รวบพม่าโหดปาดคอเพื่อนอ้างทวงหนี้ 4 หมื่นแต่ไม่ได้ เผยนาทีเหยื่อสู้เจอปาดซ้ำ (คลิป)

รวบพม่าโหดปาดคอเพื่อนอ้างทวงหนี้ 4 หมื่นแต่ไม่ได้ เผยนาทีเหยื่อสู้เจอปาดซ้ำ (คลิป)

13
20 ก.ย. 63

จากกรณีนายจอ ตาล อายุ 42 ปี ชาวเมียนมา ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอตายบนโซฟาภายในห้องพักสูง 6 ชั้น ซอยบางขุนเทียน 14 ถนนพระราม 2 แขวงและเขตบางขุนเทียน สภาพศพถูกเอาผ้าอุดปากเอาไว้ ตรวจสอบพบสร้อยคอทองคำและเลสข้อมือของผู้ตายหายไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วเมื่อวันที่ 19 ก.ย.63 ที่ผ่านมา


994315


โดยในเวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายจับของศาลอาญาเลขที่ จ.494/2563 ลงวันที่ 19 ก.ย.63 ข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เข้าจับกุมนายเต็ท วินหล่าย อายุ 25 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดฆ่าปาดคอชิงทรัพย์นายจอ ตาล ชาวพม่า อาชีพปล่อยเงินกู้ เมื่อกลางดึกของวันที่ 17 ก.ย.63 ที่ผ่านมา


453431


โดยเจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่หน้าอพาร์ตเมนต์ไม่มีเลขที่ ภายในซอยเอกชัย 66 แขวงและเขตบางบอน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่พักของผู้ต้องหาเอง พร้อมด้วยของกลาง สร้อยคอทองคำขาดหนักประมาณ 3 บาท เลสข้อมือหนัก 5 บาท เงินสด 12,000 บาท มีดปอกผลไม้ 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ


ล่าสุดวันที่ 20 ก.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวนายเต็ท วินหล่าย อายุ 25 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีฆ่าชิงทรัพย์เดินทางออกจาก สน.ท่าข้าม ในเวลาประมาณ 11.00 น. เพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ ที่เกิดเหตุ


462165


โดยจุดแรกที่เจ้าหน้าที่พาผู้ต้องหามา คือ ตลาดนัดแห่งหนึ่ง ที่ผู้ต้องหาเดินทางมาซื้อมีดทำครัวขนาดเท่าผ่ามือ จากนั้นก็ได้เดินทางไปยังห้องพักของผู้ตาย ซึ่งห่างจากตลาดประมาณ 4.5 กิโลเมตร


244491


ทีมข่าวได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยืมตัว นายชัย ศรีสุข หรือ ต่อ อายุ 34 ปี ช่างภาพอมรินทร์ทีวี ในการจำลองแสดงเป็นผู้ตาย เพื่อประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ทั้งนี้เนื่องจากผู้ต้องหาไม่สามารถพูดภาษาไทยได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องใช้ล่ามชาวเมียนมาช่วยสื่อสาร


โดยหลังจากที่ทีมข่าวเข้าไปภายในห้องของผู้ตาย พบว่ามีคราบเลือดเต็มบริเวณพื้นห้อง โซฟา รวมถึงโต๊ะทำงานของผู้ตาย


cg-1_7


จากคำบอกเล่าของผู้ต้องหา เริ่มแรกขณะที่ผู้ต้องหามาถึงห้องของผู้ตาย ผู้ตายนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ส่วนผู้ต้องหานั้นนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรม โดยผู้ตายได้ไล่ให้ผู้ต้องหาออกจากห้องไป เนื่องจากผู้ตายมีธุระ ผู้ต้องหาที่บันดาลโทสะ จึงควักมีดออกมาจากด้านหลัง กระโจนเข้าหาผู้ตาย ซึ่งผู้ตายก็ได้ยกมือขึ้นมาป้องกันตัว มือขวาจับถูกใบมีด มือซ้ายยันหน้าอกผู้ต้องหา ทั้งคู่แย่งมีดกันอยู่นาน หมุนรอบห้องเป็นวงกลม แต่ผู้ตายเสียท่า นั่งลงบนโซฟา และถูกผู้ต้องหาใช้มีดปาดคอ 1 ครั้ง แต่ผู้ตายยังไม่สิ้นใจ ผู้ตายได้ดันผู้ต้องหาออกจากตัว ดันออกไปจนทำให้กระจกเงาที่ตั้งไว้ภายในห้องแตก


666475


แต่เนื่องจากผู้ตายเริ่มอ่อนแรง ผู้ต้องหาจึงดันผู้ตายลงไปนั่งบนโซฟาอีกครั้ง ซึ่งผู้ต้องหาได้ใช้มีดในมือปาดคอผู้ตายครั้งที่ 2 จากนั้นผู้ต้องหาได้ใช้มีดแทงลงไปที่หน้าอกขวาและอกซ้ายของผู้ตาย ขณะที่ใช้เสื้อที่วางอยู่บนโซฟาอุดปากผู้ตายอยู่ เมื่อผู้ตายแน่นิ่งไป ผู้ต้องหาได้ค้นตัวผู้ตายพร้อมชิงสร้อยคอทองคำ เลส เงินสด และโทรศัพม์มือของผู้ตายไป ทั้งนี้ขณะทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งได้อุทานขึ้นมาว่า "โคตรโหดเลย" 


593189


จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาตัวผู้ต้องหามายังร้านทองบริเวณสี่แยกบางบอน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1.7 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้ต้องหานำทองมาขาย แต่ร้านทองไม่รับซื้อ เนื่องจากผิดสังเกต ถือเป็นการเสร็จสิ้นการทำแผนในวันนี้


681558


ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายเต็ท วินหล่าย อายุ 25 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาคดีฆ่าชิงทรัพย์ โดยให้ล่ามช่วยแปลให้ บอกว่า ตนรู้จักกับผู้ตายมานาน เพราะเคยยืมเงินกันไปมาหลายครั้ง โดยในครั้งนี้ตนไม่ได้ตั้งใจซื้อมีดปลอกผลไม้ขนาด 1 ฝ่ามือเพื่อมาก่อเหตุ แต่เมื่อตนมาหาผู้ตายที่ห้อง เพื่อมาทวงเงินจำนวน 20,000 กว่าบาทพร้อมดอกเบี้ยอีก 20,000 บาท ที่ผู้ตายยืมตนไปเมื่อเกือบ 1 ปีก่อน แต่ผู้ตายไม่ยอมคืนเงิน อีกทั้งยังบอกว่า "ไม่ให้ หากอยากได้เงินให้ไปฟ้องเอา" ตนที่พาสปอร์ตหมดอายุ จึงรู้โกธรแล้วก่อเหตุขึ้น


894023


ทั้งนี้ตนขอยืนยันไม่มีความสัมพันธ์กับผู้ตายที่มีรสนิยมรักร่วมเพศ ตนไม่ได้คิดจะหนี แต่ตนรู้สึกกลัวและเป็นห่วงแฟนสาว จึงกลับไปหลบอยู่ที่ห้องพัก


จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ไม่ตรงกับที่ให้สัมภาษณ์กับอมรินทร์ทีวี อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังบอกกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ผู้ต้องหาพูดภาษาไทยได้ แต่วันนี้ผู้ต้องหาไม่ยอมพูดภาษาไทย จึงต้องใช้ล่ามมาช่วยแปลภาษาให้


429925


โดยผู้ต้องหารับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่า เคยทำงานที่บริษัทรองเท้าชื่อดังย่านท่าข้าม แต่ตกงานมาได้หลายเดือนแล้ว จึงตั้งใจจะไปยืมผู้ตาย เคยยืมเงินผู้ตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งขณะการเจรจากัน ผู้ต้องหาเห็นว่าผู้ตายใส่ทองเส้นใหญ่ จึงตัดสินใจฆ่าชิงทรัพย์และปลดหนี้ไปในคราวเดียว ส่วนหนึ่งนำของไปขายย่านบางขุนเทียน ได้เงินมาจำนวน 19,000 บาท แบ่งนำไปใช้หนี้และเก็บไว้บางส่วน แล้วกลับไปอยู่ภายในห้องพัก ที่ไม่หลบหนีไปไหน เพราะเป็นห่วงภรรยาที่อยู่ด้วยกันที่อพาร์ตเมนต์ในซอยเอกชัย 66


184626


เจ้าหน้าที่บอกกับผู้สื่อข่าวว่า แท้จริงแล้วผู้ต้องหานั้นไม่มีแฟนสาว ซึ่งล่าสุดผู้ต้องหาได้เลิกกับแฟนสาวไปแล้วประมาณ 7 เดือนก่อน และไม่ได้ติดต่อกันอีก ถึงอย่างนั้น คาดว่าในวันที่ 21 ก.ย.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม