คลายล็อคดาวน์ รณรงค์ ‘วินัยคนไทย’ การ์ดอย่าตก เน้นย้ำ Social Distancing

20 พ.ค. 63

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาท์เล็ตแห่งแรกของไทย เชื่อมั่นใน ‘พลังบวก’ เปิดแผน “พลังไทยช่วยไทย Reunite Thailand Together” รณรงค์ ‘วินัยคนไทย’ การ์ดอย่าตก เพื่อร่วมกันสะท้อนหนึ่งใน Social Distancing ที่ดีที่สุดให้ทั่วโลกชื่นชม

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “สิ่งสำคัญที่ทำให้เราต่อสู้กับ COVID-19 จนตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นตัวเลขหลักเดียว และมีตัวเลขเป็น 0 มาแล้วนั้น เพราะ ‘พลังคนไทย’ ที่ร่วมมือกัน และ ต้องขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ รัฐบาล หน่วยงานต่างๆ และคนไทยที่มีวินัยในการใช้ชีวิต แสดงให้เห็นถึงมาตรฐาน Health Security ในประเทศไทย ที่รับมือกับการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้อย่างมีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อไปว่า “เซ็นทรัลพัฒนาเรามีส่วนสร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศมาโดยตลอด ในวันนี้ที่ธุรกิจและชีวิตคนไทยกลับมาเดินหน้าต่ออย่างระมัดระวัง เราต้องการช่วยขับเคลื่อนและช่วยเหลือให้ฝ่าฝันอยู่รอดไปด้วยกันทั้งระบบ จึงได้ดำเนินแผนงานฟื้นฟูประเทศ ‘Reunite Thailand Together’ พลังไทยช่วยไทย ด้วย 3 กลยุทธ์หลักที่เน้นกระตุ้น Localised Economy ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ ด้วยบทบาทใหม่ที่ต่อไปนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลฯ จะเป็น ‘Center of New Normal Life’ ศูนย์กลางการใช้วิถีชีวิตใหม่อย่างปลอดภัย และร่วมแรงร่วมใจกันกับคนไทยให้ประเทศเดินหน้าต่อไป ดังนี้

กลยุทธ์ที่ 1 – Reassure Confidence: เสริมสร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตของประชาชน เน้นย้ำบทบาทของศูนย์การค้าที่ไม่เพียงดูแลลูกค้าแค่ภายในศูนย์ฯ เท่านั้น แต่ดูแลตลอดเวลาด้วยมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยและการมีวินัยในสังคม ศูนย์การค้าจึงเป็นมากกว่า Service Provider แต่เป็น Health & Safety Provider ด้วย โดยมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดทั้งในส่วนของศูนย์ฯ เอง กับ Touchless Lift ลิฟต์ไร้สัมผัสที่เริ่มนำร่องไปแล้วที่เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสวิลล์, เครื่อง UV-C เช็ดบันไดเลื่อน, ตู้ UV-C ทำความสะอาดถุงสินค้า ร่วมด้วยพันธมิตรต่างๆ เช่น หุ่นยนต์วัดอุณหภูมิจาก AIS, หุ่นยนต์                ฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV-C ของ Central Food Hall & Tops, Uniqlo มีเครื่อง UV-C ทำความสะอาดเสื้อผ้าหลังลองสินค้า และ Sephora มีบริการ Find my shade ทดลองเครื่องสำอาง เป็นต้น

กลยุทธ์ที่ 2 – Reopen Business: ขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกัน รักษาความเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ ทั้งการไม่เลิกจ้างพนักงาน CPN และเดินหน้าลงทุนระยะยาวอย่างต่อเนื่องด้วยงบลงทุนกว่า 15,000-20,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงดูแลคู่ค้าร้านค้าให้สามารถฟื้นตัวและพร้อมที่จะกลับมามีรายได้ โดยมีการดูแลเรื่องค่าเช่าต่อเนื่องไปอีก 3-6 เดือนเพื่อช่วยให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้งโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังวางแผนเสริมความแข็งแกร่งของ Omnichannel เพื่อให้ทุกคนที่อยู่ใน Retail Ecosystem เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน โดยประสานจุดแข็งของ Physical & Online Platform ที่เริ่มเปิดตัวไปแล้วกับบริการ New Normal Lifestyle ได้แก่ One Call x One Click โทร. 02-021-9999 และ LINE: @CentralLife, บริการ Drive Thru, บริการ Central Eats ร่วมกับ Grab Food, บริการ Food Delivery & Food Pick Up Counter และบริการล่าสุด CentralLife: Chat & Shop เหมือนช้อปด้วยตัวเองจากเซ็นทรัลเวิลด์และเซ็นทรัล วิลเลจ ทั้งหมดนี้เรามีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่องด้วยจุดแข็งที่เรามีคือฐานข้อมูลจาก The 1 ที่เรามีมานานและขยายฐานลูกค้ามาตลอด ทำให้เราเข้าใจลูกค้าและสามารถที่จะ Design Journey ได้อย่างตอบโจทย์

กลยุทธ์ที่ 3 – Rebuild Economy: สร้างเศรษฐกิจไทยช่วยไทย ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ สนับสนุนคนไทยอุดหนุนคนไทย ผลักดันและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าเปิดพื้นที่ฟรีให้เกษตรกรและเอสเอ็มอีรายย่อยทั่วประเทศ รวมกว่า 40,000 ตร.ม. ต่อเนื่อง 3-6 เดือน ยกตัวอย่างที่เราทำไปก่อนหน้านี้และได้รับผลตอบรับดีกับ ‘ตลาดผลไม้รวมใจ’ ที่ช่วยเกษตรกรผลไม้ส่งออกให้มีช่องทางกระจายสินค้า และต่อจากนี้ยังวางแผน สนับสนุนร้านค้าจัด Clearance Sales เพื่อช่วยเหลือทั้งร้านค้าและลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าจำเป็นในราคาถูก รวมถึงการตรึงราคาสินค้าและลดราคาอาหารในศูนย์อาหารของเรา เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนอีกด้วย”

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ เปิดให้บริการแล้ววันนี้ วันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 11.00-20.00 น. วันศุกร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-20.00 น. พร้อมคุมเข้มมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อย่างต่อเนื่อง รณรงค์ให้ทุกคนมีวินัยในการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอลล์ และสแกนเข้า-ออกจากศูนย์การค้าด้วยแอพพลิเคชั่น “ไทยชนะ” หรือ LINE @centralLife หรือแอพพลิเคชั่น The 1 โดยแนะนำให้ลูกค้าใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงภายในศูนย์การค้า.

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวประชาสัมพันธ์ เป็นกระแส