close sticky

ลูกสาว “อาม่าฮวย” แจงยิบ ปัดยักยอกเงิน 250 ล้าน ยืนยันไม่ใช่ลูกเนรคุณ

5
25 พ.ย. 62
ลูกสาว “อาม่าฮวย” ตั้งโต๊ะแถลงข่าวปัดยักยอกเงิน 250 ล้านของอาม่า แจงยิบทุกบาททุกสตางค์ มีทั้งที่ไปซื้อรถให้ครอบครัวพี่ชายตามคำสั่งอาม่าเอง และส่งหลานเรียนเมืองนอก ที่เหลือเก็บไว้รักษาอาม่า-อากง ยืนยัน เงินอยู่ครบ

วันนี้ (25 พ.ย.62) นางมาวดี ศีวิรัตน์ ลูกสาวอาม่าฮวย พร้อมด้วย นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกเนรคุณ ยักยอก 250 ล้าน



นายกฤษฎา อินทามระ ทนายความ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้อาม่ากับอากง อยู่กับนางมาวดี มาด้วยดีตลอด จนกระทั่งปี 59 อากงเสีย อาม่าจึงย้ายไปอยู่กับลูกชาย คือ พี่ชายของคุณมาวดี

ต่อมาในปี 60 คุณมาวดีได้รับแจ้งหมายศาลมาที่บ้านถูกอาม่าฟ้องเนรคุณ เนื่องจากคุณมาวดีไม่ดูแลเลี้ยงดู ขอเงินมารักษาพยาบาลก็ไม่ให้ จึงฟ้องร้องให้โอนที่ดินที่อาม่าเคยให้กลับคืนมา เมื่อคุณมาวดีรับหมายศาลก็ฟ้องกลับพี่ชาย เพราะเคยโอนเงินจำนวน 5 ล้านบาท ให้พี่ชายเอาไปใช้รักษาอาม่า แต่ปรากฏว่า เงินไปไม่ถึงอาม่า ซึ่งศาลตัดสินให้คุณมาวดีชนะคดี หมายความว่า คุณมาวดีไม่ได้เนรคุณ ต่อมาก็มีมาฟ้องคุณมาวดีอีก ในข้อหาลักทรัพย์ ยักยอกเงินในบัญชี ที่เป็นคดีอยู่ตอนนี้



ทางด้านนางมาวดี กล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนอยู่กับอาม่าตลอด 50 ปี เมื่ออาม่าป่วยก็ดูแลใกล้ชิดตอนป่วย ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งน่าจะปี 51 อาม่าไม่สบายหนัก ไม่สามารถสั่งจ่ายเอกสารด้วยการเซ็นลายมือชื่อได้ จึงได้ไปทำเรื่องที่ รพ.แห่งหนึ่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคาร จำนวน 4 คนมาทำการเก็บลายนิ้วมือของอาม่า เพื่อแก้ไขเรื่องการเบิกจ่าย ให้สามารถใช้ลายนิ้วมือแทนลายเซ็นได้

ตั้งแต่นั้นมาเอาสารการเบิกจ่ายของอาม่าจะเป็นการปั๊มลายนิ้วมือมาตลอด จนกระทั่งปี 59 อากงเสียชีวิต อาม่าก็ไปอยู่กับพี่ชาย จากนั้นอาม่าก็เริ่มเกิดปัญหา ครอบครัวพี่ชายก็เริ่มเข้ามาวุ่นวายเรื่องเงินของครอบครัว เพราะคิดว่าตนได้เงินมากกว่า ทั้งๆ ที่มรดกก็แบ่งกันชัดเจน ทั้งที่ดิน (คนละ 4 ไร่) โรงงาน, อพาร์ตเมนต์ และเงินสด แบ่งเท่ากันหารสองทั้งหมด



และที่อ้างว่า ตนยักยอกไป 250 ล้านบาท ก็ไม่เป็นความจริง เงินสดในบัญชีอาม่ามีประมาณ 120 ล้านบาท แบ่งกับพี่ชายคนละ 30 ล้านบาท รวมเป็น 60 ล้านบาท เก็บไว้รักษาอาม่าประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนอีก 20 กว่าล้าน เป็นเงินที่อาม่าบอกให้เอาไปซื้อรถให้พี่ชาย 2-3 คัน และเป็นเงินส่งหลานสาว (ลูกพี่ชาย) ไปเรียนต่อเมืองนอก

ส่วนเงินที่เหลือตนก็เอามาเปิดปัญชีร่วมกันกับอาม่า เพื่อที่จะซื้อกองทุน เพื่อให้เงินงอกเงยมีดอกออกผล ซึ่งบัญชีนี้สามารถเบอกจ่ายได้ทั้งตนและอาม่า สาเหตุที่เปิดร่วมกัน เพราะเวลากองทุนมา ตรงกับอาม่าป่วยตนจะได้ดำเนินการได้ ซึ่งทุกการซื้อกองทุนก็จะบอกอาม่าตลอด อาม่าจะรับรู้ตลอด



ตนไม่รู้ว่าเขาเอายอดเงิน 250 ล้านบาทมาจากไหน แต่ยืนยันว่าเป็นยอดเงินที่เมคขึ้นมา อาจจะเป็นการเมคขึ้นมาเพื่อให้ดังเป็นข่าวก็ได้ และเชื่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอาจะเป็นการสร้างอะไรให้อาม่าเข้าใจตนผิด

นางมาวดี ยืนยันทั้งน้ำตาว่า ตนไม่ใช่ลูกเนรคุณ แม้จะมีการฟ้องร้องกันแต่ในเรื่องความสัมพันธ์ตนยังคิดถึงและเป็นห่วงแม่ ความจริงแม่ไม่น่ามาทำแบบนี้กับตนขนาดนี้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและทำให้แม่เปลี่ยนไป นับตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับพี่ชาย หลังจากนี้ตนจะสู้ให้ถึงที่สุด และจะฟ้องร้องเอาคืนกับคนที่ทำให้ตนถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกเนรคุณ

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่