รวบเฒ่ามหาภัยปลอมเฟซฉุดสาว แฉขังเหยื่อขายตัวขืนใจเด็ก 16 จนท้อง (คลิป)

25 ม.ค. 66

จากกรณี น.ส.นิภา อายุ 25 ปี น้าสาวของ น.ส.ตุ๊กตา อายุ 17 ปี ได้แจ้งความ เนื่องจากหลานสาวหายตัวไปกับ นายนพดล (สงวนนามสกล) อายุ 50 ปี คาดว่าถูกหลอกลวงด้วยเงินและโทรศัพท์มือถือไอโฟน 2 เครื่อง ซึ่งต่อมา น.ส.นิภา ได้ร้องทุกข์ต่อ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา และสื่อมวลชนขอให้ช่วยเหลือตามหาหลานสาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง สุดพีกเฒ่าปลอมเฟซลวงเด็ก 17 คดีอื้อ เหยื่อเก่าแฉฉุดขังทรมานย่ำยีจนท้อง (คลิป)

491914

ล่าสุดวันที่ 25 ม.ค. 66 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้รับข้อมูลมาว่า น.ส.ตุ๊กตา ไม่ใช่เหยื่อรายแรกของ นายนพดล แต่ก่อนหน้านี้ น.ส.หน่อย (นามสมมติ) เคยถูก นายนพดล ลวงให้รักและพาตัวหนีมาเมื่อปี 62 ก่อนที่ นายนพดล จะถูกจับในปีเดียวกัน ในข้อหาลักทรัพย์ ทำให้ น.ส.หน่อย กลายเป็นอิสระ แล้วเดินทางกลับบ้านเกิด จ.ศีรสะเกษ

กระทั่งเมื่อกลางปี 64 นายนพดล ได้พ้นโทษออกมา แล้วตามสืบหาที่อยู่ของ น.ส.หน่อย จนพบตามตื้อขอคบหาด้วย ทำให้ครอบครัวของ น.ส.หน่อย ไม่พอใจ แต่ไล่เท่าไร นายนพดล ก็ไม่ยอมไป น.ส.หน่อย จึงตัดสินใจยอมออกมาใช้ชีวิตอยู่กับนายนพดล เพราะกลัวว่าครอบครัวจะมีอันตราย จนสุดท้าย น.ส.หน่อย ตั้งครรภ์ ซึ่งระหว่างการตั้งครรภ์ นายนพดล พา น.ส.หน่อย ย้ายห้องพักใน จ.สมุทรปราการ จนสุดท้ายเมื่อต้นเดือน พ.ย. 65 น.ส.หน่อย จึงตัดสินใจอุ้มลูกสาววัย 3 เดือน ณ ขณะนั้นหนี นายนพดล เดินทางกลับบ้านเกิด จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากทนไม่ไหวกับพฤติกรรมหลอกลวงผู้อื่นของนายนพดล 

340708

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมายังห้องพัก ซึ่ง นายนพดล เคยพักอาศัยอยู่กับ น.ส.หน่อย ทีมข่าวได้พูดคุยกับ น.ส.อรกัญญา พันธ์ภูงาม อายุ 53 ปี เจ้าของห้องพัก เล่าว่า เมื่อปลายปี 65 นายนพดลได้เดินทางมากลางดึก เพื่อติดต่อขอเช่าห้องจากตน พร้อมพา น.ส.หน่อย กับลูกอายุ 1 เดือน เข้ามาอาศัย โดยตนคิดค่าเช่าเดือนละ 3,500 บาท และค่าประกันห้อง 8,500 บาท โดยนายนพดลจ่ายเงินค่าเช่า กับเงินประกันเพียง 4,000 บาท ผ่านไปแค่ 2 วัน นายนพดลก็ได้ขอยืมเงินจากตน 1,200 บาท อ้างว่าไม่มีค่านมลูก ด้วยความสงสารตนจึงให้เงินไป

สำหรับพฤติกรรมของนายนพดล ระหว่างอาศัยอยู่ที่ห้องพักของตน อีกฝ่ายชอบมีพฤติกรรมงัดและปีนเข้าห้อง อ้างว่าลืมกุญแจ แท้จริง น.ส.หน่อย อาจไม่ยอมให้เข้าห้อง อีกทั้งยังชอบนำโทรศัพท์มือถือและรถจักรยานยนต์มาเสนอจำนำกับตน แต่ตนไม่รับ  กระทั่งต้นเดือน พ.ย. 65 น.ส.หน่อย ก็ได้ติดต่อผู้ชายคนหนึ่งให้เข้ามาช่วยขนของออกจากห้องพัก เพื่อหนีจากนายนพดล

ซึ่งหลังจากที่ น.ส.หน่อย หอบลูกหนีไปแล้ว นายนพดลก็ได้พาผู้ญิงใหม่เข้ามาอาศัย โดยเปิดห้องเป็นซ่องให้ผู้ชายแวะเวียนเข้ามาใช้บริการทุกชั่วโมง ซึ่งฝ่ายหญิงต้องแบ่งส่วนแบ่งให้นายนพดล จนเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ ตนทนไม่ไหวจึงได้ไล่นายนพดลออกจากห้องพัก โดยยกหนี้ค่าเช่าที่ติดค้างไว้ให้ประมาณ 10,000 บาท

เท่าที่ผ่านมาตนสังเกตว่า น.ส.หน่อย มีท่าทีเก็บกดเมื่ออยู่กับนายนพดล ขณะนั้นตนเชื่อว่านายนพดลอายุมาก น่าจะบังคับน.ส.หน่อย ให้อยู่กินด้วย จนมาทราบข่าว จึงยิ่งยืนยันความคิดของตนว่าถูกต้อง แต่ทั้งนี้ตนยืนยันได้ว่าขณะที่นายนพดลกับน.ส.หน่อย อาศัยอยู่ที่ห้องพักของตน นายนพดลไม่เคยทำร้ายร่างกาย น.ส.หน่อย กับลูก

โดยหลังจากเป็นข่าวดัง ตนขอเรียกนายนพดลว่า “ชั่ว” โดยตนเชื่อว่านายนพดลไม่คิดว่าตัวเองผิด แต่หากนายนพดลติดตามข่าวอยู่ ตนก็อยากบอกว่า “นพดลมามอบตัวเถอะ เด็กมีอนาคต อย่ากักขังเขา”

807778

ด้าน นายนนท์ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี อดีตหัวหน้าสายตรวจ รปภ. ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าและทำงานร่วมกับ นายนพดล เล่าว่า นายนพดล เป็นสายตรวจ รปภ. เมื่อเดือน ต.ค. 65 แต่ก็ถูกปลดออกในเดือน พ.ย. 65 โดยขณะทำงาน นายนพดลมีพฤติกรรมไม่ดีเกี่ยวกับเงิน โดยได้หยิบยืมเงินเพื่อน รปภ. หลายราย รายละ 400-4,000 บาท ร่วมหลักหมื่นบาทแต่ไม่คืน

อีกทั้งยังเชิญ รปภ. รายอื่นกับผู้หญิงเข้ามามั่วสุมภายในห้องพักรายเดือน ซึ่งตนคิดว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ รปภ. หญิงยังได้แจ้งเหตุมาถึงตนว่า นายนพดลพยายามจะเข้ามาจับเนื้อต้องตัว แล้วพยายามดันให้ รปภ. หญิงเข้าไปภายในป้อมสองต่อสอง แต่นายนพดลปฏิเสธการกระทำ

ต่อมา นายนพดลได้ย้ายบริษัทไปสังกัดบริษัท รปภ. อื่น ซึ่งนายนพดลก็ก่อเหตุนำรถจักรยานยนต์ของบริษัทไปใช้แล้วหนีหายไป ตนจึงได้แจ้งเบาะแส เนื่องจากเคยเห็นนายนพดลขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวผ่านย่านแบริ่ง สุดท้ายนายนพดลก็ถูกตามตัวจนพบ แล้วต้องคืนรถจักรยานยนต์ให้กับบริษัท

ทั้งนี้ ตนคิดว่านายนพดลโชคดีที่ไม่มีบริษัท รปภ. ไม่แจ้งความดำเนินคดีหรือขึ้นบัญชีดำกับนายนพดล ทำให้นายนพดลยังสมัครงานเป็น รปภ.ได้อยู่ตลอด ตนจึงอยากเตือนบริษัท รปภ. ทุกที่ให้ตรวจสอบประวัติของนายนพดลให้ดีก่อนจะรับเข้าทำงาน

388882

ในเวลา 17.57 น. ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองชัยนาท ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายนพดล ตามหมายจับ ได้ที่ห้องพัก พร้อม น.ส.ตุ๊กตา อายุ 17 ปี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

โดยจากข้อมูลระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากพลเมืองดีว่า นายนพดลอยู่ในพื้นที่ใกล้ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ก่อนจะตรวจพบว่า นายนพดลกดเงินจากตู้เอทีเอ็มในพื้นที่ใกล้ห้องพัก จึงได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ นำไปสู่การจับกุมตัวในที่สุด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนำตัว นายนพดล และ น.ส.ตุ๊กตา กลับไปยัง สภ.เมืองชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านของ น.ส.ตุ๊กตา

948593

นายสุรัตน์ กันมล ลูกชายเจ้าของหอพักที่นายนพดลพา น.ส.ตุ๊กตา เข้าพัก ซึ่งให้สัมภาษณ์ว่า นายนพดลเช่าห้องอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน แต่เพิ่งพาตัว น.ส.ตุ๊กตา มาอยู่ได้เพียงไม่กี่วัน น่าจะประมาณตั้งแต่เย็นวันที่ 20 ม.ค.

545608

โดย น.ส.ตุ๊กตา ไม่เคยขอความช่วยเหลือ ไม่เคยพูด ไม่เคยสุงสิงกับใคร ซึ่งนายนพดลจะตามติดฝ่ายหญิงไม่ให้คาดสายตา ไม่ว่านายนพดลจะไปทำงานหรือไปที่ใดก็จะพาฝ่ายหญิงไปด้วย

ทั้งนี้ ตนไม่ได้ติดตามข่าว จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบถามในวันนี้ ซึ่งดูภายนอกตนติดว่าทั้งคู่น่าจะเป็นแฟนกัน ไม่คาดคิดว่านายนพดลจะลวงพาฝ่ายหญิงมาจาก จ.ชัยนาท

191357

น.ส.หน่อย อายุ 18 ปี หญิงสาวที่เคยตกเป็นเหยื่อของนายนพดล เปิดใจกับอมรินทร์ ทีวี ว่าเรื่องราวที่ตนเองต้องตกเป็นเหยื่อของนายนพดล เกิดขึ้นเมื่อประมาณกลางปี 64 ซึ่งตอนนั้นตนเองมีอายุ 16 ปี และได้ไปเจอกับนายนพดลจากการโหลดแอปหาคู่

จากนั้นพอได้คุยทางแอปหาคู่ ก็เริ่มแอดเฟซบุ๊กคุยกัน ยืนยันตอนนั้นที่ยอมคุยกับนายนพดลเนื่องจากรูปโปรไฟล์ของเขาเป็นเด็กหนุ่มรูปหล่อ อายุ 24 ปี และคุยกันมาประมาณ 3 เดือน จากนั้นเมื่อตกลงเป็นแฟนกันนายนพดลก็เริ่มจะนัดตนเองไปเจอ ทำให้ตนเองต้องขอวีดีโอคอลก่อนเจอหน้า แต่นายนพดลไม่ยอมวีดีโอคอลคุยด้วย พยายามบ่ายเบี่ยงอ้างว่าติดงานบ้าง อยู่ที่มืดบ้าง

จนกระทั่งนายนพดล ได้เดินทางมาที่ บขส.ศรีสะเกษ และนัดตนเองให้ออกไปเจอ แต่พอไปเจอปรากฎว่ามันคนละคนกับในรูป ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่ากลัวมาก จะถอยหลังกลับก็กลัวนายนพดลจะเสียใจ เพราะตอนที่คุยกันก่อนเจอหน้านายนพดลใส่ใจตนเองจนทำให้หลงรัก จึงตัดสินใจขึ้นรถทัวร์ไปที่บ้านเช่าของนายนพดล ที่ จ.สมุทรปราการ และพอไปถึงนายนพดลก็พาไปรู้จักกับป้าของเขา อ้างว่าพ่อแม่ญาติพี่น้องเสียไปหมดแล้ว ทำชีวิตให้ดูน่าสงสาร โดยขอยึดโทรศัพท์ของตนเองเก็บไว้ ไม่ให้ติดต่อกับทางญาติ

724018

จากนั้นตนเองก็เริ่มเอะใจ พยายามจะหาทางหนี แต่มันก็หนีไม่ได้ กระทั่งตกกลางคืนนายนพดลได้ลงมือข่มขืนและทำร้ายร่างกายตนเอง พอเช้าวันรุ่งขึ้นนายนพดลก็ยอมให้โทรศัพท์ตนเองโทรไปคุยกับพี่สาว แต่ไม่ยอมไปส่ง แล้วหลังจากนั้นนายนพดลก็เริ่มพาตนเองไปที่ทำงานของเขาที่เป็น รปภ. อยู่ ออกอุบายหลอกหัวหน้า รปภ.โกงอายุให้ตนเองได้เข้าทำงานเป็น รปภ. ที่เดียวกัน เปิดโอกาสให้โทรศัพท์ไปคุยกับแม่บ้าง เวลาที่ตนเองจะส่งเงินกลับไปให้แม่ ตอนนั้นยอมรับว่าเสียใจมาก เพราะทุกครั้งที่ได้คุยกับแม่ แม่ร้องไห้ ตรอมใจว่าถ้าลูกไม่กลับบ้านจะผูกคอตาย จนทำให้ชาวบ้านเข้าใจตนเองผิด ต่างประนามตนเองว่าเป็นลูกชั่ว หนีไปอยู่กับผัวไม่ห่วงแม่ตัวเอง

จากนั้นช่วงประมาณเดือน ต.ค. 64 อยู่ ๆ นายนพดล ก็ยอมไปส่งตนเองที่บ้าน โดยตอนนั้นขึ้นรถไฟมุ่งหน้าไปบ้านที่ จ.ศรีสะเกษ และระหว่างเดินทางจำไม่ได้ว่าถึงจังหวัดไหน จู่ ๆ ตำรวจรถไฟก็เข้ามาจับกุมตัวนายนพดล ข้อหาหนีหมายคดีชิงทรัพย์ ตนเองจึงนั่งรถไฟกลับไปที่บ้าน แต่พอกลับไปอยู่บ้านปรากฎว่าประจำเดือนไม่มา แล้วก็มารู้ว่าตนเองตั้งท้องกับนายนพดล กระทั่งแม่ได้พาไปฝากท้องในตัวอำเภอ แต่อยู่ ๆ ผ่านไปประมาณ 3 เดือน นายนพดลก็โผล่มาที่บ้าน มาขอร้องแม่ว่าจะรับผิดชอบเรื่องลูก แล้วก็มาอยู่กินที่บ้านได้ประมาณ 2 เดือน แต่ก็อยู่ไม่ได้เพราะแม่ไม่ชอบ จนต่อมานายนพดลหลอกตนเองพากลับมาที่จังหวัดสมุทรปราการ กระทั่งตนเองได้คลอดลูกสาว

จากนั้นพอตนเองมีลูก นายนพดล ก็เริ่มไม่สนใจ จนมีผู้ชายที่เป็นพลเมืองดีเข้ามาช่วยดูลูกตนเอง และพาตนเองหนีกลับบ้านที่ จ.ศรีสะเกษ ในที่สุด ซึ่งตอนนี้ผู้ชายผลเมืองดีคนนั้นเป็นสามีตนเองที่ดูแลตนเองมาถึงทุกวันนี้ ยอมรับเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้อายชาวบ้านมาก ที่ต้องทำให้แม่เดือดร้อน หากตำรวจจับตัวนายนพดลได้ก็อยากจะพูดกับมันว่า ขอให้คนอย่างมึงถูกลงโทษติดคุกตลอดชีวิต และอยากจะเตือนผู้หญิงคนอื่น ๆ หากจะคบหากับใคร ก็ขอให้ตรวจเช็คดูให้ดีจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อคนชั่วเหมือนกับตนเอง

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม