ปิด
ชมเพลงนางย้อนหลัง ได้ที่ชมเพลงนางย้อนหลัง ได้ที่
 สมาคมทนายความฯ เปิด 8 ข้อสงสัย "บอส อยู่วิทยา" จี้กางรายละเอียดทั้งหมดของคดี

สมาคมทนายความฯ เปิด 8 ข้อสงสัย "บอส อยู่วิทยา" จี้กางรายละเอียดทั้งหมดของคดี

0
26 ก.ค. 63

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ตั้ง 8 ข้อสังเกตกรณี "บอส อยู่วิทยา" จี้ตำรวจ-อัยการชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดของคดี


จากกรณีที่อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 แถมยังหลุดในทุกข้อหาของคดีนี้ และเตรียมถอนหมายจับ


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง "บอส อยู่วิทยา"
- ไม่เก็ท? "สิระ" เรียก อสส.-ผบ.ตร. แจงปมสั่งไม่ฟ้อง “บอส อยู่วิทยา”
สตม.ยืนยัน "บอส อยู่วิทยา" ยังอยู่ต่างประเทศ
- อดีตตร.พฐ.ขอรื้อคดี "บอส อยู่วิทยา"
เผย 2 พยานปากเอกทำคดีพลิก อัยการสั่งไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา"
ศาล รธน. เผย ตุลาการชี้คดี “บอส” หลุดข้อหาสะเทือนระบบยุติธรรม อิงที่มาข้อเขียนทางวิชาการ

กลุ่มธุรกิจ TCP แจง "บอส อยู่วิทยา" ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท
"หมอแท้จริง" จี้อัยการ-ตำรวจแจงไม่ฟ้อง "บอส อยู่วิทยา"

อดีตสารวัตรทำคดี "บอส อยู่วิทยา" แฉยับหลักฐานชัดดันหลุดคดีบิ๊กแจ๊สจี้ผู้มีอำนาจแจง (คลิป)
สื่อนอกตีข่าว "บอส อยู่วิทยา" รอดทุกข้อหาคดีชนตร.ตาย
"บอส อยู่วิทยา" หลุดทุกข้อหา คดีชนตำรวจตาย


ล่าสุด (26 ก.ค.) ทางด้านสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า "สืบเนื่องกรณีความเห็นของ อัยการสูงสุด ที่สั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 นั้น ได้สร้างความสงสัยกับประชาชนทั้งประเทศ และมีการตั้งคำถามมากมายในคดีนี้ ข้อเท็จจริงในคดีนี้ มีความเป็นมา ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ว่า นายวรยุทธ หรือ "บอส อยู่วิทยา" ได้ขับรถยนต์เฟอร์รารี่ ทะเบียน ญญ 1111 กรุงเทพมหานคร ชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 49 แต่ไม่หยุดรถแล้วทำให้รถยนต์ลากร่างดาบวิเชียรไปจากจุดชนถึงประมาณ 200 เมตรจนถึงแก่ความตาย


หลังเกิดเหตุ นายวรยุทธฯ ได้หลบหนี ตำรวจติดตามไปยังบ้านพักและได้รับทราบว่า พ่อบ้านของครอบครัวนายวรยุทธ รับสมอ้างว่า เป็นคนขับรถคันดังกล่าว แต่ตำรวจไม่เชื่อ จนจับได้ว่า อาจมีการเปลี่ยนตัวผู้ขับรถยนต์คันนี้ ต่อมา พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนคดีนี้ แต่การสอบสวนเป็นไปอย่างล่าช้า และถูกกระแสสังคมกดดันอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด พนักงานสอบสวน สน. ทองหล่อ ซึ่งได้แจ้งข้อหานายวรยุทธ ฯ ผู้ต้องหารวม 4 ข้อหา คือ


(1) ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด
(2) เกิดอุบัติเหตุแล้วไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ
(3) ขับรถในขณะมึนเมา
(4) ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย


โดยความผิดตาม (1)-(2) มีอายุความ 1 ปี ส่วนความผิดตาม (3) มีอายุความ 5 ปี ซึ่งข้อหาทั้ง 3 ข้อหาได้ขาดอายุความไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2560 คงเหลือ ข้อหา ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย( ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท ) อายุความ 15 ปี ซึ่งจะขาดอายุความ ในวันที่ 3 กันยายน 2570


ระหว่างการสอบสวน ก่อนตำรวจส่งสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการนั้น นายวรยุทธฯ ได้หลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ นานถึง 8 ปี หลังจากผู้ต้องหาหลบหนีไปแล้ว มีข่าวคราวของผู้ต้องหาไปปรากฏตัวในต่างประเทศหลายประเทศ จนทำให้ประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวนี้ ได้มีการแสดงความคิดเห็นและไม่พอใจ การทำหน้าที่ของตำรวจ และมีคำถามกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดจนถึงพนักงานอัยการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องคดีนี้ ให้ทำการติดตามจับกุมเพื่อนำผู้ต้องหามาฟ้องศาล แต่ไม่สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทยได้ จนข่าวคราวเรื่องนี้ค่อยๆเงียบหายไปจากความสนใจขอประชาชน


แต่ต่อมา วันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ปรากฏข่าวจากสื่อจากต่างประเทศ ว่าคดีอาญาเรื่องนี้ ตำรวจได้มีการเพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ โดย อัยการสูงสุด มีความเห็น สั่งไม่ฟ้องคดีนี้ตั้งแต่ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมาแล้ว โดยข่าวนี้ คนไทยในประเทศไม่เคยทราบและรับรู้มาก่อน สร้างความงุนงงและความสงสัยเคลือบแคลงให้กับคนไทยทั้งประเทศ ในการทำหน้าที่ของตำรวจและอัยการ เกี่ยวกับคดีนี้


สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอเรียนว่า แม้อัยการจะมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งไม่ฟ้องในเรื่องนี้ แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามความคืบหน้ามาโดยตลอด จึงอยากตั้งข้อสังเกตุที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมแห่งคดีและข้อพิรุธต่างๆเกี่ยวกับคดี ดังนี้


1. (ทำไมชนแล้วหนี) ภายหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ขับหนีทันทีโดยไม่ได้ลงมาช่วยเหลือหรือดูแลคนตายแต่อย่างใด ซึ่งหากความผิดเกิดจากการกระทำของคนตาย ก็ไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องขับหนีในทันที
2. (เมาแล้วขับ) ผู้ต้องหาอยู่ในอาการมึนเมาสุราเพราะมีข้อหาเมาแล้วขับ
3. (พยายามหนีความผิด) มีการพยายามเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาโดยให้คนใช้มาอ้างว่าเป็นคนขับ แต่ไม่สำเร็จ
4. (คดีไม่มีข้อยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน) สำนวนเดิมที่อัยการสั่งฟ้อง บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคลและพยานทางวิทยาศาสตร์อย่างครบถ้วน เพียงพอในการฟ้องคดีต่อศาล
5. (คดีล่าช้า) การดำเนินการสอบสวนล่าช้า ประวิงคดี สังเกตุได้จาก ผู้ต้องหาขอเลื่อนนัดมากกว่า 5 ครั้ง อ้างว่าอยู่ต่างประเทศ แต่ตำรวจก็เพิกเฉยไม่ได้เร่งรัดติดตาม จนทำให้คดีขาดอายุความหลายข้อหา
6. (ที่มาของคำสั่งไม่ฟ้อง) กระบวนการช่วยเหลือและต่อสู้ในเรื่องการขอความเป็นธรรมให้ผู้ต้องหา จนนำไปสู่คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการและตำรวจไม่คัดค้าน ทั้งๆที่ผู้ต้องหาได้หลบหนีตั้งแต่เหตุเกิดไม่ได้อยู่ในประเทศไทยถึง 8 ปี
7. ไม่มีการชี้แจงถึงเหตุผล และรายละเอียดในการสั่งไม่ฟ้องคดี โดยกล่าวอ้างลอยๆ ว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสามารถหักล้างจากสำนวนเดิมที่อัยการสั่งฟ้องไว้แล้วแต่อย่างใด
8. เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีแต่อัยการไม่ได้แถลงข่าวในเรื่องนี้ให้สื่อมวลชนได้รับทราบ แต่การรับทราบข่าวเรื่องนี้เกิดจากสื่อมวลชนต่างประเทศนำมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563
จากข้อสังเกตุที่ตั้งไว้ในเบื้องต้นจะเห็นได้ว่า คำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการจะเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของประชาชนในการใช้อำนาจตามกฎหมาย


ดังนั้นหากอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำให้ประชาชนเชื่อว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่สุจริตทั้งสองหน่วยงานโดยเฉพาะสำนักงานอัยการสูงสุด จำเป็นต้องเปิดเผยรายละเอียดของคดีทั้งหมดว่ามีพยานหลักฐานครบถ้วนในการสั่งไม่ฟ้อง โดยสามารถหักล้างพยานหลักฐานในสำนวนเดิมที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องตั้งแต่เหตุเกิด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องชี้แจงเหตุผลว่าทำไมไม่คัดค้านคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ เพราะหากไม่สามารถชี้แจงเรื่องดังกล่าวบนข้อเท็จจริงได้จะทำให้ประชาชน ขาดความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อสำนักงานอัยการสูงสุดรวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันเป็นต้นทางของกระบวนการสอบสวนและฟ้องคดี


สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย มีความห่วงใยในกรณีดังกล่าว โดยไม่อยากให้สังคมไทยได้เกิดความคิดและความเชื่อมั่นว่า คนรวยเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างแท้จริงมากกว่าคนจน


นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
25 กรกฎาคม 2563"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่