advertisement

Jim Thompson Heritage Quarter ปฐมบทแห่งไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน ใจกลางกรุง

3 ต.ค. 65

“Jim Thompson Heritage Quarter” ปฐมบทใหม่แห่ง “ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน” ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ แบรนด์ไอคอนิกของเมืองไทยเตรียมเนรมิตไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์กสุดตระการตา สัมผัสศิลปวัฒนธรรมอันงดงามที่ผสานกับความทันสมัยหนึ่งเดียวในโลก


Jim Thompson Heritage Quarter พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันงดงามของไทย ร่วมตื่นตาตื่นใจไปกับจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมอันโดดเด่น เพียงก้าวแรกที่เข้าสู่โครงการ ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับความวิจิตรงดงามของกลุ่มสถาปัตยกรรมเรือนไทยซึ่งเคยเป็นบ้านของจิม ทอมป์สัน และพื้นที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของราชาไหมไทย (The Thai Silk King) ตลอดจนได้แนวทางการสร้างบริษัทเพื่ออนุรักษ์วิถีการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมของไทย และการเปลี่ยนแปลงสู่อาณาจักรสมัยใหม่ในปัจจุบัน


โครงการมูลค่าหลายล้านดอลลาร์แห่งนี้ได้ขยายพื้นที่ออกไปถึง 1,400 ตร.ม. เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ประกาศถึงการเดินทางสู่ตำนานบทใหม่ของอาณาจักรจิม ทอมป์สัน เราไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นโดยชายผู้ฟื้นคืนชีวิตให้กับอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยและได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งต้นตำรับและคุณภาพระดับสูงของผ้าไหมไทยตราบจนทุกวันนี้ สำหรับการก่อสร้างโซนต่าง ๆ ในโครงการ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ 100% ในเดือนเมษายน 2566 โดยจะมีการเปิดบริการทั้งร้านอาหาร บาร์ และห้องจัดเลี้ยงอเนกประสงค์ ซึ่งทุกโซนจะสะท้อนถึงจิตวิญญาณและกลิ่นอายแห่งการต้อนรับอันอบอุ่นในแบบของจิม ทอมป์สัน อย่างชัดเจน”


จิม ทอมป์สัน พัฒนาโครงการ Heritage Quarter แห่งนี้เพื่อสร้างความตื่นตัวให้แก่วงการศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนเพื่อช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวและการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวมบนแนวทางอันเปี่ยมคุณค่าและจิตสำนึกแห่งความเป็นไทย และสิ่งสำคัญ คือ การที่แบรนด์สามารถช่วยให้คนไทยเข้าถึงความงดงามของงานหัตถกรรมที่สืบทอดกันมาช้านาน รวมถึงการส่งต่อความรู้ทางประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมสู่ชนรุ่นหลังต่อไป

มาทำความรู้จักกับ Jim Thompson Heritage Quarter

  • Jim Thompson House Museum

ศูนย์กลางของโครงการ Jim Thompson Heritage Quarter ยังคงเป็น Jim Thompson House Museum ซึ่งได้รับการดูแลรักษาอย่างดีให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันเป็นกลุ่มเรือนไม้สักไทย 6 หลัง ซึ่งจิม ทอมป์สัน เป็นผู้เสาะแสวงหามาจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ในช่วงทศวรรษ 1950-1960 โดยทำการถอดแยกส่วนเรือนไทยและนำมาประกอบกันอีกครั้งในบริเวณบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชนบ้านครัวช่างทอผ้าของเขา บ้านของจิม ทอมป์สันหลังนี้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขนาดใหญ่ และหลังจากที่เขาหายตัวไปในมาเลเซียเมื่อปี ค.ศ. 1967 บ้านหลังนี้จึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ตราบจนทุกวันนี้

  • Museum About the Man

นิทรรศการจัดแสดงเส้นทางและตัวตนของจิม ทอมป์สัน รวบรวมจากเอกสารบันทึกของมูลนิธิเจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน (James H.W. Thompson Foundation) แสดงถึงอิทธิพลทางความคิดที่สำคัญและหลักชัยอันยิ่งใหญ่ของชีวิต นับตั้งแต่การทำงานช่วงแรกในฐานะสถาปนิกที่สหรัฐฯ มาจนถึงการสร้างชื่อเสียงในฐานะราชาไหมไทย จนกระทั่งหายสาบสูญไปในขณะเดินทางพักผ่อนที่มาเลเซียในปี ค.ศ. 1967


จิม ทอมป์สัน เคยทำงานเป็นทั้งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพสหรัฐฯ ผู้ประกอบการธุรกิจผ้าไหม นักสะสมงานศิลปะผู้เชี่ยวชาญด้านเรือนไทยโบราณ และเป็นคนดังในแวดวงสังคมของกรุงเทพฯ ช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความหลงใหลในงานหัตถศิลป์ของทอมป์สันทำให้เขามีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนทอผ้าบ้านครัว (ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามคลองกับบ้านจิม ทอมป์สัน) ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักและเรียนรู้เทคนิคการผลิตผ้าไหมที่งดงามและมีคุณภาพ เขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นบ้านของช่างทอพื้นบ้านและเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในท้องถิ่น


นิทรรศการยังแสดงถึงการเดินทางอันน่าอัศจรรย์ของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของจิม ทอมป์สัน ที่เดินทางไปสร้างชื่อเสียงตั้งแต่ Vogue ไปจนถึง Hollywood และ Broadway จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกของไทยเพียงรายเดียว นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของจิม ทอมป์สัน ตั้งแต่ทศวรรษ 1960

  • Home Furnishing Exhibition

พื้นที่จัดแสดงวิวัฒนาการสิ่งทอของจิม ทอมป์สัน หรือ The Evolving World of Jim Thompson Textiles จะเผยให้เห็นถึงเรื่องราวความเป็นมาของบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด (Thai Silk Company Limited) และผู้สร้างสรรค์คนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินธุรกิจของบริษัท หลังการหายตัวไปของจิม ทอมป์สัน ในปี ค.ศ. 1967


ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้นำเสนอเอกลักษณ์อันโดดเด่นสู่อุตสาหกรรมครื่องตกแต่งบ้านมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความอุตสาหะทุ่มเทและการสนับสนุนของกลุ่มบุคคลผู้มีชื่อเสียงของวงการอย่าง แจ็ค เลนอร์ ลาร์สัน, เจอราร์ด เพียซ, ทินนาถ นิสาลักษณ์, อู้ พหลโยธิน และอีกมากมาย ซึ่งนิทรรศการจะนำพาผู้ชมให้ได้สัมผัสถึงการทำงานและผลงานของนักออกแบบผู้สร้างสรรค์เหล่านี้ รวมถึงศักยภาพในการผลิตของบริษัทที่ยังคงขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 60 ปีที่ผ่านมา

  • The Iconic Store

พบกับไอคอนิกสโตร์โฉมใหม่ของจิม ทอมป์สันที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจ ทั้งการตกแต่งภายในและบรรยากาศภายนอกกับประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย ทั้งชายและหญิง กระเป๋า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน และคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟซึ่งมีจำหน่ายที่นี่เพียงแห่งเดียว


การตกแต่งภายในได้รับแรงบันดาลใจมาจากโทนสีแดงของเรือนไทยจิม ทอมป์สัน และถูกออกแบบใหม่ให้เป็นโทนสีส้มอมแดง โดยทุกส่วนของร้านนับตั้งแต่การตกแต่งสีเอิร์ธโทนไปจนถึงแนวผนังลูกคลื่นที่พลิ้วไหว ล้วนถูกออกแบบให้ส่งเสริมสีสันอันงดงามของผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ทั้งยังสื่อถึงความหลงใหล ความเคารพต่องานหัตถศิลป์และขนบธรรมเนียมไทยของผู้ก่อตั้งอาณาจักรแห่งนี้ โดยออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น เชื่อมต่อกันด้วยบันไดวนที่ทันสมัย ให้ลูกค้าสามารถเดินชมผลิตภัณฑ์และของตกแต่งมากกว่า 6,000 รายการ ได้อย่างเพลิดเพลิน

  • The Jim Thompson Art Center

ดำเนินงานโดยมูลนิธิเจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน (James H.W. Thompson Foundation) ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวมพลของเหล่าศิลปินและชุมชนทางวัฒนธรรม เพื่อการนำเสนอแนวคิด การพบปะสมาคม และการเสวนาแลกเปลี่ยนประเด็นต่าง ๆ ทั้งยังสามารถใช้เป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์ การบรรยาย และสัมมนา รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการได้อย่างลงตัว


แฟรงก์ แคนเซลโลนี กล่าวย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า “Jim Thompson Heritage Quarter จะมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก เพราะนี่คือจุดหมายปลายทางเพียงแห่งเดียวที่มีทุกสิ่ง ทั้งผลิตภัณฑ์ผ้าไหมคุณภาพสูงมากมาย ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวกสบาย ร้านอาหารและคาเฟ่ที่หลากหลาย สินค้าแฟชั่นร่วมสมัย ตลอดจนคุณค่าด้านวัฒนธรรมและกิจกรรมเพื่อความบันเทิงไว้อย่างครบครัน ณ ใจกลางมหานครแห่งนี้”

advertisement

ข่าวยอดนิยม