ลุงแท็กซี่บุกคลังโชว์บัญชีเหลือเงินหลักร้อย แจงถูกจับผิดมีมือถือ 2 เครื่องแต่ไร้เน็ต (คลิป)

ลุงแท็กซี่บุกคลังโชว์บัญชีเหลือเงินหลักร้อย แจงถูกจับผิดมีมือถือ 2 เครื่องแต่ไร้เน็ต (คลิป)

0
1 พ.ค. 63

จากกรณีนายพงศ์พิชาญ ธนาถิรพงศ์ คนขับแท็กซี่ ที่มาเรียกร้องเงินเยียวยา 5,000 บาท ด้วยการปีนรั้วกระทรวงการคลัง บริเวณประตู 4 เพื่อต้องการทราบความชัดเจนว่าจะได้รับเงินเมื่อไหร่ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้รับสิทธิ์ แต่ยังรอเงินมาจนถึงวันนี้นั้น จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานรักษาความปลอดภัยต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ 


944394


ต่อมา โลกโซเชียลแฉพฤติกรรมของนายพงศ์พิชาญ โดยพบว่าเฟซบุ๊กของเจ้าตัวได้โพสต์เปิดรับบริจาคเงิน เพื่อนำไปซื้อนมผงให้มารดาที่ป่วยติดเตียง ทำให้ส่วนใหญ่มองว่าเป็นการสร้างเรื่องให้ดูน่าสงสาร


435706


รวมถึงยังมีการจับผิดเรื่องโทรศัพท์มือถือที่เจ้าตัวอ้างว่าเป็นโทรศัพท์รุ่นเก่า ทำให้ไม่สามารถลงทะเบียนได้ แต่ที่กระเป๋าเสื้อดันเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน นั้น 


162673


ล่าสุด วันที่ 1 พ.ค.63 นายพงศ์พิชาญ ได้พาทีมข่าวไปเยี่ยมบ้านที่เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองนั้นได้พูดความจริง โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่า 2 ชั้น ที่อาศัยอยู่กับน้องสาวและแม่ที่ป่วย พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้แม่ตนเองเดินเหินได้ปกติ แต่มีโรคประจำตัวหลายโรคทั้งชรา และความดัน จึงทำให้วันหนึ่งแม่ลื่นล้มหัวฟาดพื้นเป็นอัมพฤกษ์ เดินไม่ได้ พูดไม่ได้ ต้องเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียง กินอาหารเหลวทางจมูกได้เท่านั้น ตนไม่ได้โกหกเรื่องที่แม่ป่วย ซึ่งทุกวันนี้ตนมีค่าใช้จ่ายมากจริง ๆ อาหารเหลวของแม่ต้องซื้อจากโรงพยาบาลอาทิตย์ละ 1 ถุง ถุงละ 1,400 บาท 1 เดือนก็ 5,600 บาท


250663


นอกจากนี้ยังมีค่าแพมเพิส ร่วมไปถึงสำลี และน้ำเกลือสำหรับล้างแผล เพราะแม่ต้องนอนตลอดจึงเกิดแผลกดทับ นอกจานี้ยังต้องจ่ายค่าจ้างน้องสาววันละ 200 บาท ในการดูแลแม่ในแต่ละวัน ค่าบ้านอีกเดือนละ 9,500 บาท


494331


ซึ่งก่อนหน้านี้มีภาระที่จะต้องจ่ายค่าขนมให้ลูกวันละ 200-300 บาท เพื่อให้ไปโรงเรียน แต่ตอนนี้ลูกเรียนจบ ปวช.3 และเตรียมหางานทำเพื่อส่งตัวเองเรียนแล้ว นอกจากนี้ตนเองก็ไม่มีอาชีพเพราะรถแท็กซี่ก็ถูกยึด หลังไม่มีเงินไปจ่ายค่าเช่าวันละ 1,000 บาท เนื่องด้วยมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ตอนนี้เหลือเงินทั้งบัญชีไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น 


ส่วนกระแสข่าวที่บอกว่าตนเป็นแท็กซี่ขี้เรียกร้อง อยากดังอยากบอกว่า ตนไม่ใช่คนแบบนั้น เรื่องเงินเยียวยา 5,000 บาท ตนมีคุณสมบัติเข้าข่ายที่จะได้รับเงิน ทำเรื่องไปตั้งนานจนคนอื่นได้เงินกันหมด แต่ตัวเองยังไม่ได้ มีข้อความว่าอยู่ในช่วงพิจารณา และย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ 10 ปี ที่ตนเคยเรียกร้องโดยการปีนเสาที่ทำเนียบ บุกขวางหน้าขบวนรถนายกฯ เพราะต้องการเรียกร้องสิทธิ์ที่ควรได้รับ


161994


ก่อนหน้านี้ที่มีเหตุการความไม่สงบในบ้านเมือง ตนขับรถไปส่งผู้โดยสาร ขากลับโดนเจ้าหน้าที่ทหารกระชากลงจากรถ และกระทืบหน้า นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่โดนลูกหลงในเหตุการณ์ความไม่สงบโดนยิงที่แขนขวา ถึงขั้นขึ้นศาลและตัดสินให้ตนชนะคดี และได้เงินชดใช้จากรัฐบาล เป็นจำนวนเงินมากว่า 2 ล้านบาท แต่รัฐบาลให้เงินมาในลักษณะเบี้ยหัวแตก ผ่านมา 10 ปี ได้เงินมาล้านกว่าบาท แต่ส่วนที่เหลืออีก1 ล้านหายไปไหน ตนก็แค่เรียกร้องสิทธิ์ที่ต้องได้เท่านั้น 


ส่วนประเด็นเรื่องโทรศัพท์ที่บอกว่าลงทะเบียนไม่ได้นั้น ตนมีโทรศัพท์ 2 เครื่อง เครื่องแรกใช้โทรอย่างเดียวเพราะเป็นรุ่นเก่า แต่อีกเครื่องเป็นสมาร์ทโฟนก็จริงแต่ไม่มีอินเตอร์เน็ต เพราะไม่มีเงินเติมค่าอินเตอร์เน็ต จะเล่นได้ก็ต่อเมื่อใช้ไวไฟของที่บ้าน  


694002


ด้าน นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง บอกว่า สื่อมวลชนตกเป็นเครื่องมือให้คนที่จะมาหาเงิน ผู้ที่มาเรียกร้องบางคนมีเงินอยู่แล้ว หลายคนกระทรวงการคลังตรวจสอบแล้ว พบว่ามีสิทธิ์ได้เงิน แต่ก็มาร้องเรียนอีกเพื่อได้ต่างหากอีก แม้แต่กรณีคนที่ปีนรั้วกระทรวงการคลังก็ได้สิทธิ์อยู่แล้ว เพียงแต่เขาอยากได้มากกว่านั้น 


783776


ในฐานะที่อยู่ในกระทรวงการคลังก็เห็นข้อเท็จจริงด้วยกัน แม้กระทั่งวันที่ตนลงไปรับ ตนก็จำหน้าได้ คนที่มา “พวกเราลุย” หรือบางคนมาร้องไห้ ตนจำหน้าได้ว่าเป็นพวกการเมืองอีกพรรคหนึ่ง ตนจำหน้าได้ เพราะเคยเห็นว่าหน้านี้ใช่ แล้วเราจะทำอะไร เราเป็นข้าราชการ เราต้องอดทนที่จะพยายามชี้แจง และชี้แจงจบแล้วเราบอกแล้วว่าเรากลัวเรื่องโรคระบาดจริง ๆ เพราะไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ข้าราชการถ้าเราให้เขากรอกแล้วกลับไปก็จบ แต่บางคนไม่ยอมจบ โรคระบาดเป็นสิ่งที่เรากังวลมากๆ ตอนนี้เรื่องการรักษาระยะห่างทางสังคมเป็นเรื่องที่เซ้นซิทีฟมาก


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่