advertisement

สาวใหญ่ถูกหลอกขาย จยย. ผ่านเฟซบุ๊ก  สุดแค้นอยากกระทืบมากกว่าได้เงินคืน

4 ต.ค. 65

สาวใหญ่เจ้าของร้านกล้วยถูกหลอกขาย จยย. ผ่านเฟซบุ๊ก โดนอ้างสารพัดมาส่งรถไม่ได้ สุดแค้นอยากกระทืบมากกว่าได้เงินคืน

เมื่อเวลา 17:00 น. (3 ต.ค.65)  ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ปาณิดา อายุ 41 ปี เจ้าของร้านสถานีกล้วยกล้วย  ถนนห้วยใหญ่ อ. บางละมุง จ.ชลบุรี หลังถูกมิจฉาชีพหลอกขายรถ จยย. ผ่านทางเฟซบุ๊ก

น.ส.ปาณิดา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2565 ตนได้ใช้เฟซบุ๊กเพื่อที่จะหาซื้อ รถจักรยานยนต์มือสอง โดยก่อนหน้านี้ก็เคยซื้อผ่านทางแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กมาก่อนแล้ว แต่ไม่เคยโอนเงินไปก่อน ระหว่างที่ใช้โปรแกรมได้ เปิดไปเจอผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า รายหนึ่งได้โพสต์ขายรถจักรยานยนต์ อยู่ในเมืองพัทยา ยี่ห้อ ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์150 สีแดง ปี 2018 ในราคา 40,000 บาท

ตนจึงเกิดความสนใจเพราะเห็นว่าราคาไม่แพง จึงได้ทักไปถามผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ตอบกลับ ว่า จยย. ยังไม่ได้ขาย พร้อมทั้งส่งคลิปวิดีโอรถ จยย.กลับมาให้ดู ให้ฟังเสียงเครื่องยนต์และเสียงท่อไอเสีย ก่อนที่จะบอกว่ารถ จยย.คันดังกล่าวนั้นอยู่ที่กรุงเทพ ถ้า  น.ส.ปาณิดา สนใจจริง สามารถนำรถไปส่งได้ถึงหน้าบ้าน

หลังจากนั้นผู้ขายได้ถาม น.ส ปาณิดา อีกว่าบ้านอยู่ที่ไหน น.ส.ปาณิดา ตอบว่า ตนพักอยู่พัทยากลาง ทางผู้ขายตอบมาว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ไปส่งรถให้ลูกค้าเหมือนกันที่ซอยเนินพลับหวาน พัทยากลาง พร้อมกับส่งรูปถ่ายให้น.ส.ปาณิดา ดู ก่อนจะตอบมีอีกว่าถ้าลูกค้าสนใจจริงเพียงแค่มัดจำเงิน 5000 บาทส่วนเงินที่เหลือจะเก็บอีกที เมื่อรถไปถึงหน้าบ้าน

จากนั้นผู้ขายได้ขอเบอร์โทรศัพท์ ของตนและโทรมา ถามที่อยู่ของตน น.ส.ญิดาจึงเอ๊ะใจทำไมราคารถถูก ซึ่งตนก็คิดว่ารถ ปี 2018 ซึ่งราคาน่าจะอยู่ที่ 5-7 หมื่นบาท ก่อนที่จะโอนให้ 5 พันบาทค่ามัดจำ หลังจากนั้นก็ได้ขอที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์  ผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็ได้ติดต่อกลับมาบอกตนว่ามีค่าขนส่งจำนวน 3,500 บาท ซึ่งตนก็บอกว่าทำไมค่าขนส่งจึงแพงจัง ผู้ขายจึงออกอุบายให้ น.ส.ปาณิดา จ่ายมาก่อนครึ่งนึงจะได้ส่งฟรี

ทางด้านของ น.ส.ปาณิดา จึงได้โอนเพิ่มอีก 15,000 บาท รวมของเดิมอีก 5,000 บาท เป็น 20,000 หลังจากโอนเงินเรียบร้อยทางด้านของผู้ขายได้บ่ายเบี่ยงว่า ฝนตก รถติด ตนจึงได้ติดต่อกลับไป แต่ได้รับคำตอบว่าชุดโอนหายไม่สามารถส่งรถได้ ต้องรอส่งวันจันทร์โดยจะมาส่งรถด้วยตนเอง จากนั้นจึงได้นัดเจอกันที่ขนส่งอำเภอบางละมุง แต่ผู้ก่อเหตุออกอุบายขอโอนเพิ่มอีก 3,000 บาท เนื่องจากที่โอนมายังไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนก็ได้ตอบกลับไปว่าไม่โอนแล้ว ให้ส่งโลเคชั่นที่อยู่มา ตนจะไปเอารถด้วยตนเอง

หลังจากนั้นก็ยังโทรศัพท์มาต่อลองอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะให้โอนเงินตามที่เขากำหนดไว้ แต่ตนก็ไม่ได้โอนแต่อย่างไร ตอนนี้ตนรู้สึกเสียใจ ตนจึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.นาจอมเทียน หลังจากที่ตนเข้าไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีทางเจ้าหนเที่ตำรวจก็ได้แจ้งกับตนว่า ชื่อบัญชีนี้มีหมายแจ้งจับ ซึ่งมีหลายคดี อาทิเช่น คดียาเสพติด คดีฉ้อโกง คดี พรบ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้แจ้งกับตนว่ารอตามคิดคดีที่แจ้งความ เนื่องจากมีคดีแจ้งความเข้ามาเยอะ น.ส.ปาณิดา ก็ยังรู้สึกเสียดายเงินที่เสียไป เนื่องจากเศรษฐกิจตอนนี้ทำมาหากินลำบาก ทั้งนี้ น.ส. ปาณิดา ยังบอกอีกว่าตอนนี้ถ้าเจอตัวคนที่โกงเงินไปอยากจะกระทืบไม่อยากได้เงินคืน

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่