ญาติ "สารวัตรกานต์" แถลงขอความเป็นธรรม ติดใจปมบุกจับกุมจนเสียชีวิต

19 มี.ค. 66

ญาติคาใจปมบุกจับกุม "สารวัตรกานต์" แถลงข่าวเรียกร้อง 5 ข้อ เร่งสอบสวนคดีภายใน 3 วัน ยันสารวัตรกานต์เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต

จากกรณีที่ พ.ต.ท.กิตติกานต์ แสงบุญ อายุ 51 ปี หรือ "สารวัตรกานต์" สังกัดศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล มีอาการทางจิตคลุ้มคลั่งกระหน่ำยิงปืนออกมาจากบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ย่านเขตสายไหม กทม.

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนาน 27 ชม. ก่อนหน่วยอรินทราชจะบุกเข้าจับกุมยิงตอบโต้กัน ผู้ก่อเหตุถูกยิง 6 นัดกระโดดหนีออกทางหน้าต่างชั้น 2 หลังบ้าน เจ้าหน้าที่ตามตะครุบไว้ได้นำส่ง รพ.ภูมิพลฯ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ (19มี.ค.66) ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทางญาติพี่น้องของสารวัตรกานต์นำโดย นายลิขิต แสงบุญ อายุ 58 ปี พี่ชายคนโตพร้อมด้วยพ่อแม่และญาติพี่น้องอีก 20 กว่าคนได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก โดยนายลิขิตได้เปิดเผยว่าตัวของสารวัตรการเป็นน้องคนสุดท้องจากพี่น้อง 5 คน เป็นคนมีจิตใจเมตตา อ่อนน้อมถ่อมตนและซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่รักของเพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมงาน ไม่เคยรังแกข่มขู่ข่มเหงทำร้ายจิตใจใคร

โดยทางครอบครัวจะขอเรียกร้อง 5 ข้อหลักๆ ก็คือ

1.ให้ทำการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่บุกเข้าไปในบ้านชุดซุ่มยิง ชุดที่ปิดล้อมรอบๆ บริเวณบ้านว่าแต่ละคนได้มอบหมายอะไรบ้าง แต่ละคนใช้อาวุธปืนชนิดใด หมายเลขใด กระสุนไปกี่นัด

เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปในตัวอาคารบ้านทั้งหมดมีใครบ้าง มีกระสุนเข้าไปกี่นัด ใช้ปืนกระบอกใด เบิกกระสุนมากี่นัด ยิงไปกี่นัด เหลือกระสุนกี่นัด

เจ้าหน้าที่อยู่ชั้นบนบ้านเป็นใคร ยิงไปกี่นัด เจ้าหน้าที่ที่อยู่ชั้นล่างเป็นใคร ยิงไปกี่นัด และเจ้าหน้าที่ที่ซุ่มยิงอาวุธออกไปมีใครบ้าง ยิงจุดใดบ้าง ยิงกี่นัด

2.อยากให้พนักงานอัยการเข้ามาร่วมสอบสวนในครั้งนี้

3.ให้สอบสวนผบ.ตรซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดบริหารการจับกุมที่ตัดสินใจสั่งการบุกเข้าจับกุมครั้งนี้

4.ทั้งนี้เพื่อการสอบสวนที่ถูกต้องเป็นธรรมและเกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย ขอให้ทำการสอบสวนแล้วเสร็จภายใน 3 วันภายในวันที่ 22 มี.ค.2566

5.ขอให้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ชุดที่เข้าไปตรวจพิสูจน์อาคารเกิดเหตุเบื้องต้นว่าได้ตรวจยึดสิ่งใดบ้างอย่างไร

ส่วนสิ่งที่ครอบครัวยังคาใจและติดใจสงสัยก็คือทำไมผู้บังคับบัญชาไม่ใช้วิธีโดยละมุนละม่อมพาไปรักษา แต่กลับพากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธหนักจำนวนหลายรายเข้าไปปิดล้อมกดดัน ซึ่งวิธีนี้ทำให้เกิดความเครียดสะสม คิดดูว่าคนปิดล้อมเป็นร้อยเพื่อจะจับคนคนเดียวเป็นสิ่งที่ไม่น่ากระทำในยุคนี้ เพียงแค่รอเวลาให้เขาสงบสติอารมณ์ก็น่าจะคลายเครียดมาได้แล้ว

ส่วนความเครียดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นปัญหาความเครียดเนื่องจากการทำงาน ที่ผ่านมาน้องชายทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยก่อนหน้านี้น้องชายทำงานด้านปราบปรามยาเสพติดและถูกโยกย้ายมายังกองบัญชาการการศึกษาวิทยาลัยตำรวจ

ถึงแม้ช่วงแรกเป็นช่วงปรับตัว เนื่องจากถูกโยกย้ายโดยไม่สมัครใจ แต่ต่อมาเจ้าตัวก็รู้สึกพอใจและทำงานด้วยดีมาโดยตลอดและอยากทำงานอยู่ที่เดิมจนกระทั่งคำสั่งล่าสุดถูกสั่งย้ายโดยไม่ทันรู้มาก่อน

ซึ่งแรกๆ เจ้าตัวก็รู้สึกพอใจแต่ทราบลักษณะงานไม่เหมือนเก่า ภายในองค์กรมีปัญหาหลายอย่าง มีผลกระทบต่อจิตใจเพิ่มมากขึ้นจนเกิดความเครียดขึ้นมาได้ ไม่อยากไปทำงาน เป็นงานที่ไม่ถนัดจนเกิดความเครียด

การถูกย้ายในครั้งนี้เป็นการย้ายโดยไม่ได้สมัครใจจะย้ายอย่างที่เป็นข่าว เจ้าตัวผิดหวังและเสียใจมากในการถูกย้ายครั้งนี้ ซึ่งเป็นการถูกย้ายอย่างกะทันหันไม่คาดคิดมาก่อน ไม่มีการสอบถามความสมัครใจ ขอให้ตรวจสอบให้ดีว่าตำแหน่งคนที่มาแทนที่เป็นคนของใคร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งตัวน้องชายทราบดี ซึ่งจุดนี้คนนั้นก็ทราบดีและเกรงว่าเรื่องนี้จะถูกเพิกเฉย

 

 

advertisement

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวทั่วไป เป็นกระแส