จับได้แล้ว ผู้ต้องขังขโมยชุดผู้คุม หนีออกจากเรือนจำเพชรบูรณ์

จับได้แล้ว ผู้ต้องขังขโมยชุดผู้คุม หนีออกจากเรือนจำเพชรบูรณ์

0
17 ก.ย. 63

จับได้แล้วผู้ต้องขังแหกเรือนจำ ด้วยการตีเนียนแต่งชุดเจ้าหน้าที่เรือนจำเพชรบูรณ์ เดินออกมาหน้าตาเฉย สุดท้ายไปไม่รอดถูกตามจับกุมตัวได้ในที่สุด


ความคืบหน้ากรณีที่นายวุฒิชัย เดชสิทธิ์ธนวัฒน์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องขังชายคดีลักทรัพย์ ก่อเหตุแหกคุกหลบหนีจากเรือนจำเพชรบูรณ์ โดยสวมเครื่องแบบแขนยาวสีน้ำเงินเข้มของผู้คุมเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์ จากห้องเปลี่ยนเสื้อที่อยู่ภายในเรือนจำ โดยในคลิปภาพกล้องวงจรปิดบันทึกภาพผู้ต้องหาสวมใส่เครื่องแบบ ในมือถือแฟ้มเอกสาร สวมหน้ากากอนามัย และสวมหมวกเพื่อปกปิดใบหน้า ตีเนียนเล่นบทผู้คุมโดยสวมเครื่องแบบแล้วเดินออกมาทางประตูด้านหน้าของเรือนจำได้อย่างง่ายดาย โดยที่เจ้าหน้าที่เองก็ไม่รู้ว่าเป็นผู้ต้องหา แถมยังปล่อยให้เดินออกไปและจากภาพที่ปรากฏในคลิปนั้นผู้ต้องหาก็ค่อนข้างใจเย็น หลังจากเดินออกมาจากอาคารเรือนจำแล้ว ได้เดินออกไปทางด้านหน้าและว่าจ้างรถสามล้อเครื่องที่จอดอยู่ด้านหน้าให้ไปส่ง จากนั้นสืบทราบว่าผู้ต้องหาได้กลับเข้าไปที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งหน้าค่ายเพื่อไปเอารถจักรยานยนต์ PCX สีดำแล้วใช้เป็นยานพาหนะในการหลบหนี


001_29


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ต้องขังขโมยชุดผู้คุม หลบหนีออกจากเรือนจำเพชรบูรณ์


ล่าสุด กำลังเจ้าหน้าตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ร่วมกับเจ้าหน้าเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก นำกำลังออกติดตามตัวผู้ต้องขัง จนกระทั่งได้สืบทราบว่าผู้ต้องขังได้หลบไปอยู่ที่บ้านร้างหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 10 ต.ชอนไพร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเจ้าของใช้เก็บผลผลิตทางการเกษตรและไม่มีผู้อยู่อาศัยจึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว


002_26


เมื่อไปถึงก็พบผู้ต้องขังหลบอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาได้ถูกซุกซ่อนเอาไว้ภายในไร่ข้าวโพด จากนั้น พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ลงพื้นที่เพื่อสอบถามผู้ก่อเหตุโดยนายวุฒิชัย ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า ตนเองโดนคดีลักทรัพย์รวม 6 คดี รู้ว่าครั้งนี้ต้องติดคุกยาวแน่ แต่ตนเองไม่อยากจะติดคุกจึงวางแผนดังกล่าวขึ้นมาโดยลงมือทำคนเดียวไม่มีใครรู้เห็นหรือร่วมขบวนการด้วย


003_23


ด้าน นายมานพ อายุ 65 ปี คนขับสามล้อหน้าเรือนจำเล่านาทีพาผู้ต้องขังหนีโดยไม่รู้ตัวว่า ช่วงเกิดเหตุผู้ต้องขังได้เดินออกมาจากเรือนจำและเรียกรถสามล้อในวิน แต่คนในวินบอกให้มาหาตนก่อนเพราะตนเป็นคิวแรก โดยผู้ต้องขังได้ว่าจ้างให้ตนไปส่งที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่พอขับออกไปยังไม่ถึงผู้ต้องขังก็บอกว่าไม่ต้องไปแล้วให้เลี้ยวซ้ายไปอีกทาง ซึ่งระหว่างทางผู้ต้องขังก็เร่งให้ตนรีบขับไวๆ และเริ่มน้ำเสียงเปลี่ยนไป ตนก็บอกว่ารถสามล้อมันหนักขับไวได้แค่นี้ กระทั่งถึงช่วงทางแยกรถตนขึ้นไม่ไหวผู้ต้องขังก็รีบกระโดดลงจากรถและวิ่งหนีไปอย่างเร็วโดยไม่จ่ายตังค์ค่าโดยสาร


005_12


เมื่อกลับมาถึงคิวสามล้อก็ทราบข่าวว่าเป็นผู้ต้องขังหลบหนีก็ได้พาเจ้าหน้าที่เข้าไปยังจุดส่ง ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวถึงกับรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเพราะไม่คาดคิดว่าผู้ต้องขังจะแอบสวมชุดเจ้าหน้าที่เรือนจำมาหลอกให้ไปส่งเช่นนี้ หลังตั้งสติได้ถึงกับยกมือขึ้นท่วมหัวที่รอดมาได้อย่างปลอดภัย


004_17


ขณะที่ นางสาวผริกา อายุ 23 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านเกิดเหตุเปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัยโดยจะใช้สำหรับเก็บพืชผลทางการเกษตรซึ่งเจ้าของบ้านจะไปๆ มาๆ เป็นบางครั้ง โดยตามปกติประตูหน้าต่างบ้านจะเปิดโล่ง แต่หลังจากผู้ต้องขังหลบหนีเรือนจำได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาก็เริ่มผิดสังเกต เนื่องจากมีการนำกระสอบมาปิดบังตามประตูหน้าต่าง จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบกระทั่งพบผู้ต้องขังหลบหนีเรือนจำดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่