"หญิงหน่อย"เผยไม่หวงเก้าอี้หาก"สมคิด"ร่วมงานชี้มีรวมพรรคแน่แต่รอปิดดีล

9 ธ.ค. 65

"สุดารัตน์" พร้อมเปิดทาง "สมคิด" นั่งเก้าอี้แคนดิเดตพรรค ลั่นมีควบรวมแน่แต่รอปิดดีล ยินดีหาก "บิ๊กตู่" เข้ารทสช. ลงเลือกตั้ง

วันที่ 9 .. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสำหรับกระแสข่าวการรวมพรรคไทยสร้างไทย กับพรรคสร้างอนาคตไทยนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่า พรรคไทยสร้างไทยมีแนวทางทำการเมืองที่เป็นภารกิจสุดท้ายให้กับประชาชน พรรคไม่ได้ปิดกั้นในการเข้าร่วมอุดมการณ์ถ้ามีอุดมการณ์เดียวกันแต่ก็ยินดีให้เข้าร่วม ยอมรับว่ามีหลายคนเข้ามาคุย แต่กำลังปรับในเรื่องรายละเอียดแนวทาง ทิศทาง เพื่อให้ตรงกันนักการเมืองที่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ยินดีที่จะต้อนรับ และไม่ได้ต่อรองกันที่ตำแหน่ง ถ้าคนรุ่นนี้ยังหวังตำแหน่งทางการเมืองประเทศคงเดินต่อได้ยาก

ดังนั้น เรื่องของการที่ใครจะมารวมหรือย้ายมาก็มีแน่ แต่ต้องอยู่ภายใต้ อุดมการณ์ แนวทาง ทิศทางนี้ และคงได้เห็นเร็วๆ นี้ ถ้าลงตัวก็จะมีการออกมาแถลง ถ้าไม่ลงตัว พรรคไทยสร้างไทยก็เดินหน้าต่อ เพราะพรรคก็มีความพร้อมอยู่แล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

ส่วนถ้าควบรวมกับพรรคสร้างอนาคตไทย จะยอมให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ ตอบว่า ยินดีที่จะมีพรรคอื่นจะเข้าร่วม ใครเก่ง ใครมีความสามารถเราก็ให้เกียรติ ส่วนเรื่องตำแหน่งไม่ได้ติด แต่ต้องมาคุยกันก่อน

สำหรับการเปิดตัวแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทย คงต้องต้องรอใกล้เลือกตั้ง เพราะจะมีเรื่องการประชุมใหญ่ เพื่อปรับโครงสร้างช่วงต้นปีด้วย

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึง การประกาศจะอยู่ต่ออีก 2 ปี ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีว่าถือเป็นวิธีที่ถูกต้องที่มีพรรคการเมืองรองรับแล้ว มีพรรคการเมืองที่นายกรัฐมนตรีมีแนวโน้มจะเข้าไปสังกัด ถือว่าเป็นสิทธิที่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจเดินต่อ ตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย

เมื่อถามถึงกรณีการประกาศค่าแรง 600 บาทของพรรคเพื่อไทยนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ มองว่า พรรคไทยสร้างไทยถือว่ามีเป้าหมายเดียวกัน คือการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน แต่วิธีอาจจะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้แรงงานพนักงานบริษัท เด็กจบใหม่ เกษตรกร โดยวิธีของพรรคไทยสร้างไทย คือการสร้างรายได้ ค่าแรงจะขึ้นรายได้ก็จะขึ้นโดย ใน 3 ปีจะทำให้คนยากจน 25 ล้านคนหมดไป

ส่วนกรณีตรวจสอบเงินบริจาคพรรคพลังประชารัฐ มองว่า ตามนโยบายปราบโกงคือ ต้องมีการกำหนดกรอบเวลา ทำตรงไปตรงมา ภาพลักษณ์ผู้นำก็จะไม่เสื่อม ถ้าพยายามที่จะเอาใบบัวมาปิดช้าง ความเสื่อมจะตกที่หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เรื่องนี้ก็เห็นอยู่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังตัวใหญ่มาก ทำให้การตรวจสอบเรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้าทั้งที่มีคามเชื่อมโยงชัดเจนกับนายตู้ห่าว

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม