advertisement

"ไมค์ ภัทรเดช" เล่าทั้งน้ำตาชีวิตไม่ง่าย เกือบโดนกินแลกกับการเป็นพระเอก

30 ก.ย. 65

ไมค์ ภัทรเดช เล่าทั้งน้ำตาชีวิตไม่ง่าย เกือบโดนนักปั้นกินหากต้องการเป็นพระเอก ชีวิตผ่านมาเยอะรับเคยคิดสั้น แต่ผ่านมาได้


ถึงกับน้ำตาซึมเลยทีเดียว สำหรับ พระเอกหนุ่ม ไมค์ ภัทรเดช ที่ออกมาเปิดใจผ่านรายการ TurningPoint ที่มีสาวคนสนิท อย่าง ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ เป็นพิธีกร ว่าชีวิตตนผ่านอะไรมาเยอะมาก กว่าจะมีวันนี้ แถมก่อนเข้าวงการเคยเกือบโดนนักปั้นกินก่อนจะดันอีกต่างหาก

ไมค์ ภัทรเดช
โดยหนุ่มไมค์บอกว่า ตอน ม.4 มีคนมาชวนไปประกวดดัชชี่ จนเราได้ที่1 ภาคอีสาน และได้ที่3 ของกรุงเทพ ได้มาอยู่ในสารระบบที่แบบมันไม่ใช่ คือเราไม่ได้เกลียดกะเทยนะ เรามีเพื่อนที่เป็นกะเทยเยอะมาก อยู่ด้วยแล้วสนุก

แต่พอเรามาเจอตอนนั้นมันเป็นอีกแบบ ด้วยความที่เด็กตัวเล็กๆ ที่มีความฝันแล้วเขาเป็นกะเทยที่พาเราไป เขาต้องการอะไรที่มากกว่านั้น เป็นด่านแรกที่เราเจอก่อนที่จะเป็นพระเอก คือเราต้องให้เขากินก่อน คือเรารักเขามาก อยู่ดีๆ จะมาทำแบบนั้นกับเรา อันนั้นตอน ม.5 ผมตัดเขาไปเลย ตอนนั้นอายุ 17 ปี ก็ไปเรียนหนังสือ แล้วตัดไปอีกทีตอนอายุ 21 ปีเลย ไม่เอาแล้ววงการนี้

ชีวิตเราโตมาแบบอิสระ มีฐานะค่อนข้างดี คือเราขายอะไหล่รถแต่งมอเตอร์ไซค์เป็นเจ้าแรกๆ ในท้องถิ่น เราขายน้ำปลา จนวันหนึ่งที่เราโตขึ้นมา เราขอเงินแม่เราก่อน ปกติแม่เป็นคนที่โอนไวมาก ขอปุ๊บโอนปั๊บ

ไมค์ ภัทรเดช

จนวันหนึ่งแม่โอนช้าไปอาทิตย์หนึ่งโทรกลับบ้านแล้วถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้น แม่บอกว่าแม่ไม่มีเงิน เพิ่งล้มละลาย เลิกกับป๊า เพิ่งหย่ากัน ผมตอบแม่กลับไปคำแรกเลยว่า ไม่เป็นไร เทอมแรกมีสอบชิงทุน ผมไม่เคยบอกแม่เลยว่าผมสอบชิงทุนได้ที่ประเทศจีน ผมใช้เดือนละ 5,000 ก็ได้ ผมคิดถึงแม่นะ เดี๋ยวกลับไปผมจะดูแลแม่เอง เป้าหมายเดียวในชีวิตผมในวันนั้นคือ ผมจะต้องดูแลแม่ผมให้ได้

พอกลับมาจากจีนก็เจออีก ผมเจอคนที่ผมรักมาก และฝากชีวิตไว้กับเขา เขาแนะนำให้ผมรู้จักคนคนหนึ่งที่จะพาปมไปสู่ดวงดาว เป็นผู้จัดการดาราใหญ่มากเลย เราแบบโอ้ย...ใกล้ถึงความจริงแล้ว แต่พอไปเจอเขาวันแรก ไปรับเขาที่ห้างที่เขาพาดาราดังๆ ไปทำงานไปส่งที่โรงแรม

ไมค์ ภัทรเดช

ซึ่งโรงแรมปกติต้องมีคนช่วยขนของอยู่แล้ว เขาก็ไม่เอา เราก็ไม่ได้คิดอะไรก็ขนของไปให้เขา เสร็จแล้วเราจะกลับ เขาบอกอย่าเพิ่งกลับคุยกันก่อน ก็ไปนั่งบนโต๊ะในห้องนอนเขา เขาบอกถอดเสื้อหน่อย ขอดูหน่อย เราก็ถามดูอะไรพี่ หุ่นไง เป็นดาราต้องดูหุ่น รูปร่างเป็นยังไงเผื่อต้องเล่นฟิตเนสเพิ่ม พอถอดเสื้อเสร็จ ถอดกางเกงหน่อย เราก็ถอด เพราะเขาบอกอยากดูต้นขา

เพราะดาราบางคนขาใหญ่ บางคนขาเล็กจะได้รู้ว่าใส่ยีนส์ยังไง พอดูเสร็จเขาบอกว่านั่งบนเตียงกับพี่หน่อย เราก็เอะใจแล้ว แปลกมาก คือแค่นั่งเราก็รู้สึกผิดแล้วว่าทำไมเราอยากเป็นขนาดนั้น

คือตอนนั้นเรารู้แล้ว แต่เราเสือกไปนั่ง นั่งสักพักเขาเสือกถอดเสื้อเขา เราก็ลุกสิ แล้วเราก็ถามเขา พี่ที่เป็นดาราต้องทำแบบนี้ทุกคนไหม เขาตอบผมว่าก็แล้วแต่

ไมค์ ภัทรเดช

ปุ๊กลุก : เรื่องที่ไมค์ไม่ได้พูดคือหลังจากนั้นเขาพยายามทำอะไรบางอย่างที่มันชัดเจนมาก ไม่ใช่แค่ถอดเสื้อธรรมดา เป็นจุดที่นางออกมาเลย

ตัดสินใจว่าอันนี้ไม่ใช่แล้ว ไม่เป็นแล้ว ตอนนั้นเราเปลี่ยนความฝัน โอเคทำธุรกิจก็แล้วกัน พอปี4 เราไปฝึกงานที่ออฟฟิศของอดีตผู้จัดการ เราก็ไปทำหน้าที่ตอบจดหมายเกี่ยวกับประเทศจีน เพราะเขาทำโมเดลลิ่ง เขารักเรามาก วันหนึ่งเขาบอกว่าเขาอยากปั้นเราเป็นดารา เราก็รู้สึกกลัวขึ้นมา

แต่สุดท้ายเราก็ลองดูอีกสักครั้งหนึ่ง แต่ 3 ปีที่บอกว่าจะดูแลแม่ ไม่ไปถึงไหนเลย ช่วงนั้นความทุกข์ ความเครียด เราตัดสินใจเลือกทางนี้เพราะมันเป็นทางเดียวที่ดูแลแม่ 3 ปีผ่านไปยังวนเวียนกับการเดินแบบ คือเข้ามามันไม่ง่ายเลย

มันไม่มีใครเคยรู้ว่าชีวิตผมผ่านอะไรมาบ้าง เราเครียดมาก เราเป็นคนมองโลกในแง่บวก อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไป ในวันที่เครียดเราเครียดมาก ถามว่าเคยอยากฆ่าตัวตายไหม เคยมีความคิดนั้นอยู่แล้ว คอนโดอยู่ชั้น26 ช่วงหนึ่งเครียดมาก ทำงานไม่โตเลย ใช้ชีวิตไปวันๆ

แล้วละครเรื่องหนึ่งถ่ายหลายเดือน เราจัดการเงินแบบนี้ นั่งกินเหล้าริมระเบียงเกือบทุกวัน แต่ไม่เคยให้แม่รู้ ผมมองระเบียงชั้น 26 ทุกวัน มีสระว่ายน้ำมีอะไร โดดไปไม่ตายหรอก แต่ต้องการตาย แต่แค่หลอกตัวเองว่าโดดไปไม่ตายหรอก บางครั้งมันแทบเป็นบ้า แต่เราก็ไม่ทำ เพราะเรามีแม่อยู่

ไมค์ ภัทรเดช

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่