advertisement

จับทั้งผ้าเหลือง! พ.ต.ท.ปราบยาเชิดงบหลวง 14 ล้านหนีบวช แม่ช็อกยันสมถะไร้เงิน (คลิป)

24 พ.ย. 65

จากกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับตำรวจ สภ.เถิน อ.เถิน จ.ลำปาง ร่วมกันจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหา พ.ต.ท.วีระเดช กีรติพสุวัฒน์ ตามหมายจับ จำนวน 2 หมายจับ ได้แก่ หมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์ฯ และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และ หมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง กระทำความผิดฐานในฐานเดียวกัน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสารวัตรสืบสวน กก.สส. บก.น.7 มีพฤติการณ์โดยทุจริตเบียดบังเอาเงินยืม เพื่อปฏิบัติการล่อซื้อยาเสพติด จำนวน 6 ล้านบาท และ 8.3 ล้านบาท ตามลำดับ รวมจำนวนกว่า 14 ล้านบาท

692628

โดยจากการสืบสวนหาข่าวทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหาหลบหนีมาบวชเป็นพระภิกษุ อยู่ที่วัดดอนไชย ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง จึงเข้าจับกุมตัวพร้อมให้ลาสิกขา

107857

วันที่ 24 พ.ย. 65 ทีมข่าวเดินทางไปยังวัดดอนไชย ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง ซึ่งเป็นวัดที่ผู้ต้องหาถูกจับกุมตัว ก่อนนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือและลาสิกขาบท ที่ สภ.เถิน และตัวส่งให้พนักงานอัยการและผู้ว่าคดี เพื่อฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง

200274

ทีมข่าวพบกับพระณเรศ ปสันนจิตโต รักษาการเจ้าอาวาส และ นายจรัส กาบุตร อายุ 63 ปี ประธานวัด เล่าว่า นายวีระเดช ได้กลับมาอยู่ที่บ้านเกิดได้ 2 ปีแล้ว ก่อนที่จะบวชได้เข้ามาช่วยงานวัดดูแลทำสวนอยู่เสมอ อาตมาทราบว่าเป็นอดีตตำรวจแต่ไม่เคยได้สอบถามว่าเพราะอะไรจึงออกจากราชการ นายวีระเดช ได้แต่บอกว่าพ่อเสียชีวิตจึงอยากกลับบ้านมาดูแลแม่ที่อายุ 74 ปี

ก่อนที่นายวีระเดช จะขออุปสมบทช่วงเดือน มิ.ย. 65 ที่ผ่านมา เพราะอยากศึกษาพระธรรมวินัยและช่วยงานวัดอย่างเต็มรูปแบบ และมีการวางแผนว่าจะลาสิกขาช่วงเดือน ก.พ.66 หลังจากเสร็จสิ้นพิธีพระราชเพลิงศพ ของเจ้าอาวาสรูปเก่าที่มรณภาพไปเมื่อปี 63

742202

ระหว่างนั้น นายวีระเดชก็เป็นพระที่ปฏิบัติดีพูดจาเพราะช่วยงานวัดอย่างเต็มที่ หาเงินเข้าวัดเพื่อพัฒนามาโดยตลอดไม่เคยมีเรื่องทุจริตเงินวัดใด ๆ เลย นอกจากนี้ยังมีเพื่อนมาหามาเยี่ยมที่วัดอยู่เป็นระยะ ซึ่งนายวีระศักดิ์ไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวในอดีต ช่วงที่เป็นตำรวจให้ใครฟัง

689524

ก่อนที่เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 65 มีรถขับเข้ามาในวัด อาตมาคิดว่าเป็นเพื่อนของนายวีระเดช อาตมานั่งอยู่หน้ากุฏิไม่ได้เดินไปดู มาทราบว่านายวีระเดชถูกจับก็เมื่อ นายวีระเดช โทรศัพท์มาบอกว่าอยู่ที่โรงพักแล้ว และคงไม่ได้กลับไปที่วัดแล้ว มีหลวงพ่อเจ้าคณะ ต.ล้อมแรด เป็นผู้บาสิกขาให้ อาตารรู้สึกตกใจไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร มาทราบข่าวตามเว็บไซต์ที่มีการลงข่าวกัน

229226983417101064

โดยทราบว่าข้อมูลคดี เมื่อ ปี 2553-2554 ป.ป.ช. มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บ.ชน.) กล่าวหา พ.ต.อ.พิรพล อัจกลับ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กับการการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 และ พ.ต.ท.วีระเดช หรือศิระเดช กีรติพสุวัฒน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสารวัตรสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 โดยถูกร้องเรียนว่า เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีร่วมกันเบียดบังเงินล่อซื้อยาเสพติดจาก บ.ชน. เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท

มีพฤติการณ์ คือ พ.ต.อ.พิรพล ได้ทำสัญญายืมเงิน เลขที่ 1/54 จาก บ.ชน. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการล่อซื้อเพื่อจับกุมปราบปรามผู้ลักลอบค้ายาเสพติด ช่วงปลายปี 2553 จำนวน 6 ล้านบาท และ 8.4 ล้านบาท โดยได้รับอนุมัติให้ยืมเงินล่อซื้อเพื่อจับกุม โดยมี พ.ต.ท.วีระเดช หรือศิระเดช เป็นผู้รับมอบฉันทะ รับเงินจำนวน 6 ล้านบาท และ 8.4 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนด 5 วัน นับแต่วันที่ยืมไป คือต้องส่งเงินภายในวันที่ 4 ม.ค. 2554 และกรณียังไม่สามารถส่งเงินล่อซื้อคืนภายในกำหนด สามารถขยายเวลาส่งเงินล่อซื้อคืนออกไปได้อีก 5 วัน และเมื่อครบกำหนดส่งเงินล่อซื้อคืนแล้ว พ.ต.อ.พิรพล กับพวก ยังไม่คืนเงินล่อซื้อดังกล่าว จึงเป็นการเบียดบังเงินยืมล่อซื้อโดยทุจริต และไม่ปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการยืมเงินล่อซื้อเพื่อจับกุมปราบปรามผู้ค้ายาเสพติด พ.ศ.2543

701530

ต่อมาฝ่ายอำนวยการ 8 (งานคดี) กองบังคับการอำนวยการ บ.ชน. มีบันทึกข้อความช่วงต้นปี 2557 ให้ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 8 ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.พิรพล กับพวก ให้ได้รับโทษทางกฎหมาย กระทั่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช. ระบุว่า มีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ฐาน กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและฐานกระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1), (5) และ (6) มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และมาตรา 157 ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าวไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยและส่งไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญา

921709

กระทั่งมี 2 หมายจับ คือหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง ที่ 6/2563 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์ฯ และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตาม ป.อ. มาตรา 147 และมาตรา 157 และหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตฯกลาง ที่ จ.89/2565 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานในฐานเดียวกัน

โดยก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.วีระเดช เป็นอดีตข้าราชการตำรวจสังกัด กก.สส.บก.น.7 มีลูก 2 คน คนโต เป็นผู้ชายอายุ 20 ปี กำลังเรียนตำรวจ คนเล็กอายุ 18 ปี ผู้หญิง ได้เลิกรากับภรรยาไปแล้ว ก่อนจะบวชมีอาชีพขายประกันอีกด้วย

986001

ทีมข่าวยังเดินทางไปที่บ้านของ นางศรีสุวรรณ ทิพปะละ อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นแม่ของ นายวีระเดช โดยเป็นบ้่นไม้ 2 ชั้น ห่างจากวัดดอนไชย เพียง 200 เมตร หน้าบ้านมีป้ายขายประกัน ทีมข่าวคุยกับ นางศรีสุวรรณ ทิพปะละ อายุ 74 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ลูกชายถูกจับตนเองไม่รู้เรื่องอะไรเลยเพราะลูกชายไม่พูดให้ฟัง ตนเองนำเสื้อผ้าไปส่งให้ที่วัดลูกชายบอกว่าแม่ไม่ต้องถาม เพราะเขากลัวแม่จะเครียดเพราะแม่เป็นโรคหัวใจ ก่อนถูกนำตัวไปโรงพัก จนตนเองมาทราบข่าวภายหลังรู้สึกเสียใจมากที่ลูกเป็นถึงเจ้าคนนายคนแต่มาทำแบบนี้ไม่คิดว่าจะกล้าทำ แต่ขอยืนยันว่าตามข่าวที่ลงไม่จริงเพราะลูกชายตนเองไม้ได้หนี ถ้าหนีคงหนีไปที่อื่นแล้ว แต่ลูกชายกลับมาบ้าน ตำรวจเพิ่งจะมาคุมตัว

ลูกชายเป็นตำรวจมานานนับ 10 ปี ก่อนหน้านี้อยู่ภาคอีสาน ภาคใต้ และประจำที่ กทม. ก่อนจะออกจากตำรวจเมื่อประมาณปี 2554 แต่ไม่ได้บอกครอบครัวว่ามีปัญหาอะไร ก่อนที่จะประกอบอาชีพขายประกัน ช่วงนั้นลูกชายก็ใช้ชีวิตปกติไม่มีฐานะร่ำรวย ไม่ได้ซื้ออะไรใหม่ไม่ได้ให้เงินแม่ไม่รู้เอาเงินไปทำอะไร

กระทั่งเมื่อกลางปีนี้ ลูกชายอยากจะบวชตนเองก็เห็นด้วย เพราะอยากให้ลูกชายช่วยงานหลวงพ่อที่วัดเพราะตนเองก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเจ้าอาวาสด้วย ตนเองยังขอให้ลูกชายสึกปีหน้า เพราะอยากให้เขาช่วยเหลืองานพระราชเพลิงศพของหลวงพ่อให้เสร็จก่อน แต่มาถูกจับก่อน โดยล่าสุดทราบว่าลูกสาวคนเล็กกำลังจะทำเรื่องประกันตัวอยู่ที่ กทม.

 

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่