จับพระสึกทั้งคณะหลังพบฉี่ม่วงยกวัด ชาวบ้านหวั่นวัดร้างห่วงหมาแมวอดข้าว

29 พ.ย. 65

จับสึกทั้งคณะ หลังตรวจสารเสพติดพระสงฆ์จำพรรษาทั้งหมด 4 รูป รวมทั้งเจ้าอาวาส ที่บวชมานานกว่า 10 พรรษา พบปัสสาวะเป็นสีม่วง

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงสามพัน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.บึงสามพัน ผู้นำหมู่บ้าน และโรงพยาบาลบึงสามพัน ซึ่งนำโดย นายสมพงษ์ ทองหนูนุ้ย นายอำเภอบึงสามพัน ได้สนธิกำลังร่วมกัน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ตรวจคัดกรองหาผู้เสพสารเสพติด ภายในวัดต่างๆ ในพื้นที่ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ เพื่อนำตัวผู้เสพไปเข้าสู่กระบวนการบำบัด

ผลการตรวจสอบ พบพระสงฆ์ จำนวนหลายรูปจาก 2 วัดดัง ในพื้นที่ มีสารเสพติดในปัสสาวะ หรือฉี่สีม่วง โดยเฉพาะผลการตรวจหาสารเสพติดที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาทั้งหมด 4 รูป รวมทั้งเจ้าอาวาส ที่บวชมานานกว่า 10 พรรษา กลับมีฉี่สีม่วงทุกรูป จนต้องนิมนต์พระลูกวัด 3 รูป ไปทำการสึก ส่วนเจ้าอาวาสหลังจากทราบผลการตรวจ ได้เดินทางออกจากวัด และยังไม่ทราบว่าได้สึกแล้วหรือยัง และจะไปสึกที่วัดไหน

โดยหนึ่งในพระที่ถูกจับสึกแต่ยังอยู่ที่วัด เปิดเผยว่า ไม่ได้ไปไหนเพราะสงสารสุนัข ตนยังคงหาข้าวให้สุนัขกิน ตนบวชอยู่ที่นี่มา 4 พรรษาแล้ว และยอมรับว่าตนเสพยามานานแล้ว แต่ไม่ได้เสพทุกวัน และวันที่โดนตรวจเจอคงเป็นสารตกค้าง ซึ่งตนรู้สึกแปลกใจว่า ทำไมไม่ตักเตือนกันก่อน แต่จับสึกเลย

ส่วนชาวบ้านที่เคยมาร่วมก่อสร้างวัดรายหนึ่ง ซึ่งกำลังมานั่งดูวัดที่ไม่มีพระ เล่าว่า ตนก็เคยได้ยินมาบ้างเรื่องพระเสพยา แต่ตนก็เข้ามาในวัดเป็นครั้งคราว โดยในช่วงที่เข้ามาก็เห็นท่านทำงานตัดหญ้ากันตามปกติ ความรู้สึกตนตอนนี้ รู้สึกงงๆ และมืดแปดด้าน เพราะเจ้าอาวาสรูปนี้ก็จำพรรษาอยู่ที่วัดนี้มานานหลายปีแล้ว แต่ท่านเป็นคนเงียบๆ และถ้าหากพระชุดที่ถูกจับสึกไปแล้ว จะกลับมาจำวัดอีก ตนคงรับไม่ได้

ขณะที่ นายสังยุติ นามบุรี กำนันตำบลบึงสามพัน เปิดเผยว่า ตามคำสั่งที่เป็นนโยบายของรัฐฯ การปราบปรามยาเสพติด แนวทางก็คือ การสแกนบ้าน วัด โรงเรียน ตนจึงได้แจ้งผู้ปกครอง และได้นำเด็กๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าสู่ขบวนการบำบัด ในส่วนของวัดจากการตรวจปัสสาวะของพระจาก 3 วัด พบ เป็นสีม่วง 4 รูป รวมทั้งเจ้าอาวาส และได้ทำการสึก 4 รูป ส่วนเจ้าอาวาสออกจากวัดไปไม่รู้ว่าสึกหรือยัง แต่ท่านก็น่าจะพิจารณาตัวเองว่า ท่านเดินทางผิดพลาด ท่านก็ต้องรับผิดชอบ

เหตุการณ์นี้ตนยอมรับว่าเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจประชาชนอยู่บ้าง ต่อจากนี้ตนก็ต้องปรึกษาพระผู้หลักผู้ใหญ่รวมทั้งชาวบ้าน แต่ตอนนี้ต้องเข้าไปช่วยกันจัดระเบียบภายในวัด เหตุมันเกิดขึ้นแล้วบวชได้ก็สึกได้ สึกแล้วก็มีคนมาบวชใหม่ คนที่มาบวชก็ไม่ใช่พระอรหันต์ เป็นสงฆ์สมมุติจะสึกเมื่อไหร่ก็ได้ วันนี้ได้ให้คณะกรรมการวัดเข้าตรวจสอบทรัพย์สินภายในวัดและบันทึกไว้แล้ว ส่วนพระที่ยอมสึกบางคนยังคงช่วยดูแลทำความสะอาด และคอยให้อาหารสุนัข และไก่ ซึ่งก็เป็นข้อดีของเขาที่ยังห่วงสัตว์ ตนก็หวังว่า หลังจากเข้าสู่ขบวนการแล้วพวกเขาจะเป็นคนดีของสังคม

กำนันยังกล่าวอีกว่า วัดไหนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ ให้รีบลดละเลิกแล้วหยุดเดี๋ยวนี้ ด้วยความที่เราผูกพันอยู่กับวัด พระก็ไม่ใช่ว่าจะหาง่ายๆ แล้วพระที่ดีๆก็หายาก แต่ถ้ามีพระอย่างนี้ไม่มีดีกว่า เราไปกราบไหว้เพราะเราอยากได้บุญ แต่ที่ท่านทำตนก็รู้ว่าท่านไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร และไม่ได้ไปฆ่าใคร แต่จะบอกว่า อย่าหาทำ

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่