สาวสะอื้นพี่ติดคุกฆ่าไอ้คลั่งบุกซ้อมหน้าปูด แม่รับผิดป่วยจิตไร้เงินรักษา (คลิป)

24 ม.ค. 66

จากกรณีวันที่ 23 ม.ค. 66 เวลา 18.31 น. มูลนิธิคุณธรรมสงเคราะห์เต็กก่า จีคุงเกาะ เขตตำบลบางจาก, กู้ภัยปากพนังและกู้ภัยนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายด้วยมีดพร้า ภายในร่องน้ำสวนมะพร้าว หมู่ 8 ต.คลองกระบือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

553122680639

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย นอนหงายอยู่ในร่องน้ำสวนมะพร้าวข้างบ้านพัก ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน มีทางมะพร้าวปิดบังศพไว้ ทราบชื่อ “นายบรรชา” (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่พบศพ หลังแพทย์เวรโรงพยาบาลปากพนังทำการชันสูตรพลิกศพพบบาดแผลคล้ายโดนมีดพร้าฟันเข้าศีรษะ 3 แผล ลึก 1 ซม. ยาว 7 ซม. แต่ไม่พบอาวุธในพื้นที่ดังกล่าว

947946

ล่าสุดวันที่ 24 ม.ค. 66 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปยัง สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อติดตามคืบหน้าทางคดี ซึ่งทาง “พ.ต.ท.สุชีพ นวลศรี” สว. (สอบสวน) สภ.ปากพนัง ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า จริง ๆ แล้วบุคคลที่โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจคือผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ “นายอานน คงเรือง” อายุ 55 ปี มีบ้านอยู่ติดกับจุดพบศพและบ้านของผู้ตาย

หลังก่อเหตุใช้ท่อแป๊บเหล็กยาวประมาณ 1 เมตร ตีผู้ตายจนเสียชีวิตก็โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที รอมอบตัวอยู่ที่บ้านไม่ได้หลบหนีไปไหน พร้อมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจึงมีการแจ้งข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย” และคุมตัวฝากขังยังศาลฯ ไปแล้วเมื่อเช้าของวันนี้

867844

ต่อมาทีมข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เป็นร่องน้ำในสวนมะพร้าวคั่นกลางระหว่างหน้าบ้านของผู้ตายและผู้ก่อเหตุ โดย “น.ส.จิรา คงเรือง” น้องสาวของผู้ก่อเหตุ ให้สัมภาษณ์กับอมรินทร์ ทีวี ด้วยสภาพใบหน้าม่วงช้ำระบม ยอมรับว่าพี่ชายเป็นผู้ก่อเหตุจริง ๆ และตนก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกับตาตัวเอง แต่ที่พี่ชายต้องทำมันมีเหตุผลที่มากกว่านั้น ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 66 เวลา 09.00 น. ขณะที่ตนกำลังยืนเก็บยอดมะขามอยู่ที่ริมถนนหน้าบ้าน เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พี่ชายของตนหรือ “นายอานน” ออกไปกินน้ำชาที่หน้าหมู่บ้านพอดี ทำให้ที่บ้านตอนนั้นจะเหลือแค่ตนกับแม่วัยชราป่วยติดเตียง

627731

จากนั้น “นายบรรชา” ผู้ตาย ซึ่งนั่งอยู่หน้าบ้านแม่ของเขาที่อยู่ติดกันกับบ้านของตน ถือพร้าแล้วเดินมุ่งหน้ามาหาตน และพูดว่า “กูฟันให้ตาย” ก่อนจะใช้ด้ามพร้าฟาดเข้าที่ศรีษะของตนอย่างแรงจนตนล้มลงกับพื้น จากนั้นเขาก็กระหน่ำทุบใบหน้าตนด้วยด้ามพร้าอีกหลายครั้ง พรางพูดว่า “เอาให้ตาย เอาให้ตาย”

416906

ตนก็พยายามเรียกร้องขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งญาติของ “นายบรรชา” ได้ยินและวิ่งมาห้าม แต่ “นายบรรชา” วิ่งหนีขึ้นบ้านเสียก่อน พอพี่ชายตนกลับมาบ้านก็รีบนำตัวตนส่งโรงพยาบาล นอนรักษาตัวอยู่ทั้งหมด 4 คืน 5 วัน แพทย์ประเมินต้องเย็บแผลที่ศรีษะ 4 เข็ม และใบหน้าบวมช้ำ เลือดออกในตาขวา

361738

ทั้งนี้หากถามว่า สาเหตุอะไรที่ “นายบรรชา” ถึงได้มาทำร้ายตน ส่วนตัวยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาส่วนตัวหรือสร้างความเดือดร้อนให้ แต่คาดว่า “นายบรรชา” น่าจะหึงหวงตน เพราะสมัยที่ตนยังมีสามีแล้วเวลาสามีมาหาที่นี่ “นายบรรชา” ก็จะตะโดนประชดประชันมาจากบ้านของเขาประจำว่า “สบายแหละเนาะ ผัวมาหาที่บ้าน” ต่อมาพอตนโสดเป็นแม่หม้ายมาได้ 10 ปี เขาก็มักจะแอบดูตอนตนยืนคุยโทรศัพท์ และชอบบ่นพึมพำคนเดียวถึงผู้หญิงคนนู่นทีคนนี้ทีจนเสียงดังลั่น เชิงว่าจะทำให้ตนได้ยินและหึงกลับ แต่ในความเป็นจริงตนไม่ได้สนใจเขาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะรู้ว่าเขาป่วยจิตเวชมาหลายสิบปีแล้ว หนำซ้ำเขายังเคยทำร้ายคนแก่แถวบ้านและเคยบีบคอแม่ของเขาด้วย

cg2

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 66 เวลาประมาณ 15.00 น. ตนออกจากโรงพยาบาลและมานั่งอยู่ที่หน้าบ้าน ทันทีที่ตนมาถึง “นายบรรชา” เดินถือพร้ามาเวียนหน้าบ้านตน 1 รอบ ก่อนจะกลับไปบ้านตัวเองและตะโกนมาซ้ำเติมตนว่า “สมน้ำหน้า เดี๋ยวกุเอาอีก” ผ่านไปไม่นาน “นายบรรชา” เดินถือพร้ามาที่หน้าบ้านตนอีก แต่ครั้งนี้ยังไม่ทันได้ข้ามร่องน้ำสวนมะพร้าว พี่ชายของตนหรือ “นายอานน” ที่เห็นและได้ยินเหตุการณ์ทุกอย่างก็โมโห กลัวว่าตนจะได้รับอันตรายอีก จึงคว้าท่อแป๊บเหล็กไปแล้วฟาดไปที่ศรีษะของ “นายบรรชา” จนล้มลงไปในร้องน้ำ ก่อนจะลงไปชกต่อยกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันต่อ และใช้ท่อแป๊บเหล็กทุบซ้ำจน “นายบรรชา” เสียชีวิตในร่องน้ำ ซึ่งไม่ได้มีการอำพรางซ่อนเร้นศพแต่อย่างใด

cg1

จากนั้นพี่ชายก็กลับมานั่งที่หน้าบ้าน พร้อมกับโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างที่ตำรวจจะมาถึงพี่ชายบอกกับตนว่า “มันจะมาทำมึง ถ้าดูไม่ทำแบบนี้ มึงตายแน่” พร้อมกับเล่าให้ตนฟังว่าตลอด 5 วันที่ตนนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล “นายบรรชา” พูดขู่กับพี่ชายตลอดว่าหากตนกลับมาจะฟันให้ตาย ด้วยเหตุผลนี้พี่ชายตนจึงต้องออกมาปกป้องตน

“น.ส.จิรา” ยอมรับทั้งน้ำตาว่า ในฐานะของน้องสาวรู้สึกสงสารซึ่งในน้ำใจของพี่ชายมาก และดีใจที่มีพี่ชายดีขนาดนี้ ถือว่าเขายอมแลกชีวิตอิสระของเขาเพื่อให้ตนได้ปลอดภัย แต่ใจนึงก็รู้สึกผิดที่ต้องให้พี่มารับกรรมแทน เข้าใจว่าช่วงเวลานั้นพี่คงหมดความอดทนกับพฤติกรรมและคำพูดของ “นายบรรชา” แล้วจริง ๆ จึงอยากฝากบอกพี่ว่า “หากวันใดวันหนึ่งพี่พ้นโทษออกมา น้องคนนี้จะตอบแทนพี่อย่างเต็มที่”

ส่วนกับครอบครัวของ “นายบรรชา” ตนก็อยากถามเหมือนกันว่า ที่ผ่านมาทำไมต้องทำกับครอบครัวตนแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตนไม่เคยไปสร้างความเดือดร้อนให้ ครอบครัวของตนไม่เคยคิดอยากจะทำบาปด้วยการฆ่ากัน แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นการปกป้องชีวิต และตนตั้งใจไว้แล้วว่าจะไปอโหสิกรรมดวงวิญญาณของ “นายบรรชา” ในวันเผาศพ พร้อมกับทำบุญให้ขอให้ไปสู่สุขคติ ชาติหน้าฉันใดอย่าได้พบกันอีก

898977

ด้าน “นางถนอม หนูแก้ว” อายุ 92 ปี แม่ของผู้ตาย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเมื่อ 8 ปีก่อน เจ้าตัวยอมรับว่า ลูกชายป่วยจิตเวชมาประมาณ 20 ปีแล้ว เพราะสมัยที่เขายังเป็นวัยรุ่นได้ไปทำงานอยู่ที่บ่อกุ้งของญาติที่ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช แล้วจู่ ๆ หลังทำได้ 2 ปีก็เริ่มมีอาการไข้ พูดเพ้อคนเดียวและทำร้ายร่างกายคนรอบตัว ก็เลยถูกส่งกลับมาอยู่บ้าน

ตนก็พาลูกชายไปหาหมอไสยศาสตร์ หมอบอกว่าลูกถูกของดำจากเขมรไม่สามารถรักษาได้ จนกระทั่งกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชในที่สุด ที่ผ่านมาก็พาลูกเข้ารับการรักษาตลอดและยอมรับว่าเมื่อ 4 ปีก่อน ตนเคยถูกลูกชายบีบคอด้วย เนื่องจากช่วงนั้นลูกชายไม่ได้รับยาสม่ำเสมอ แต่ถ้าถามว่าลูกชายเสพยาเสพติดไหมเจ้าตัวบอกว่าไม่เคยเห็น ส่วนใหญ่จะเห็นแค่กินเหล้าและสูบบุหรี่มากกว่า

395608

ส่วนกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนไม่เห็นหรือได้ยินตอนที่เกิดเหตุ แต่ช่วง 2-3 วันก่อนเกิดเหตุ ได้ยินลูกชายบ่นพึมพำทั้งวันว่า “เดี๋ยวอีรากลับมา กูจะฆ่า กูไม่เอาไว้” จนสุดท้ายมาเกิดเหตุจนได้ ส่วนตัวไม่ได้ติดใจอะไรกับผู้ก่อเหตุ เพราะรู้ดีว่าลูกชายไปทำร้ายคนในครอบครัวของผู้ก่อเหตุก่อน หลังจากนี้ก็จะจัดงานศพให้ลูกตามพิธี กำหนดสวดอภิธรรมศพคืนแรกวันที่ 26 ม.ค. 66 และเผาวันที่ 29 ม.ค. 66 ที่วัดสุขุม ต.คลองกระบือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

 

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม