เปิดใจ "หลุยส์ เชิญยิ้ม" หัวอกพ่อเลี้ยงลูก (เด็กพิเศษ) กว่า 14 ปี ?

2
7 ส.ค. 60
หากพูดถึงดาราตลกมากความสามารถ ที่ตอนนี้ผันตัวไปเปิดร้านอาหารซีฟู้ด ซึ่งรับประกันความสดใหม่ เพราะได้ศึกษาวิธีการที่จะนำสินค้าเข้ามาขายภายในร้าน แต่คงไม่มีใครทราบว่า "หลุยส์ เชิญยิ้ม" จะต้องดูแลลูกที่เป็นเด็กพิเศษถึง 14 ปี



ล่าสุด (7 ส.ค) คุณหลุยส์ เชิญยิ้ม ได้เดินทางมาเปิดใจกับอมรินทร์ ผ่านทางรายการ Apop บันเทิง 34 ออกอากาศทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 13.15 -14.15 น. โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า ตนอยู่ในวงการบันเทิงมานานกว่า 30 ปี ซึ่งเจ้าตัวเริ่มเข้ามาโลดแล่นตั้งแต่ปี 2530 ซึ่งสถานที่ที่มักจะไปแสดงก็จะเป็นร้านอาหารทะเล เนื่องจากเมื่อก่อนเวลาทำงานสถานที่จะร้านอาหาร คาเฟ่ และด้วยตนทำรายการอาหารด้วย ก็จะพอทราบราคาอาหารที่ว่าราคาจะสูงมาก และด้วยความโชคดีที่ไปเจอร้านตามข้างทางที่เขาเลี้ยงไว้ในอ่างเล็ก พอรู้ว่าการเลี้ยงเองไม่ได้สูงมาก ก็เลยทำการคิด เลี้ยงได้ก็ทำการเปิดร้าน และก็เปิดเรื่อย ๆ มา ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับงานตลกที่ลดลง แต่ตนมองอนาคตมากกว่า



สำหรับเจ้าลูกชายที่เป็นเด็กพิเศษ คุณหลุยส์บอกว่า ตนแต่งงานกับภรรยามารวมกว่า 20 ปี อยู่กันตอนแรกมา 10 กว่าปี ด้วยอายุตอนนั้นยังไม่มีลูก ตนก็พยายามหาวิธีทำลูกเลยเลือกวิธีการทำกิ๊ฟ ต้องบอกว่าตนไม่ได้คาดหวังว่าลูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งเด็กแบบเขาจะต้องการคนดูแลใกล้ชิด เด็กก็จะความพิเศษหลายระดับ อาหารก็ต้องระวัง ถามว่าน้องดูแลยากไหม ก็ยาก เพราะน้องจะมีความคิดเดียว เช่น จะข้ามถนน ก็จะข้ามเลยไม่ได้สนใจซ้ายขวา หรือแม้กระทั่งเจ็บก็บอกเจ็บอย่างเดียวไม่มีการร้องไห้ แต่สภาวะอารมณ์ของน้องจะแปลกกว่าเด็กทั่วไป จะไม่มีภาวะอารมณ์ โกรธ โมโห อาจจะได้ส่วนตรงนั้นจากที่ตนเป็นคนอารมณ์ดี จะเป็นเด็กขี้อ้อน ขี้เล่น ขี้สงสารคน เจอใครร้องไห้ก็จะร้องตาม แต่จะไม่มีการขว้างของเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

 ซึ่งถ้าจะหวังให้เขาโต และอยู่คนเดียวให้ได้ ตนก็ไม่อยากคาดหวัง ในกลุ่มพ่อแม่ที่มีเด็กพิเศษอยู่ในบ้าน จะคิดแค่ว่า ทำอย่างไร ให้พัฒนา มากที่สุด ซึ่งปัญหาของเขาจะเป็นการมองเห็น สมอง แต่ก็มีทักษะพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งลูกตนยังหาไม่เจอ แต่จากที่สังเกตเขาจะความจำดีมาก เช่น เขาเคยเห็นคนนี้ เมื่อ 10วันก่อน พอมาเจออีกครั้งเขาก็จะจำชื่อได้เลย


ส่วนเรื่องการตั้งสมาคมสำหรับเด็กพิเศษนั้น ตนแค่อยากทำเป็นอาชาบำบัด เพราะการเข้ารักษาแบบนี้ยากมาก ต้องรอคิวนานมาก ซึ่งตนเองรอมา 2 ปี ยังไม่ได้เลย บางที่ตนเห็นพ่อแม่เด็กๆ ขับรถมาไกล ก็สงสาร ซึ่งตนก็มองว่า นำกีฬาที่เล่นอยู่แล้วมาใช้ มาให้เด็กๆเล่น คือ กีฬาฟุตบอล บางทีเด็กแบบเขายังรับฟุตบอลไม่ได้เลย ก็เลยอยากทำขึ้นมา






 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่