้ ริสา" จากอดีตพิธีกรดาวรุ่ง ขึ้นแท่นผู้บริหาร 8 องค์กร!

1 ต.ค. 63

อดีตดาวรุ่งพุ่งแรงสายพิธีกร "เบคกี้ ริสา หงษ์หิรัญ" ที่เมื่อ 10 ปีก่อน มีงานอีเว้นท์ที่ไหน จะต้องมีเบคกี้ยืนหนึ่งเป็นพิธีกร อนาคตกำลังสดใส เงินทองกำลังไหลมาเทมา แต่อยู่ๆ สาวเบคกี้ ก็ขออำลาเวทีพิธีกร แล้วไปทำงานประจำ จนตอนนี้นั่งเก้าอี้ผู้บริหารถึง 8 องค์กร รายการ ต้มยำอมรินทร์ จึงเชิญมาพูดคุยไถ่ถามกับความสำเร็จ หลังจากที่ห่างหายจากหน้าจอทีวี แล้วผันตัวเองไปเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "เต็งหนึ่ง คณิศ" เผยสาเหตุหันหลังให้วงการบันเทิง!
- "ดาว มยุรี" เตรียมปล่อยเพลงใหม่ ถ้าไม่ปังจะเลิกร้องเพลง!!
- "ปีเตอร์" ขอทุ่มชีวิตนี้เพื่อลูก แต่ไม่ได้ปิดโอกาสให้ตัวเองมีคนดูแล
- "ครูอ้วน มณีนุช" เคลียร์ชัด ค่าเรียนร้องเพลงแพงสุดในไทยจริงไหม?!
- ตลกซิทคอมตัวพ่อ "เฮียหมู" งานหด เงินหาย ลั่นยอมตายเพราะไร้เงินรักษาตัว!
- ดูเพลิงนางย้อนหลัง ละครแซบอมรินทร์ทีวี ที่นี่   

s__62103606

ถาม ทั้งๆ ที่งานในวงการเยอะมาก แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงออกจากวงการบันเทิงไปเลย 

เบคกี้ : เพราะว่าเราเป็นคนที่ทำงาน 365 วัน ไม่ได้หยุด แล้วมีช่วงหนึ่งที่เราไม่มีงานเลย 7 วัน ความรู้สึกเราตอนนั้น คิดว่าถ้ามันว่างเกิน 7 วัน หรือหนึ่งเดือน เราคอนโทรลอะไรไม่ได้เลยเหรอ แค่ 7 วันเราสติแตก ด้วยความที่เราเป็นคนที่กลัวการตกงานมาก แล้วเราก็ถอยออกมาคิดและได้คุยกับอาจารย์ยิ่งศักดิ์ อาจารย์ก็ถามเราว่าเราอยากเป็นอะไรในชีวิต เราบอกว่าเราชอบค้าขาย เราอยากเป็นนักการตลาด ตอนนั้นเป็นจุดเปลี่ยนเลยว่าเราจะเลือกทิศทางของเราไปทางไหน เราก็ได้คำตอบว่าเราอยากมีชีวิตที่เราสามารถคอนโทรลได้ เราเลยมุ่งไปในสิ่งที่เราอยากทำคือการเป็นนักการตลาด และก็เปลี่ยนชีวิตเป็นพนักงานประจำ ตอนนั้นก็เลยหยุดงานในวงการไปเลย เพราะเราไม่อยากเอาชีวิตของเราไปขึ้นอยู่กับคนอื่นแล้ว ว่าเขาจะจ้างเราไหมเพราะความสามารถของเราต่อให้มีเท่าไหร่แต่ถ้าเราไม่สามารถคอนโทรลได้ แค่เขาไม่ให้โอกาสเราคือจบ แต่ถ้าเราเป็นแม่ค้า นักการตลาด เราสามารถควบคุมสถานการณ์ชีวิตเราได้ เราเลยเลือกอันนี้


ถาม แล้วพอเราหันไปเป็นนักการตลาดเต็มตัว มีงานในวงการบันเทิงติดต่อไปไหม

เบคกี้ : ช่วงแรกมีค่ะ มีพอสมควรเลย แต่เราถอยกลับไปกลับมา มันจะไม่ได้ดีสักอันเลย เพราะฉะนั้นในช่วง 10 ปีแรก เรามุ่งกับสิ่งที่เราโฟกัส จุดมุ่งหมายของเราคือต้องเป็นลูกจ้างชั้นดีให้ได้ นั้นแปลว่าเราเริ่มต้นจากตำแหน่งธรรมดา แต่เราคิดว่าเราต้องขยับขึ้นไป เป้าหมายของเราคือผู้บริหารองค์กรที่เราอยู่ให้ได้ แล้ววันนี้เราก็เป็นผู้บริหารองค์กรอยู่ทั้งหมด 8 องค์กร

 

ถาม แต่ตอนแรกที่เริ่มทำงานก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

เบคกี้ : ไม่โรยเลยค่ะ เพราะทุกคนมองว่าเราเป็นดารานักแสดงใช้ชื่อเสียงมาอยู่ตรงนี้ แล้วคือเขามองว่าเราไม่เคยทำ แล้วตอนนั้นเข้าไปทำเสื้อผ้าผู้ชาย เขามองว่าเรามีความรู้อะไรแค่ไหน จะทำได้จริงเหรอ โดนลองภูมิเยอะ แต่เราก็ทำงานแบบเคียงบ่าเคียงไหล่ ทำงานกับลูกน้องเต็มร้อย ตอนนั้นเรื่องงานเราไม่ค่อยห่วง เราห่วงคือเรื่องเงิน เงินที่เราได้เป็นเงินเดือน 30 วัน เงินถึงเข้ากระเป๋า สมัยเป็นพิธีกรพูดเสร็จก็ตังค์มาพูดเสร็จก็ไม่นานก็ได้เงิน ตอนนั้นเราต้องเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต จนตอนนี้คือชินแล้ว 10 กว่าปีที่เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต

s__62103605

ถาม เคยมีไหมที่คิดว่าตัวเองตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่ทิ้งวงการไป ทิ้งเงินไปเยอะมาก

เบคกี้ : ถ้าในช่วงแรกๆ ที่เราออกไปทำงานประจำ รายได้ที่ได้รับคือน้อยกว่างานพิธีกรที่เรารับเยอะมาก แต่เราก็ยังมีแว๊บไปทำในช่วงเสาร์ อาทิตย์ แต่ถ้าจันทร์ถึงศุกร์ เราให้เกียรติบริษัท ทำไม่ได้ ไม่งั้นเราจะไม่เป็นตัวอย่างที่ดี จะเป็นหัวหน้าคนได้ เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดี เราต้องอดใจไว้ไม่รับ

เบคกี้ : จนกระทั่งเมื่อสักปีที่แล้ว พี่ฉอดชวนมาเล่นละคร พอเราจัดการเวลาของเราได้ เราก็มาเลย เพราะเราก็แอบคิดนะ พอมาเราก็รู้สึกว่าเราได้กลับมาเจอพี่น้องในวงการของเรา แบบถ่ายวันแรกมีความสุขมาก ตื่นเต้นมาก ผู้กำกับจะโอเคไหม แอคติ้งของเรายังอยู่หรือเปล่า เราเคาะสนิมได้หรือเปล่า วันแรกเราต้องเจอฉากแบบสองหน้า ด้วยความที่เราเป็นพิธีกรมา เราใช้สติว่าฉากสองหน้ามันผ่าน แล้วพี่โอ๋ ผู้กำกับเขาบอกเราว่าทีเดียวรอด จำบทได้ พอพ้นวันแรกก็สบายแล้ว ถามว่าพอกลับมาเล่นเรื่องแรกแล้วติดใจไหม ก็บอกมีคิดถึงอยู่นะเพราะพอเราได้กลับมาเจอเพื่อน พี่ น้อง มันไม่มีความเครียดไง ตรงนั้นมันมีแต่เรื่องสนุกสนาน


ถาม รับละครแฮปปี้ มีความสนุก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป เพราะว่าไม่กล้าลางานกับลูกน้อง

เบคกี้ : ใช่ค่ะ เกรงใจ เราจะเกรงใจลูกน้อง เราก็พยายามดูว่าพักร้อนเราเหลือกี่วัน เราก็ต้องทำตามกติกาขององค์กร ทั้งๆ ที่เราไม่ต้องรูดบัตร แต่เราก็ต้องทำตามกติกา แต่โชคดีมากเลยกองชอบนัดหลังจากเลิกงานเรียบร้อยแล้ว เราดีใจมาก เรื่องที่ถ่ายไปเราลางานแค่ 3-4 วันเอง ทุกอย่างลงตัวเพื่อสิ่งนี้


ถาม ทำงานยังมีเวลาพักร้อน แต่สิ่งหนึ่งเลยในชีวิตที่ไม่สามารถลาได้คือความเป็นแม่

เบคกี้ : เป็นแม่ 24 ชั่วโมงเลยค่ะ โชคดีมากที่เราไปให้คุณหมอทำลูกให้ เพราะทำเองไม่เป็น หมดไปเป็นล้าน แต่เราได้ลูกที่สมใจได้ลูกสาวมา 1 เราก็ตกลงกับลูกว่าเราจะไม่ได้เป็นแค่แม่ลูกกันนะ เราจะเป็น BFF Best Friend Forever ลูกต้องเห็นแม่เป็นเพื่อนอันดับหนึ่ง ทุกเรื่องต้องเล่าให้แม่ฟังก่อน แม่มีเรื่องอะไรกลุ้มใจ แม่จะบอกลูกก่อน ตกลงตั้งแต่ลูกเล็กๆ เลยค่ะ เริ่มพูดรู้เรื่อง เราก็ใส่ในสมองเขาไว้เลย เลี้ยงลูกให้เป็นเพื่อน

เบคกี้ : อย่างล่าสุดลูกสาวไปลงแข่งเต้นชิงแชมป์แห่งประเทศไทย 11 รายการ อันนี้เขาได้เป็น Black Swan เขาตั้งใจซ้อมมากและเขาก็พัฒนาตัวเอง ซ้อมหนักไม่เคยบ่น เราเป็นคนนั่งรอก็ต้องไม่บ่น เรามีหน้าที่ซัพพอร์ตเขาไป และอีกอย่างที่เขารักและชอบคือการเป็นนักเปียโน พอจบจากการแข่งเต้น เขาก็จะไปแข่งเปียโนต่อ เล่นกีตาร์ด้วยนะคะ เขาเป็นเด็กที่เอาเครื่องดนตรีอะไรใส่มือเขาก็สามารถเล่นได้เลย เขามีพรสวรรค์ เพราะได้สิ่งนี้มาจากคุณพ่อของเรา คุณพ่อของเบคกี้ เขาเป็นคนฟิลิปปินส์ พ่อเป็นคนที่ไม่ได้เรียนทางดนตรีแต่สามารถเล่นเครื่องดนตรีได้ทุกอย่าง แต่คุณแม่เป็นแม่ค้า เราได้รับสิ่งนั้นมาจากแม่

เบคกี้ : ตอนนี้ น้องซาซ่า สิ้นปีนี้อายุ 13 ปีค่ะ สูง 165 ค่ะ น่าจะสูงขึ้นไปอีก ถามว่ามีแววจะเข้าวงการไหม อันนี้ก็ได้ลิงเหมือนแม่นะ ซนเหมือนกัน เขาก็ไม่เคยคุยกับเรานะคะ ว่าจะเข้าวงการหรือเปล่า

s__62103611

ถาม แล้วลูกสาวรู้ไหมว่าเราเคยดังในอดีต

เบคกี้ : ไม่รู้ค่ะ


ถาม ตอนนี้ชีวิตทุกอย่างคอนโทรลได้แล้ว แล้ววางแผนชีวิตตอนเกษียณไว้ยังไง เพื่อที่อาจจะเป็นตัวอย่างของหลายๆ คนที่ได้ฟัง

เบคกี้ ตอนนี้เราไปเป็นโค้ชระดับอินเตอร์เนชั่นเนล เราไปเรียนครุศาสตร์ เราวางแผนไว้ว่าเผื่อสักวันเราเกษียณ ความรู้ ประสบการณ์ และสิ่งต่างๆ ที่เราเอามาเติมในช่วงนี้ เราน่าจะเป็นผู้หนึ่งที่เดินทางไปบรรยายตามที่ต่างๆ ได้ ทุกวันนี้เราได้ไปสอนหลายที่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหลังเกษียณ บรรยายสัก 4-5 งาน เราก็แฮปปี้ เราก็วางแผนไว้ว่าวันหนึ่ง เราจะได้เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นนักการศึกษา อันนี้คือแผนที่เราวางไว้หลังเกษียณ

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวบันเทิง เป็นกระแส