สุดสะเทือนใจ สาว 19 รถเมล์ทับจนพิการ บ้านถูกยึดแต่คดีไม่คืบ ซ้ำถูกเรียกค่าเสียหาย (คลิป)

3
25 ก.ค. 60
หลังจากรายการคลายทุกข์ชาวบ้าน ออกอากาศทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 14.15 น. ได้นำเสนอเรื่องราวของนางสาวธัญชนก จอมพล หรือ จุ๊บแจง หญิงสาววัย 19 ปี หลังจากน้องได้ประสบอุบัติเหตุถูกรถโดยสารประจำทางทับจนต้องอยู่ในสภาพผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ สมองก็ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เหตุการณ์วันที่น้องจุ๊บแจงถูกรถทับ


ล่าสุด (24 ก.ค.) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมครอบครัวของ น้องจุ๊บแจง ที่จังหวัดราชบุรี โดยมีคุณย่า และคุณแม่ ที่ต้องคอยดูแลน้องจุ๊บแจง ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งคุณย่าต้องคอยเตรียมอาหาร ทำกายภาพบำบัด ตั้งแต่เธอประสบอุบัติเหตุพร้อมเพื่อนชายวัยเดียวกัน ที่ถูกรถโดยสารประจำทางทับ ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ บริเวณถนนเพชรบุรี ซอย 12 ในพื้นที่สน.พญาไท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ย.59

แม้เหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 1 ปี ท่ามกลางความเจ็บปวด และความยากลำบาก ด้านคู่กรณีที่เป็นองค์กรด้านคมนาคมขนาดใหญ่ระดับประเทศ กลับเพิกเฉย ไม่แสดงความรับผิดชอบ หรือเยียวยา แต่ได้ส่งหนังสือมาทวงค่าเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จำนวน 18,000 บาท

อภัสรา ใจซื่อ คุณย่าของน้องแจ


อภัสรา ใจซื่อ คุณย่าของน้องแจง บอกว่า ตอนนี้น้องจุ๊บแจงก็ไม่ได้เรียนหนังสือ และต้องสูญเสียโอกาส แต่มีเพื่อนๆ คอยให้กำลังใจ รวมถึงได้รับเงินช่วยเหลือจากโรงเรียนส่วนหนึ่ง ทางครอบครัวก็พยายามอ่านข้อความที่เพื่อนส่งมาให้ เพื่อให้น้องได้ฟื้นความทรงจำ และเข้มแข็งมากขึ้น ส่วนทางด้านคดีก็ไม่มีความคืบหน้า สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าก็คือ หลานสาวของตนต้องกลายเป็นผู้ป่วยหนักติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ สิ่งที่ลำบากมากคือ ค่าใช้จ่ายในการดูแล เดือนละ 6 – 7 หมื่นบาท ยอมรับว่ารายรับไม่เพียงพอ

ทุกวันนี้ บ้านหลังที่ใช้อยู่อาศัยก็กำลังจะถูกยึด เพราะต้องนำเงิน มาจ่ายค่ารักษาพยาบาลหลานสาว แต่ถือว่าโชคดีที่ทางธนาคารยังให้โอกาสในการประนอมหนี้ เพราะเห็นว่าตนเองลำบากจริงๆ ซึ่งตน ไม่เคยมีความสุขเลย ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นกับหลานสาว รอยยิ้มที่เคยมีได้หายไป สิ่งเดียวที่พอทำให้มีกำลังใจ คืออยู่เพื่อหลานสาวเท่านั้น

ครอบครัวคอยดูแลน้องจุ๊บแจง


สำหรับน้องแจง ทุกวันนี้ยังมีอาการผวา หวาดระแวง โดยเฉพาะสมองที่มีการพัฒนาช้า แพทย์บอกว่า เสมือนกลับไปเป็นเด็กทารก แม้จะไม่มีโอกาสกลับมาปกติ แต่แพทย์บอกว่า ยังสามารถประคับประคองและฟื้นฟูร่างกายให้เกิดการรับรู้ ตอบสนองได้มากขึ้น ตอนนี้สิ่งที่ตนต้องการคือ อยากให้คดีความของหลานสาวได้รับความเป็นธรรม มีความคืบหน้า พร้อมกับอยากให้คู่กรณีเห็นใจครอบครัวตน และหันมาเหลียวแลบ้าง เพราะได้รับผลกระทบ และลำบากมาก ทุกวันนี้เงินของครอบครัวต้องทำเพื่อหลาน

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์


ด้านทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ บอกว่า อยากให้หน่วยงานที่เป็นคู่กรณีออกมารับผิดชอบ เพราะเรื่องดังกล่าวผ่านมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยเฉพาะตำรวจ สน.พญาไท ที่ต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นสร้างความเจ็บปวดทั้งร่างกาย และจิตใจต่อครอบครัวผู้บาดเจ็บ พร้อมจะติดตามเรื่อง จนกว่าผู้เสียหายจะได้รับความเป็นธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่