ตร.แจงไม่สั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ปมโคเคน ทันตแพทย์ชี้อยู่ในยารักษาฟัน

ตร.แจงไม่สั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา" ปมโคเคน ทันตแพทย์ชี้อยู่ในยารักษาฟัน

1,447
30 ก.ค. 63

กมธ.ตำรวจเรียก ตำรวจเข้าชี้แจงกรณี "บอส อยู่วิทยา" เผยเอาปิดปมตรวจพบโคเคนในร่างกายไม่ได้ เนื่องจากทันตแพทย์ยันผสมอยู่ในยารักษาฟัน


วันนี้(30 ก.ค.) ที่ประชุมคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน เชิญ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ท.สมชาย พัชรอินโต ผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี มาให้ข้อมูลต่อกมธ. กรณีไม่แย้งคำสั่งอัยการที่ไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555

นายนิโรธ แถลงผลหลังประชุมว่า กมธ.สอบถามตำรวจหลายประเด็น ในกรณีไม่สามารถเอาผิด ข้อหาเมาแล้วขับของนายวรยุทธ โดยได้รับคำชี้แจงว่า เนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุได้ทันที เพราะผู้ต้องหาขับรถหลบหนีเข้าบ้าน ตำรวจทำได้เพียงล้อมบ้านไว้กว่าจะได้หมายศาลเข้าไปตรวจค้นบ้าน เมื่อนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 16.00 น. ห่างจากเกิดเหตุนาน 10 ชม. ซึ่งตามกฎหมาย ระบุว่า การจะนำคดีตรวจสอบแอลกอฮอล์สู่ศาลได้ต้องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ทันทีหลังเกิดเหตุจึงไม่สามารถเอาผิดกรณีนี้ได้

ส่วนเรื่องความเร็วรถยนต์ นายนิโรธ กล่าวว่า ตำรวจให้ข้อมูลว่า มีหน่วยงานตรวจสอบความเร็ว 3 หน่วย ดังนี้


1.กองพิสูจน์หลักฐาน ใช้หลักฟิสิกส์ ดูหลักการปะทะจะมีความเร็วและความแรงแค่ไหน ผลเบื้องต้นพบ น่าจะมีความเร็วเกิน 80 กม./ชม.
2. อาจารย์มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ใช้หลักวิศวกร คำนวณจากกล้องวงจรปิด พบความเร็วอยู่ที่ 80 กม./ชม.
3. อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้หลักวิศวกร คำนวณจากกล้องวงจรปิด พบความเร็ว 177กม./ ชม.


เมื่อข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญความเร็วต่างกัน อัยการจึงเชิญกองพิสูจน์หลักฐานและอาจารย์จุฬาฯ มาให้ข้อมูลอีกครั้ง ทั้ง 2 หน่วยงานยอมรับว่า อาจจะคำนวณความเร็วผิดพลาด เนื่องจากไม่ได้หักลบค่าเลนส์ที่กล้อง อัยการ จึงเห็นว่า ควรหาประจักษ์พยานเพิ่มเติมเป็นเหตุให้มีพยานเพิ่มอีก 2 ปากคือ

1.นายจารุชาติ มาดทอง เป็นพยานที่อยู่ในสำนวนตั้งแต่แรกแล้ว และยืนยันว่า ผู้ต้องหาขับรถไม่น่าเร็ว
2.พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร เป็นพยานที่อัยการให้ตำรวจไปสอบเพิ่มเติม เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาขอให้ตำรวจสอบพยานรายนี้ แต่ตำรวจ ระบุว่า ทำสำนวนเสร็จแล้ว ถ้าจะสอบเพิ่มให้ไปร้องขอความเป็นธรรมจากอัยการ เพื่อให้มีคำสั่งสอบพยานเพิ่มเติม กระทั่งในที่สุดอัยการสั่งให้สอบพยานรายนี้เพิ่มเติมจนเป็นข่าวอยู่ขณะนี้ อย่างไรก็ตาม กมธ. พิจารณาว่า คดีนี้ ไม่น่าจะถูกต้องและไม่ชอบธรรม จึงฝากข้อสังเกตไปยังตำรวจให้ตรวจสอบรายละเอียดที่ขาดตกบกพร่องอยู่


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 
- พยานปากเอกคดี "บอส อยู่วิทยา" เสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุ
ตร.แถลงคดี 'บอส อยู่วิทยา' จบแล้ว เบนสอบดุลยพินิจ 'พล.ต.ท.เพิ่มพูน' ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

นายกฯตั้ง "วิชา มหาคุณ" สอบปมไม่สั่งฟ้อง "บอส อยู่วิทยา"
งงเลย! 'ดาบวิเชียร' มีความผิดประมาทร่วม แม้บอสจะเป็นคนชน


ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย โฆษกกมธ.ตำรวจ กล่าวถึงกรณีที่ไม่มีการแจ้งข้อหาพบโคเคนในร่างกายของผู้ต้องหา โดยตำรวจชี้แจงว่า ที่ไม่แจ้งข้อกล่าวหา เพราะมีทันตแพทย์ ยืนยันว่า โคเคนที่ตรวจพบในร่างกายวรยุทธ อยู่ในยาที่ผู้ต้องหาใช้รักษาฟันอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องเรื่องยาเสพติด แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจน และไม่มีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่า สารดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรักษาฟันจริงหรือไม่ เป็นการชี้แจงปากเปล่าเท่านั้น

ส่วนการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์หลังจากเกิดเหตุไปแล้ว 10 ชม. พบปริมาณแอลกอฮอล์ 60 มิลลิกรัม แต่ผู้ต้องหายืนยัน เป็นการดื่มหลังเกิดเหตุเพราะเครียด ไม่ได้เมาระหว่างขับรถ แต่กมธ.ยังติดใจว่า ช่วงเวลาที่ห่างกัน 10 ชม.หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้กินอาหารหรืออะไรบางอย่าง เพื่อให้ปริมาณแอลกอฮอล์ลดลงหรือไม่

ส่วนการรื้อฟื้นคดีใหม่นั้น กมธ.ทราบว่า ตำรวจที่เสียชีวิตมีภรรยาแต่หย่า ไม่มีบุตร มีเพียงญาติพี่น้อง 5 คน ตอนแรกมีการตกลงจะให้ค่าเยียวยา 6 ล้านบาท แต่มีการต่อรองเหลือ 3 ล้านบาท ต้องไปดูว่า มีการถูกขู่บังคับไม่ให้ติดใจเอาความหรือไม่ โดย กมธ.จะไปพบญาติ เพื่อสอบถามว่า ยังติดใจในคดีหรือไม่ พร้อมทั้งจะบอกถึงช่องทางการรื้อฟื้นคดีได้ ถ้ามีหลักฐานใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่