บทเพลงเพื่อชีวิตที่แหล่ไว้ก่อนจากไป ไทเท่ ไททศมิตร Feat. ไวพจน์ เพชรสุพรรณ

16 ส.ค. 65

ไทเท่ บทเพลงใหม่ของไททศมิตร ได้นักแหล่ระดับบรมครูของไทย ไวพจน์ เพชรสุพรรณ มาร่วมสร้างสีสันความ “เท่” และยังถือเป็นเพลงสุดท้ายที่พ่อฝากเสียงแหล่ไว้ก่อนจากโลกใบนี้ไป


“ไทเท่” บทเพลงใหม่ของ TaitosmitH (ไททศมิตร) ที่ชวนทุกคนหันมาภูมิใจความเป็นไทยในแบบฉบับของตน เท่ในสไตล์ไทย ๆ เพราะทุกความเป็น “ไท” ต่างก็มีเสน่ห์ในตัวเอง เพลงนี้เต็มไปด้วยการสร้างสรรค์มากมายตั้งแต่การผสมผสานดนตรีหลากหลายแนวไปจนถึงการถ่ายทอดเสียงร้องผ่านศิลปินต่างวัยในสไตล์ที่ต่างกัน แต่กลับอยู่ในเพลงเดียวกันได้อย่างมีเสน่ห์


บทเพลงเพื่อชีวิตในกลิ่นอายใหม่นี้ยังได้นักแหล่ระดับบรมครูของไทยอย่าง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ มาร่วมสร้างสีสันความ “เท่” ร่วมกับคนรุ่นใหม่ในครั้งนี้ด้วยเพื่อร่วมสื่อสารว่าถึงต่างวัยแต่ก็เป็น “ไท” ได้ด้วยกัน ที่สำคัญบทเพลงนี้ยังถือเป็นเพลงสุดท้ายของพ่อไวพจน์ที่ฝากเสียงแหล่ไว้ก่อนจากโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ


ไทเท่ บทเพลงที่ถ่ายทอดมาจากความอึดอัดและอัดอั้นของการอยากแสดงความภาคภูมิใจในความเป็นไทยตามแนวทางของคนรุ่นใหม่ให้โลกรับรู้ รวมถึงอยากเป็นเสมือนกระบอกเสียงของคนรุ่นใหม่ที่สื่อสารกับผู้ใหญ่ว่าด้วยบริบทในยุคที่ต่างกันการแสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอาจมีรูปแบบและวิธีที่ต่างกันไปบ้างแต่พวกเราก็ภูมิใจในความเป็นไทยไม่แพ้กัน


ยิ่งไปกว่านั้นการสร้างสรรค์ที่พิเศษสุดสำหรับบทเพลงนี้ก็คือการได้รับเกียรติจากสุดยอดบรมครูวงการเพลงไทยอย่าง ไวพจน์ เพชรสุพรรณ มาร่วมแหล่สไตล์ไทยจนทำให้เกิดเคมีทางดนตรีใหม่ ๆ ที่มีเสน่ห์ขึ้นมา ทั้งยังสามารถสื่อสารถึงความภาคภูมิใจในความเป็น “ไท” ของคนต่างรุ่นในแบบที่ต่างกันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นับเป็นความแตกต่างที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและมีพลังทีเดียว


“วงเรารู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่ได้ศิลปินระดับตำนานอย่าง พ่อไวพจน์ มาร่วมแหล่ให้ในเพลงนี้ด้วย มันเป็นเหมือนการนำเอาความแตกต่างมาผสมกันแต่กลับอยู่ด้วยกันได้ แล้วก็มีเสน่ห์ด้วย ที่สำคัญทั้งสองสไตล์สื่อสารถึงความภูมิใจในการเป็นไทยได้เท่ทั้งคู่ มันเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจมาก ๆ แล้วการได้ร่วมงานกับพ่อไวพจน์ครั้งนี้เราเชื่อว่ามันคือโชคชะตา เพราะพ่อไม่เคยร้องร่วมกับใครแบบจริงจังมาก่อน ไม่เคยฟีทกับศิลปินยุคใหม่ในลักษณะนี้  แถมยังตอบรับพวกเราทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักวงเรามาก่อนด้วย เรียกได้ว่าพ่อไวพจน์เป็นคนเข้ามาเติมเต็มให้บทเพลงนี้สมบูรณ์อย่างแท้จริง” วงไททศมิตร กล่าว


“เพลงนี้ถ่ายทอดจากเสียงของคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าที่มีมุมมองในความเป็นไทยที่ต่างกัน แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ เคารพในความแตกต่าง เชื่อใจกัน แล้วก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน อีกมุมหนึ่งพวกเราอยากสะท้อนภาพฝันในอนาคต ในวันที่คนต่างวัยเข้าใจซึ่งกันและกัน ยอมรับในความต่างของกันและกัน และภูมิใจในความเป็นไทยร่วมกัน หวังว่าสักวันมันจะมาถึง น่าเสียดายที่วันนี้พ่อไวพจน์ไม่ได้อยู่ทันฟังเพลงนี้กับพวกเรา ไม่ได้ร่วมเฝ้ามองว่าสังคมอุดมคติที่พวกเราวาดไว้มันจะเกิดขึ้นได้จริงในสักวัน


แต่พวกเราอยากจะบอกว่าเราภูมิใจมาก ๆ ที่ได้ร่วมร้องเพลงกับพ่อครั้งนี้ วงไททศมิตรอยากขออุทิศงานชิ้นสุดท้ายของพ่อนี้ให้เป็นตัวแทนเชื่อมความต่างวัยของสังคม พวกเราขอให้พ่อไปสู่ภพภูมิที่ดี มองดูคนรุ่นหลังเติบโตอยู่ข้างบนสวรรค์ และพวกเราอยากขอบคุณพ่อที่ทำให้เราเห็นว่าการเป็นศิลปินนั้นต้องอุทิศร่างกาย ชีวิต จิตใจ ให้กับศิลปะที่ตนรักขนาดไหน” วงไททศมิตร กล่าวด้วยรักและอาลัย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

ข่าวเด่นในหมวดหมู่