advertisement

ศบค.เคาะยุบ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังถูกลดให้เป็นโรคเฝ้าระวังเริ่ม 1 ต.ค.นี้

23 ก.ย. 65

ศบค.มีมติยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังสถานการณ์โควิด-19คลี่คลาย พร้อมกับประกาศเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังเริ่ม 1 ต.ค.นี้

 

วันที่ 23 ก.ย.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ครั้งที่ 12/2565 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

 

ด้าน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน 

เห็นชอบยกเลิกประกาศการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เพื่อกลับไปใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ภายหลังจากจากคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ประกาศให้โควิด-19 จากที่เป็นโรคติดต่ออันตราย มาเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของศบค. ก็จะถูกยุบตามไปด้วย 

 

ด้าน นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. กล่าวก่อนการประชุม ศบค. ว่า ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ของไทย ตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ารักษามีประมาณ 800-1,000 คน

 

ส่วนการตรวจเอทีเคที่รายงานเข้าระบบมีประมาณ 13,000-14,000 คนต่อวัน แต่มีอาการที่ไม่รุนแรง จึงเป็นเหตุผลการเปลี่ยนผ่านโรคโควิด-19 จากโรคติดต่อร้ายแรงสู่โรคติดต่อเฝ้าระวัง แต่ยังไม่ได้เป็นโรคประจำถิ่น เพราะการประกาศเป็นโรคประจำถิ่น จะต้องมีตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยกว่านี้

เมื่อประกาศเป็นโรคเฝ้าระวัง สามารถผ่อนคลายกิจกรรมได้ แต่ยังย้ำให้ทุกคนต้องดูแลตัวเอง ประเมินความเสี่ยง ไม่ไปในที่แออัด สวมใส่หน้ากากอนามัย พร้อมเน้นย้ำเรื่องวัคซีน โดยเฉพาะเข็มกระตุ้นมีประโยชน์ 

นพ.อุดม ยืนยันว่า หากมีการระบาดระลอกใหม่ รัฐบาลไม่กังวล เพราะได้มีการวางระบบไว้หมดแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเป็นการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดย ศบค. ทำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันได้ 

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ไม่ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็ต้องยุบ ศบค. ไปด้วย โดยวันนี้จะหารือกันเบื้องต้นให้คณะรัฐมนตรี มอบหมายงานเหมือนกับ ศบค. เพื่อให้กระทรวงต่างๆ ทำงานร่วมกันก่อน เพื่อรอการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติโรคติดต่อ ที่ขณะนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร 

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะไม่เกิดสุญญากาศระหว่างรอกฎหมาย เพราะสถานการณ์โควิด-19 ไม่รุนแรง กระทรวงต่างๆ คุ้นเคยและมีการเชื่อมโยงการทำงานกันหมดแล้ว

advertisement

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

advertisement

ข่าวยอดนิยม