advertisement

“ดร.เอ้” พ้อคนไทยไม่พ้นวงจรเจ็บ-จน ลั่นขออาสาทำสังคมให้น่าอยู่ขึ้น

23 ก.ย. 65

“สุชัชวีร์” ลงพื้นที่บางกอกน้อยชี้คนกรุงไม่พ้นวงจรเจ็บ-จน ลั่นขออาสามาทำงานแก้ปัญหาพัฒนาคน พัฒนาการศึกษา

 

วันที่ 23 ก.ย. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  หัวหน้าทีมการศึกษาทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กเล่าบรรยากาศ ความรู้สึกการลงพื้นที่พบปะประชาชนชาวกรุงเทพฯ โดยระบุว่า บางกอกน้อย ปัญหายังไม่น้อย

 

เช้านี้ ข้ามเมืองมาบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี อีกครั้ง รถติดน่าดู เพราะอาคารบ้านเรือน ร้านค้าหนาแน่น ผมเดินเข้าตรอกแคบๆ ข้ามสะพาน มาจนถึงชุมชนวัดสุวรรณราม หรือบ้านบุ

 

ชาวบ้านข้างวัดที่นี่ อยู่กันตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย อาชีพรับจ้าง หรือค้าขายของเล็กๆ น้อยๆ ในตลาด หรือไม่ก็ค้าขายริมทาง ลูกก็ไปทำงานข้างนอก กลับมาบ้านบ้าง หรือไม่ก็มีครอบครัวของตัวเอง ย้ายไปที่อื่นก็เยอะ

 

ที่ผมเห็นชัด และย้ำเสมอว่า ผู้เฒ่าผู้แก่ใน กทม. มีอยู่แทบทุกบ้าน ทุกบ้านจริงๆ และมักจะต้องอยู่ตามลำพัง ยิ่งไปกว่านั้นหลายคนยังต้องเลี้ยงหลาน ที่ลูกฝากทิ้งไว้

 

ตอนเช้าเกิดเหตุคุณป้าท่านหนึ่งเป็นลม กว่ารถพยาบาลจะเข้ามาได้ ยากลำบากมาก ดีที่มีคนอยู่ช่วยกันเยอะ ประคองอาการไว้ได้ ถามเพื่อนบ้านบอกว่า ป้าอยู่คนเดียว ลูกอยู่ที่อื่น เป็นทุกโรคยอดนิยมของผู้สูงวัย เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หลอดเลือดตีบตัน

 

นี่คือ ภาพสะท้อนของสังคมไทยตอนนี้ คือ คนแก่ ไม่แข็งแรง เจ็บป่วย เลี้ยงหลาน อยู่ลำพัง ทำมาหากินลำบาก

 

เดินไปเยี่ยมตามบ้าน น่าตกใจ เด็กหลายคนไม่ไป (โดด) เรียน เพราะต้องมาดูแลยาย

 

วงจร “เจ็บ-จน” ยังคงวกวน หากคนไทยยังไม่มีโอกาส ได้เรียน ได้งาน ได้เงินเลี้ยงชีพ อย่างมีคุณภาพได้

 

จะตัดวงจรนี้ขาดสะบั้น มีทางเดียว คือ การพัฒนาคน การพัฒนาการศึกษา ที่สร้างให้คนเอาตัวรอด พึ่งพาตนเองได้ มีทักษะที่คนเขาต้องการ

 

ผมมาทำงานเส้นทางนี้ ไม่สนุก ไม่โลกสวย เพียงแต่อยากเห็นสังคมไทยน่าอยู่ขึ้น ลูกหลานไปได้ดีกว่ารุ่นเรา

 

หากผมพอมีความรู้ ความสามารถ ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ อยากขอโอกาสได้ทำ ก่อนไม่มีแรงจะทำ ขอกำลังใจ ช่วยกันนะครับ ขอบพระคุณครับ

 

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

advertisement

ข่าวยอดนิยม