"หมอชลน่าน" อัด รบ. 8 ปีที่แปดเปื้อนแก้เศรษฐกิจล้มเหลว

15 ก.พ. 66

"หมอชลน่าน" เปิดยุทธการกระชากหน้ากากคนดี ซัดรัฐบาล 8 ปีที่แปดเปื้อน แก้เศรษฐกิจล้มเหลว ถลุงใช้งบเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง

 

วันที่ 15 .พ. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระเพื่ออภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงหลักการและเหตุผลของญัตติการเปิดอภิปรายทั่วไปว่า การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน 12 ประการที่รัฐบาลประกาศว่าจะเร่งดำเนินการก็ไม่ได้ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การแก้ปัญหาการดำรงค์ชีวิตของประชาชน ที่พบว่าประชาชนระดับรากหญ้าอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ต่ำกว่ามาตรฐาน มีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนในสังคมสูงมาก เกิดภาวะรวยกระจุกจนกระจาย  คนไร้ที่อยู่อาศัยมีเพิ่มมากขึ้น ปัญหาประมงพื้นบ้านยังไม่ได้รับการแก้ไข

 

ขณะที่ประมงระดับชาติก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากการตราพระราชกำหนดของรัฐบาล การบริหารประเทศของคณะรัฐมนตรีไม่ได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชน มีการใช้จ่ายงบประมาณและการก่อหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล ส่งผลให้หนี้สินต่อครัวเรือนและต่อหัวประชากรสูงขึ้น ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนได้ ทำให้การบริหารงานด้านเศรษฐกิจล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แต่มุ่งเน้นใช้เงินเพื่อประโยชน์ทางการเมืองเพื่อสร้างคะแนนนิยมของรัฐบาล ทำให้การเมืองไทยเข้าสู่ธนกิจทางการเมือง มีการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนและพวกพ้องของตัวเองทำให้เกิดการผูกขาดและการแสวงหาประโยชน์จากโครงการของรัฐและทรัพยากรธรรมชาติ

 

ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยต้องปิดตัว รวมถึงปัญหาทุจริตแล้วการพนันที่ปล่อยให้องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติมาใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งทำมาหากิน ส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการป้องกันและแก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นอกจากนี้การป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยก็ไร้ประสิทธิภาพแผ่นดินของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ทำให้ประเทศชาติสูญเสียโอกาส

 

นพ.ชลน่าน อภิปรายย้ำว่า 8 ปีที่แปดเปื้อน ใช้ .44 ปิดเหมืองทองอัคราจนบริษัทแม่ฟ้องร้อง และยังใช้งบประมาณมหาศาลกว่า 24.5 ล้านล้านบาท แต่ผลงานต่ำเตี้ยเรี่ยดิน

 

ทั้งนี้ ขอบคุณนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลจนความจริงปรากฏในสังคม ลูกหลานเราจะได้ตาสว่างว่าคนดีที่ใส่หน้ากากอยู่นี้ เบื้องหลังเป็นอย่างไร ทำไมการทุจริต การซื้อขายตำแหน่งมาระบาดหนักในยุคนี้ แถมตบทรัพย์เป็นอาจิณ จะบอกว่า ก็เพราะตนตรวจสอบเก่ง ก็ตอบได้ ตนอยากฟัง นายกฯ ต้องชี้ให้เห็นว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่วันนี้ การซื้อขายตำแหน่ง มันค้นพบในการดำรงตำแหน่งจำนวนมาก ยกตัวอย่าง อธิบดีท่านหนึ่ง กระทำความผิด แต่กลับย้ายมาอยู่ที่สำนักนายกฯ ทำเพื่ออะไร มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทำเพื่อปกป้องหรือไม่ เพราะมีความใกล้ชิดเป็นน้องชายของเพื่อนสนิทท่าน

 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วันนี้ธนกิจการเมือง มีการใช้เงินเป็นใหญ่ เพื่อทำงานการเมือง เพื่อต้องการอยู่ในอำนาจ เขาให้พล..ประยุทธ์ อยู่แค่ 8 ปีแต่ พล..ประยุทธ์ไม่พอ ศาลให้อยู่ต่อ 2 ปี พล..ประยุทธ์ก็ประกาศว่าจะอยู่ต่อ และไม่ได้บอกว่าจะอยู่แค่ 2 ปี ยังพูดกำกวม ถ้าเป็น .151 ตนจะกล่าวหา พล..ประยุทธ์ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด

 

นพ.ชลน่าน ยังกล่าวถึงปัญหายาเสพติดว่า ยุคนี้แพงหมด ยกเว้นยาเสพติด ซึ่งกินเนสส์บุ๊กบันทึกสถิติได้ ก็อยากให้บันทึกว่า รัฐบาล พล..ประยุทธ์ ราคายาบ้าถูกที่สุด และสารตั้งต้นที่ถูกลงและหาง่าย ทำให้วันนี้คนผลิตยาบ้าได้เยอะพร้อมตั้งคำถามว่า มีการเวียนของกลางกลับมาใช้หรือไม่ เพราะเผาทำลายของกลางจำนวนมาก แต่ยาบ้าที่อยู่ในระบบก็ยังมีจำนวนมากมายมหาศาล

 

ส่วนกรณีที่บอร์ด สปสช.ไม่เซ็นอนุมัติเบิกจ่ายงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชนที่จะได้รับการดูแลเรื่องส่งเสริมและป้องกันปี 2566 จำนวนประมาณ 14 ล้านคน จนเกิดการเรียกร้อง ในที่สุดรัฐมนตรีเลือกที่จะอนุมัติเฉพาะคนที่มีสิทธิ์ในบัตรทอง แต่คนนอกสิทธิ์บัตรทองนั้นไม่อนุมัติ จำนวนเงินประมาณ 5 พันล้านบาท วันนี้สถาน บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขเดือดร้อนอย่างมาก ข้อเท็จจริงที่ตนได้มานั้น แปลกมาก เกิดจากความหวังดีของคณะที่ปรึกษา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปกป้องไม่ให้รัฐมนตรีทำผิดกฎหมายอย่าเซ็นอนุมัติเบิกจ่าย มิเช่นนั้น เป็นอันตรายต่ออนาคตที่กำลังจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยถือเป็นการปกป้องคนหนึ่งคน แต่คน 14 ล้านคนเดือดร้อน

advertisement

คุณอาจสนใจข่าวนี้

ข่าวยอดนิยม

ข่าวการเมือง เป็นกระแส